แม็คโครผนึกกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยชาวสวนแก้วิกฤตทุเรียนล้นตลาด เปิดพื้นที่ให้ชาวสวนมาขายในสาขา ส่งตรงถึงมือลูกค้าทั้ง 135 สาขา พร้อมวางแผนเชิงรุกส่งเสริมการบริโภคต่อเนื่อง ตั้งเป้ารับซื้อ 1.5 ล้านกิโลกรัม ช่วยเหลือเกษตรกร
วันที่ 26 เมษายน 2565 นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ ที่ระบุว่า ปีนี้ผลไม้ฤดูกาลมีแนวโน้มออกสู่ตลาดจำนวนมากกว่าปีก่อน โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีผลผลิตเพิ่มขึ้น ประกอบกับผลกระทบจากการส่งออกที่ลดลง ทำให้ชาวสวนต้องเร่งระบายผลผลิต

แม็คโครจึงร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วางแนวทางเชิงรุกช่วยเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ด้วยการเปิดพื้นที่ให้เข้ามาขายตรงถึงมือผู้บริโภคที่สาขาของแม็คโคร 135 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงจัดเทศกาลผลไม้ตามฤดูกาล รณรงค์ส่งเสริมการบริโภคอย่างต่อเนื่อง
“ปัญหาผลไม้ล้นตลาดยังเป็นประเด็นสำคัญที่เกษตรกรไทยต้องเผชิญทุกปี โดยเฉพาะทุเรียน ที่ปีนี้มีผลผลิตออกมากกว่าปกติ ซึ่งจะทำให้ชาวสวนระบายผลผลิตไม่ทันและอาจส่งผลให้ราคาตก แม็คโครจึงได้วางแผนการรับซื้อเพิ่มขึ้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยปีนี้คาดว่าจะรับซื้อทุเรียนประมาณ 1,500,000 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเกือบ 5 เท่าตัว เป็นผลผลิตจากเกษตรกรกว่า 70 ราย ใน 11 จังหวัด
โดยแม็คโครได้ส่งทีมจัดซื้อลงพื้นที่สวนทุเรียน เพื่อคัดเลือกทุเรียน สดใหม่ ให้ชาวสวนมาขายตรงกับลูกค้า โดยมีพื้นที่ในสาขาเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างชาวสวนกับผู้บริโภค เพื่อเป็นการระบายผลผลิตและสร้างบรรยากาศให้เกิดความคึกคัก ด้วยการจัดเทศกาลผลไม้ตามฤดูกาล กระตุ้นการบริโภคอย่างต่อเนื่อง”
โดยทุเรียน 5 สายพันธุ์หลักที่แม็คโครนำมาจำหน่าย ประกอบด้วย หมอนทอง ชะนี พวงมณี กระดุม ก้านยาว จากแหล่งผลิตคุณภาพในจังหวัดจันทบุรี ระยอง ตราด นครศรีธรรมราช ชุมพร สุราษฎร์ธานี ปัตตานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ ชัยภูมิ อุตรดิตถ์ ซึ่งทุเรียนพันธุ์หมอนทองได้รับความนิยมสูงสุด มีสัดส่วนถึง 95% ของยอดขายทุเรียนทั้งหมด
“นอกจากทุเรียนแล้ว เรายังวางแผนรับซื้อผลไม้ฤดูกาลที่จะทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งลำไย ลองกอง มังคุด เงาะ โดยตั้งเป้าการรับซื้อผลไม้ฤดูกาลกว่า 8,000,000 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเกือบเท่าตัว เพื่อช่วยชาวสวนระบายผลผลิตได้ทันท่วงที ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง และผู้บริโภคได้รับประทานผลไม้ไทยคุณภาพดีในราคาที่ย่อมเยา” นางศิริพรกล่าว
