เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (7 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท รูปพรรณบาทละ 67,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท รูปพรรณบาทละ 67,950 บาท
AAHRS 2026 ปักหมุดเชียงใหม่ ดัน Medical Hub ชิงเค้กตลาดปลูกผมพันล้าน
เศรษฐกิจภูมิภาค AAHRS 2026 ปักหมุดเชียงใหม่ ดัน Medical Hub ชิงเค้กตลาดปลูกผมพันล้าน
‘AI-ดาต้าเซ็นเตอร์’ ใช้ไฟพุ่ง เปลี่ยนเกมแข่ง ‘อสังหาฯอุตสาหกรรม’
Real Estate ‘AI-ดาต้าเซ็นเตอร์’ ใช้ไฟพุ่ง เปลี่ยนเกมแข่ง ‘อสังหาฯอุตสาหกรรม’
ก.ศึกษา สั่งประสานนักจิตวิทยาดูแลผลกระทบจิตใจนักเรียน-ครู เหตุยิงในโรงเรียน
Politics ก.ศึกษา สั่งประสานนักจิตวิทยาดูแลผลกระทบจิตใจนักเรียน-ครู เหตุยิงในโรงเรียน
Gen Z จีนฮิต “ร้อยมาลัย-พับดอกบัว” วัดเจ็ดยอด ดัน Soft Power ล้านนาสู่ Experiential Tourism
เศรษฐกิจภูมิภาค Gen Z จีนฮิต “ร้อยมาลัย-พับดอกบัว” วัดเจ็ดยอด ดัน Soft Power ล้านนาสู่ Experiential Tourism
อนุทิน เผย ‘เมียนมา’ ขอไทยคุมเข้มชายแดน สกัดชนกลุ่มน้อยลอบขนอาวุธ
Politics อนุทิน เผย ‘เมียนมา’ ขอไทยคุมเข้มชายแดน สกัดชนกลุ่มน้อยลอบขนอาวุธ
ไทยคม เปลี่ยนชื่อเป็น ‘กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี’
Tech ไทยคม เปลี่ยนชื่อเป็น ‘กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี’
นายกฯ กำชับคุมเข้มปืน ย้ำไม่อนุญาตพกนอกเคหสถาน หวั่นพฤติกรรมเลียนแบบ
Politics นายกฯ กำชับคุมเข้มปืน ย้ำไม่อนุญาตพกนอกเคหสถาน หวั่นพฤติกรรมเลียนแบบ
รัฐบาลเช็คกระเป๋าก่อนตัดสินใจ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟส 2 ยันเงินคงคลังแข็งแรง
Politics รัฐบาลเช็คกระเป๋าก่อนตัดสินใจ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟส 2 ยันเงินคงคลังแข็งแรง
แพทย์ชี้ HPV ไร้อาการนาน 10 ปี ย้ำคนไทยตรวจ-ฉีดวัคซีนก่อนสาย
News แพทย์ชี้ HPV ไร้อาการนาน 10 ปี ย้ำคนไทยตรวจ-ฉีดวัคซีนก่อนสาย
ดูทั้งหมด

สภาธุรกิจตลาดทุน ร่อนหนังสือคลัง ค้านเก็บภาษีขายหุ้น

05 พ.ค. 2565 | 16:12น.
หุ้น

บอร์ดสภาธุรกิจตลาดทุนไทย อนุมัติจัดทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรส่งถึงกระทรวงคลัง ยืนยันค้านเก็บภาษีขายหุ้น หวั่นกระทบนักลงทุน 19 ล้านคน

วันที่ 5 พฤษภาคม 2565 นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย(FETCO) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการเฟทโก้ได้มีมติอนุมัติให้จัดทำหนังสือยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร ไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เรื่องความเห็นต่อการเรียกเก็บภาษีการขายหุ้นในตลาดหุ้นไทย เพื่อแสดงเจตนารมย์ของภาคธุรกิจ

โดยขอเสนอความคิดเห็น 5 ประเด็นต่อแนวทางที่ภาครัฐจะเรียกเก็บภาษีการขายหุ้นในตลาดหุ้นไทย โดยจะจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ 0.1% ของมูลค่าขายตั้งแต่บาทแรก มีรายละเอียดดังนี้

1.เฟทโก้ไม่เห็นด้วย ที่จะมีการเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายหุ้น เนื่องจากจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพคล่องของตลาด เป็นภาระและส่งผลกระทบต่อการซื้อขาย รวมถึงด้อยค่าหุ้นที่ผู้ถือหุ้นถือครองอยู่ โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนรายย่อยกว่า 2 ล้านคน ที่ลงทุนทางตรงในตลาดหุ้นไทย และอีก 17 ล้านคนที่ลงทุนทางอ้อมผ่านกองทุนรวมและกองทุนสวัสดิการต่างๆ รวมถึงกระทบไปถึงนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างประเทศด้วย

ทั้งนี้จากการศึกษาในต่างประเทศ พบว่าการเก็บภาษีดังกล่าวจะส่งผลให้ประชาชนต้องออมเพิ่มขึ้นอีก 2-3 ปี เพื่อให้มีเงินเพียงพอในยามเกษียณ ซึ่งเห็นผลของการกระทบในวงกว้างที่ชัดเจน

“สภาพคล่องเป็นหัวใจสำคัญของตลาดทุน ถ้ามีมาตรการที่เข้ามากระทบสภาพคล่องอย่างรุนแรง ถือว่าน่าจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี เพราะตลาดทุนที่ไม่มีสภาพคล่องเพียงพอหรือลดลงไปจะทำให้ความน่าสนใจลดลง และจะกระทบเป็นลูกโซ่ โดยเฉพาะมูลค่าหุ้นต่างๆ มีโอกาสลดลงได้” นายไพบูลย์ กล่าว

2.ภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นจะเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสำหรับ Market Markers ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตลาดทุนใหม่ๆ โดยเฉพาะ Derivative Wartant และ Single Stock Futures ซึ่งอ้างอิงหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ จะส่งผลต่อการพัฒนานวัตกรรมและขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทยใน
เวทีโลก ทำให้พัฒนาการต่อตลาดหุ้นไทยอาจถอยหลังไปได้

3.ตลาดหลักทรัพย์ในประเทศที่พัฒนาแล้ว หากจัดเก็บภาษี จะนิยมให้การยกเว้นแก่กลุ่ม Market Markers เช่น ฮ่องกง อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และกลุ่มกองทุนรวม กองทุนบำนาญ กองทุนสวัสดิการ เช่น อิตาลี สวิตเซอร์แลด์ เบลเยี่ยม ไอซ์แลนด์ เพื่อลดผลกระทบต่อการออมการลงทุนของประชาชนในวงกว้าง และต่อการพัฒนาเชิงนวัตกรรมของตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ

ทั้งนี้ ในกรณีของประเทศไทย นักลงทุนทั้ง 2 กลุ่มทำธุรกรรมขายรวมกัน 12-17% ของมูลค่าขายทั้งหมดในตลาด (สถาบันในประเทศ 7% และ Market Markers 5-10%) ดังนั้นการให้ยกเว้นภาษีต่อไปถือว่าคุ้มค่าหากเปรียบเทียบเม็ดเงินภาษีดังกล่าวกับผลประโยชน์ในวงกว้างต่อประชาชนและการพัฒนาศักยภาพของตลาดหุ้นไทยในระยะยาว

4.อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ 0.1% ถูกกำหนดขึ้นตั้งแต่ปี 2534 เมื่ออัตราค่าคอมมิชชั่นอยู่ที่ระดับ 0.5% อย่างไรก็ดีจากสภาวะการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศที่มีมากขึ้น อัตราค่าคอมมิชชั่นจึงลดลงเหลือเพียง 0.08% ในปัจจุบัน ดังนั้นมูลค่าภาษีที่จัดเก็บตามอัตราภาษีที่ 0.1% และเมื่อรวมภาษีท้องถิ่นอีก 0.01% เป็น 0.11% จะสูงถึง 0.7 เท่าของมูลค่าค่าธรรมเนียมการซื้อขายที่จัดเก็บในปัจจุบัน จึงจะส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อขายอย่างมีนัยสำคัญ

โดยเฉพาะในภาวะที่ตลาดทุนทั่วโลกมีความผันผวนสูงจากสถานการณ์โควิดและสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมทั้งการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) ส่งผลให้ดัชนีหุ้นทั่วโลก อัตราเลกเปลี่ยน และเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเหศ มีความผับผวนมาก การจัดเก็บกาษีดังกล่าวจะเป็นการตอกย้ำความผันผวนดังกล่าว

5.ต้นทุนการระดมทุน (cost of capital) ที่สูงขึ้นเมื่อสภาพคล่องในตลาดลดลง จะทำให้บริษัทจดทะเบียนชะลอหรือลดการลงทุนและขยายธุรกิจ ทำให้มีกำไรลดลง ท้ายที่สุด productivity และ GDP ของประเทศ รวมตลอดถึงภาษีนิติบุคคลที่บริษัทจ่ายได้ให้ภาครัฐจะลดลงตามไปด้วย ทั้งนี้ผลเสียจะกระทบแรงกับกลุ่มบริษัทขนาดกลางและเล็กที่มีทางเลือกของแหล่งเงินทุนที่จำกัดมากอยู่แล้วในปัจจุบัน

“เรายังยืนยันที่จะไม่สนับสนุนการเรียกเก็บภาษีการขายหุ้นในตลาดหุ้นไทย โดยหลังจากได้ส่งหนังสือผ่านทางอีเมล์ไปถึงกระทรวงการคลังแล้ว คงต้องรอทางคลังติดต่อกลับมาก่อน โดยที่ผ่านมาเราได้เข้าไปพููดคุยหารือมาแล้ว 2-3 รอบ อย่างไรก็ดีหากคลังยืนยันจะจัดเก็บภาษีการขายหุ้น เราเป็นผู้ปฏิบัติก็ต้องทำตามกฏ แต่ก็หวังว่าคลังจะทบทวน” นายไพบูลย์ กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน หุ้น