เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทายาทเจ้าสัวเจริญทุ่ม 4 หมื่นล้าน ลงทุน 5 ปี เอเชียทีค-เวิ้งนครเกษม จ่อผุดสวนน้ำกลางกรุง
Real Estate ทายาทเจ้าสัวเจริญทุ่ม 4 หมื่นล้าน ลงทุน 5 ปี เอเชียทีค-เวิ้งนครเกษม จ่อผุดสวนน้ำกลางกรุง
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิหร่านเพิ่มการโจมตี ท่ามกลางอุปทานที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิหร่านเพิ่มการโจมตี ท่ามกลางอุปทานที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง
SET เปิดลบ 8 จุด “กรุงศรี” ชี้น้ำท่วมยังกดดัน ลุ้นท่องเที่ยว-ลงทุนรัฐหนุน
Finance SET เปิดลบ 8 จุด “กรุงศรี” ชี้น้ำท่วมยังกดดัน ลุ้นท่องเที่ยว-ลงทุนรัฐหนุน
ม.พายัพ-ทีวา ลุย “Raising Lanna” ดันธุรกิจท้องถิ่นเติบโตยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค ม.พายัพ-ทีวา ลุย “Raising Lanna” ดันธุรกิจท้องถิ่นเติบโตยั่งยืน
ฟิตเนสคึกรับ HYROX ผุดคลาส-ฟื้นฟูชิงดีมานด์
Business ฟิตเนสคึกรับ HYROX ผุดคลาส-ฟื้นฟูชิงดีมานด์
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
เนเน่ รอยัล ซูเปอร์ซอฟต์พาวเวอร์
Biz Movement เนเน่ รอยัล ซูเปอร์ซอฟต์พาวเวอร์
ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 66,900 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.62 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.62 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เกมอนุรักษนิยม (หมดอายุ)  เขย่าเครือข่าย ‘อำนาจสีน้ำเงิน’
Politics เกมอนุรักษนิยม (หมดอายุ)  เขย่าเครือข่าย ‘อำนาจสีน้ำเงิน’
ดูทั้งหมด

พลิกวิกฤตโควิด อัพสปีดธุรกิจ ดี มันนี่ ฝ่ากระแสฟินเทค

28 เม.ย. 2565 | 16:20น.

การแพร่ระบาดโควิด-19 และกระแสดิจิทัลดิสรัปชั่น (digital disruption) ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้ตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมาภาคธุรกิจต้องปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางรอดและแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ท่ามกลางบริบททางธุรกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

สตาร์ตอัพฟินเทคสัญชาติไทย “ดี มันนี่” ก็เป็นอีกรายที่ใช้จังหวะนี้เปลี่ยนแปลงตนเอง

“อัศวิน พละพงศ์พานิช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดี มันนี่ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจฟินเทคและแพลตฟอร์มด้านธุรกรรมการเงินข้ามประเทศ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กระแสดิจิทัลดิสรัปชั่นเป็นความท้าทายแรที่เข้ามากระแทกธุรกิจ เดิมให้บริการบัตรโทรศัพท์โทร.ต่างประเทศ (VoIP)

ภายใต้บริษัท สวัสดีช้อป จำกัด ดำเนินการมาเกือบ 15 ปี แต่เมื่อปี 2557-2562 เริ่มเห็นบริการใหม่ ๆ เกิดขึ้น ทั้ง Skype, WhatsApp, Line ทำให้บริการเดิมได้รับความนิยมลดลงจึงพัฒนา “ดี มันนี่”

“ช่วงเวลานั้นหลายบริษัทที่ทำธุรกิจโทร.ต่างประเทศได้รับผลกระทบกันหมด เราเองก็เริ่มมองหาธุรกิจอื่น เพื่อสร้างโอกาสใหม่ และพบว่า ฐานลูกค้าที่ทำอยู่กับธุรกิจโอนเงินข้ามประเทศ เป็นฐานลูกค้าเดียวกัน คือ กลุ่มที่เคยติดต่อสื่อสารไปต่างประเทศ”

ดิจิทัลดิสรัปต์-โควิด เปลี่ยนธุรกิจ

ขณะที่การพัฒนาบริการด้านการเงินรูปแบบใหม่ หรือฟินเทค (FinancialTechnology) ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้เวลาในการพัฒนาระบบหลายปีจนมีระบบของตัวเองขึ้น ภายใต้ชื่อแกรนด์เซ็นทรัล (Grand Central) ซึ่งเป็นตัวประมวลผลการชำระเงินไป-กลับระหว่างประเทศ

ซึ่งปัจจุบันให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศได้กว่า 150 ประเทศทั่วโลก และใช้เวลาอีก 3-4 ปีในการขอใบอนุญาตให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment service license)

และใบอนุญาตให้แลกเงินที่ได้รับอนุญาต (authorized money changer license) รวมถึงใบอนุญาตชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์จากธนาคารแห่งประเทศไทย

ล่าสุดอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Money เพิ่มเติมด้วย เพื่อให้บริการด้านการเงินของดี มันนี่ครบวงจรขึ้น

“จุดแข็งบริการของดี มันนี่ เข้ามาปิดจุดอ่อนของการโอนเงินระหว่างประเทศ เพราะคิดค่าธรรมเนียมอัตราเดียว บุคคลทั่วไปคิด 125 บาท ไม่ว่าจะโอนเงินไปประเทศใด อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ ไม่มีการเปลี่ยนระหว่างการโอน เมื่อโอนเงินแล้วยอดเงินต้นทางและปลายทางจะเท่ากัน ไม่มีการเพิ่ม หรือลดตามความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน”

อย่างไรก็ตาม หลังจากพัฒนาบริการใหม่เสร็จ ก็ต้องเผชิญกับอีกปัญหาใหญ่ คือ การระบาดของโควิด-19 เมื่อปลายปี 2562 และยังคงลากยาวต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2563 เป็นช่วงที่บริษัทได้รับผลกระทบหนัก เพราะเป็นสถานการณ์ที่ทุกธุรกิจ รวมถึงลูกค้าเองก็ไม่เคยเจอ ทำให้ทุกคนตกใจ

“ตอนนั้นทุกอย่างหยุดหมด เราก็หยุดด้วย แต่หลังจากนั้นสถานการณ์ต่าง ๆ ก็เริ่มคลี่คลาย การให้บริการโอนเงินต่างประเทศเริ่มกลับมา แต่การกลับมาครั้งนี้ ถือเป็นปัจจัยบวกที่กระตุ้นให้การใช้บริการดี มันนี่เติบโต”

พฤติกรรมเปลี่ยน โอนถี่-เร็วขึ้น

“อัศวิน” กล่าวว่า ในแง่พฤติกรรมการโอนเงินข้ามประเทศของลูกค้าก็เปลี่ยนไป ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ทั้งลูกค้าขาเข้าและขาออก โดยกลุ่มลูกค้าขาเข้า คือ กลุ่มคนไทยที่ทำงานต่างประเทศ และต้องโอนเงินกลับมาประเทศไทย

กลุ่มนี้ต้องการความสะดวก รวดเร็วมากขึ้น และลดการใช้เงินสดลงอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการทำธุรกรรมผ่านออนไลน์ทั้งหมด รวมถึงความถี่ในการโอนเงินก็เพิ่มขึ้น จากเดิมที่เฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง ก็อยู่ที่สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เนื่องจากไม่สามารถเดินทางได้และแรงงานไทยส่วนใหญ่ก็ยังไม่สามารถเดินทางกลับเข้าประเทศไทย

ส่วนลูกค้าขาออก หรือกลุ่มคนต่างประเทศที่ทำงานในไทย ก็มีพฤติกรรมการโอนเงินข้ามประเทศถี่ขึ้น เนื่องจากไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้เช่นกัน

เฟ้นเทคทาเลนต์ข้ามประเทศ

กระทั่งเมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลาย สิ่งที่หลายบริษัททำ คือ การปรับเปลี่ยนธุรกิจของตัวเองใหม่ ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ทำให้จำนวนความต้องการแรงงานด้าน Tech โดยเฉพาะสาย FinTech เพิ่มมากขึ้น ซึ่งปกติแรงงานด้านนี้ก็ค่อนข้างหายากอยู่แล้ว ซึ่งบริษัทเองก็เปิดกว้างสำหรับแรงงานสาย Tech ที่มาจากทั่วโลกเช่นกัน

“โควิดความต้องการแรงงานด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ซึ่งในไทยก็หายากอยู่แล้ว เมื่อเกิดโควิด ทุกธุรกิจก็พยายามพาตัวเองขึ้นมาอยู่บนออนไลน์ มีการสร้างแอปพลิเคชั่น สร้างบริการใหม่ ๆ เพื่อสร้างรายได้จากช่องทางออนไลน์ รองรับธุรกิจใหม่ ๆ บริษัทแก้ปัญหานี้ด้วยการจ้างฟรีแลนซ์ด้าน Tech ในต่างประเทศให้มาพัฒนาบริการใหม่ ๆ”

เติมบริการ-ขยายสาขา ตปท.

สำหรับทิศทางธุรกิจในปีนี้ จะเดินหน้าขยายธุรกิจ 3 ส่วน ได้แก่ 1.การวางตัวเองเป็นเทคโนโลยีแพลตฟอร์มที่จะนำบริการ และระบบที่มีเข้าไปเชื่อมต่อกับธนาคาร กลุ่มฟินเทค สตาร์ตอัพ ผู้ให้บริการวอลเลตรายใหม่ ตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มพาร์ตเนอร์ไม่ต่ำกว่า 20 ราย

ตามด้วย 2.การขยายธุรกิจไปต่างประเทศ โดยอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด โดยเฉพาะด้านกฎหมายการเปิดให้บริการฟินเทคในแต่ละประเทศ ในเบื้องต้นตั้งเป้าว่าจะเปิดให้บริการให้ได้อย่างน้อย 1 ประเทศก่อนในปีนี้ และ 3.พัฒนาฟีเจอร์และบริการทางการเงินใหม่ ๆ ต่อเนื่อง

“การพัฒนาเทคโนโลยี โซลูชั่นต่าง ๆ ขึ้นเอง ทำให้ต้นทุนถูกลง ปัจจุบันมีลูกค้า 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มลูกค้าทั่วไป คือ กลุ่มต่างชาติที่ต้องการโอนเงินข้ามประเทศ

2.กลุ่มนิติบุคคล บริษัทขนาดใหญ่ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และ 3.กลุ่มพาร์ตเนอร์ ซึ่งบริษัทให้บริการเทคโนโลยีกับพาร์ตเนอร์ เช่น ธนาคารในต่างประเทศ สตาร์ตอัพกลุ่มฟินเทคในต่างประเทศ”

“อัศวิน” ย้ำว่า ปัจจุบันแม้จำนวนผู้ให้บริการฟินเทคในไทยจะเพิ่มจำนวนขึ้น แต่บริษัทไม่ได้มองว่าเป็นคู่แข่งขัน เนื่องจากวางตัวเองเป็นผู้พัฒนาระบบที่เปิดกว้างให้ผู้ให้บริการฟินเทค ธนาคาร ผู้ให้บริการวอลเลต เข้ามาเชื่อมต่อระบบของตัวเอง เสมือนเป็นระบบหลังบ้านให้ โดยผู้เข้ามาใช้บริการสามารถขยายฐานลูกค้าได้ทันที่ ไม่ต้องเสียเวลาในการพัฒนาระบบและขอใบอนุญาต

“แม้บริษัทจะสตาร์ตอัพกลุ่มฟินเทค และยังต้องพัฒนาระบบและเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่มีแผนจะเปิดระดมทุนจากนักลงทุนในช่วงเวลานี้ เพราะยังมีเม็ดเงินเพียงพอสำหรับการพัฒนาบริการใหม่อยู่”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฟินเทค