ลุ้นประชุมเฟด-ล็อกดาวน์จีน หนุนเงินบาทอ่อนค่า 34.50 บาทต่อดอลลาร์
เงินดอลลาห์
กรุงไทยประเมินกรอบเงินบาทเคลื่อนไหว 34.00-34.50 บาทต่อดอลลาร์ ชี้ ตลาดจับตา “ผลการประชุมเฟด-เศรษฐกิจจีน-เงินเฟ้อของไทย” หนุนเงินบาทอ่อนค่า มองฟันด์โฟลว์ซื้อสลับขาย คาดไหลเข้าสุทธิไม่เกิน 5 พันล้านบาท
วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (วันที่ 2-6 พฤษภาคม 65) เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 34.00-34.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยที่ต้องติดตามจะเป็นการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยตลาดรอดูว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเร็วและแรงอย่างที่ตลาดกลัวหรือไม่
ทั้งนี้ หากโทนการประชุมเฟดไปในทิศทางที่ขึ้นตามที่ตลาดคาดการณ์ อาจจะเห็นเงินบาทอ่อนค่าในช่วงต้นสัปดาห์ และกลับมาแข็งค่าช่วงกลางสัปดาห์ได้ อย่างไรก็ดี กรณีที่เฟดมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า 0.50% อาจเห็นเงินบาทอ่อนค่าไปแตะที่ระดับ 34.50 บาทต่อดอลลาร์ได้เช่นกัน
ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญอื่น ๆ จะเป็นการติดตามสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ในจีน ซึ่งตลาดรอดูแนวโน้มตลาดหุ้นจีนจะกลับมาหรือไม่ ซึ่งอาจเห็นค่าเงินหยวนปรับแข็งค่า โดยจะเป็นตัวสนับสนุนค่าเงินในสกุลเอเซียได้ รวมถึงตัวเลขดัชนี PMI ของจีน หากตัวเลขออกมาแย่เชื่อว่ารัฐบาลจีนจะออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
โดยในส่วนของไทยจะเป็นตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนเมษายน โดยตลาดจะรอดูว่าตัวเลขจะออกมาสูงกว่าคาดหรือไม่ ซึ่งจะเป็นแรงกดดันให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับเปลี่ยนมุมมองนโยบายการเงิน อย่างไรก็ดี หากเงินเฟ้อยังคงมีแนวโน้มขึ้นต่อเนื่องตลาดมองว่า ธปท.มีโอกาสที่จะขึ้นดอกเบี้ยได้เหมือนกัน แต่ทั้งนี้ตลาดได้รับรู้ไปพอสมควรแล้ว โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อในเดือนเมษายนจะออกมาอยู่ที่ 5.6%
“โอกาสที่บาทจะหลุด 34.50 บาทต่อดอลลาร์ จะเกิดขึ้นภายใต้เฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยได้มากกว่า 0.50% และกรณีที่จีนเศรษฐกิจซบเซาอย่างหนัก และค่าเงินหยวนอ่อนค่าลง มีการล็อกดาวน์ต่อเนื่องในไตรมาสที่ 2 รวมถึงติดตามสถานการณ์ในรัสเซียด้วย”
นายพูนกล่าวต่อไปว่า สำหรับทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า ตลาดหุ้นซื้อสุทธิราว 3,500 ล้านบาท และตลาดพันธบัตร (บอนด์) ซื้อสุทธิราว 2,200 ล้านบาท รวมทั้งสองตลาดไหลเข้าสุทธิประมาณ 5,700 ล้านบาท ถือว่าเงินไหลเข้าไม่มากนัก
โดยในสัปดาห์หน้า ประเมินว่า การซื้อขายของตลาดหุ้นและบอนด์ยังใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีแรงซื้อสลับขาย ซึ่งอาจจะเห็นโฟลว์หุ้นไหลเข้าเบา ๆ ขณะที่ตลาดบอนด์น่าจะมีแรงเทขาย ซึ่งโดยรวมน่าจะเป็นการไหลเข้าสุทธิไม่ถึง 5,000 ล้านบาท เนื่องจากตลาดจะรอดูทิศทางและผลการประชุมของเฟด ทำให้ชะลอการซื้อขายเพื่อตัดสินใจหลังการประชุม