เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ผ่าแผน “บิ๊กตู่” พลิกภูธรสู่มหานคร บูมท่องเที่ยว-เชื่อมอีอีซี ปักหมุดไฮสปีดเทรน

27 ธ.ค. 2560 | 21:12น.

โค้งหักศอกก่อนส่งท้ายโรดแมปของรัฐบาล-คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี-หัวหน้า คสช.จรยุทธ์ลงพื้นที่-เหยียบฐานเสียง “เจาะหัวเมือง” พรรคการเมือง ถี่ยิบ โปรยงบฯ-หว่านเงิน สร้างความชอบธรรม

หากต้องการ “ไปต่อ” อยู่โยงในอำนาจหลังการเลือกตั้ง ล่าสุด “สัญจร” โซนภาคเหนือตอนกลาง จังหวัดสุโขทัย-พิษณุโลก

1 ปี หลังจากนี้ ภายหลังปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.ตู่ 5) นอกจากการแบ่งงาน 5 รองนายกรัฐมนตรี รายกระทรวงแล้ว ยังแบ่งงาน “รายภาค” ใหม่ และมอบหมายให้เป็นประธานคณะอนุกรรมการจัดทำแผนพัฒนาภาค 5 ภาค โดย “พล.อ.ประยุทธ์” ขีดเส้นภายใน 1 เดือน ให้จัดทำแผนภาค-เพิ่มงบประมาณกลุ่มจังหวัด-จังหวัดในปีงบประมาณ 2562 จากเดิม 2.8 หมื่นล้านบาท

ทิศทาง-ลายแทงการพัฒนาประเทศ 5 ภาค ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ระยะ 5 ปี (2560-2564) ภายใต้กลไกคณะกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาค (ก.บ.ภ.) ที่มี “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นหัวเรือใหญ่ ประกอบด้วย “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะอนุกรรมการจัดทำแผนพัฒนาภาคเหนือ เพื่อให้ทิศทางการพัฒนาภาคเหนือเป็น “ฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าสูง เชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง” ได้แก่ พัฒนาการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการต่อเนื่อง เขตเศรษฐกิจพิเศษ เชื่อมกับ GMS BIMSTEC และ AEC

โครงสร้างพื้นฐาน รถไฟเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระบบขนส่งภายในจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม เป็นประธานคณะอนุกรรมการจัดทำแผนพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

โดยทิศทางการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้เป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง” ได้แก่ บริหารจัดการน้ำให้เพียงพอ แก้ปัญหาความยากจน สร้างความเข้มแข็งของฐานเศรษฐกิจภายใน รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หนองคาย มอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-โคราช

พัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจภาคกลางและพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เพื่อพัฒนาเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ ๆ ของภาค ใช้ประโยชน์จากข้อตกลงกับประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดน-ระเบียงเศรษฐกิจ

พี่ใหญ่ – “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานคณะอนุกรรมการจัดทำแผนพัฒนาภาคกลาง ทิศทางการพัฒนาภาคกลางและพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้เป็น “พัฒนากรุงเทพฯ สู่มหานครทันสมัยและภาคกลางเป็นฐานการผลิตสินค้าและและบริการที่มีมูลค่าสูง” ได้แก่ พัฒนากรุงเทพฯ เป็นมหานครทันสมัยระดับโลก พัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเมือง

พัฒนาคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติและเชื่อมโยงเพื่อการกระจายการท่องเที่ยวทั้งภาค ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม โดยใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์บริหารจัดการน้ำและทรัพยากรธรรมชาติ เปิดประตูการค้า-การลงทุน-การท่องเที่ยว เชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจทวาย ภาคกลาง-EEC

“สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี “เจ้าภาพ” ร่วมกับกระทรวงการคลัง-สำนักงบประมาณในการ “อัดฉีด” เงินเข้าเศรษฐกิจรากหญ้า-ชุมชน เป็นประธานคณะอนุกรรมการจัดทำแผนพัฒนาภาคตะวันออก

ทิศทางการพัฒนาภาคตะวันออก ให้เป็น “ฐานเศรษฐกิจชั้นนำของอาเซียน” ได้แก่ พัฒนา EEC ให้ทันสมัยที่สุดในภูมิภาคอาเซียน พัฒนาภาคตะวันออกเป็นแหล่งผลิตอาหารที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล

ปรับปรุงมาตรฐานสินค้า-บริการด้านการท่องเที่ยว พัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจชายแดน (SEZ) ให้เป็นประตูเศรษฐกิจเพื่อนบ้าน และเร่งแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติที่มีความวิกฤตและจัดระบบการบริหารจัดการมลพิษให้มีประสิทธิภาพ

ขณะที่ “พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ” รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะอนุกรรมการจัดทำแผนพัฒนาภาคใต้และภาคใต้ชายแดน ทิศทางการพัฒนาภาคใต้ ให้เป็น “ภาคใต้เป็นเมืองท่องเที่ยวพักผ่อนตากอากาศระดับโลก เป็นศูนย์กลางผลิตภัณฑ์ยางพาราและปาล์มน้ำมันของประเทศ และเป็นเมืองเศรษฐกิจเชื่อมโยงการค้าการลงทุนกับภูมิภาคอื่นของโลก”

ปั้นอันดามัน-อ่าวไทยให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพชั้นนำของโลก อาทิ เรือยอชต์-เรือครุยซ์ พัฒนาอุตสาหกรรมการแปรรูปยางและปาล์มน้ำมันแห่งใหม่ของประเทศพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ รถไฟทางคู่ ขยายถนน 4 เลน ฝั่งอันดามัน ปรับปรุงสนามบินและท่าเรือ

ทิศทางการพัฒนาภาคใต้ชายแดน ให้เป็น “แหล่งผลิตภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่สำคัญของประเทศ และเป็นเมืองชายแดนเชื่อมโยงการค้าและการท่องเที่ยวกับพื้นที่ภาคใต้และการพัฒนาเศรษฐกิจของมาเลเซียและสิงคโปร์”

เปิดศักราชในปี 2561 จะเห็นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์-องคาพยพ เดินเครื่องเต็มสูบ-อัดฉีดเงินเข้ารากหญ้า สร้าง “แต้มต่อ” โกยคะแนนความชอบธรรมแซงหน้านักการเมืองออกไปอีกหลายช่วงตัว