ศบค.เผยวันแรก วันเดียว ยกเลิก Test&Go แห่เข้าไทยเกือบ 2 หมื่นราย พบผู้ติดเชื้อโควิดแค่ 2 คน ส่วนสถานบันเทิงที่อนุญาตให้เปิดให้บริการได้ผ่านการประเมินกว่า 3,500 แห่ง คิดเป็น 94% พร้อมลดวันแถลงข่าวเหลือเดือนละ 2 ครั้ง หลังสถานการณ์ดีขึ้น
วันที่ 2 มิถุนายน 2565 แพทย์หญิงสุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า
จากมติของศบค.ใหญ่ครั้งล่าสุด เรื่องแรกเราได้ยกเลิก Test&Go ไปเมื่อ 1 มิ.ย. 2565 โดยนักเดินทางที่เข้ามาในประเทศไทย ถ้าเป็นคนไทยแค่เตรียมใบรับรองการฉีดวัคซีน แต่ถ้าเป็นชาวต่างชาติต้องเตรียม 2 แบบ
แบบแรกคือ VIP หรือ Vaccine/Insurance/Passport และต้องทำประกันภัยอย่างน้อย 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ร่วมกับการใช้พาสปอร์ต ส่วนนี้สำหรับผู้ได้รับวัคซีนครบมาแล้ว

แต่ในส่วนที่สอง ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนมาก็สามารถเข้ามาได้ แต่ต้องผ่านแบบที่ 2 คือ TIP (Test/Insurance/Pssport) ตัว T คือ Test ถ้าไม่ได้รับวัคซีนมาต้องมีการตรวจก่อนเดินทางมาถึงเมืองไทย กล่าวคือต้องตรวจแบบ RT-PCR อย่างน้อย 72 ชั่วโมง และต้องมีผลเป็นลบ หรือถ้าไม่ได้รับการตรวจ PCR จะต้องได้รับการตรวจ ATK โดยบุคลากรทางการแพทย์ ร่วมกับการทำประกันอย่างน้อย 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ร่วมกับพาสปอร์ตเช่นเดียวกัน

ยกเลิก Test & Go วันเดียวเข้าไทยเกือบ 2 หมื่นคน
สำหรับนักเดินทางที่เข้ามาวานนี้หลังจากมีปรับรูปแบบ และมีการการยกเลิก Test & Go แล้วการเดินทางทางอากาศ หรือผ่านทางสนามบิน มีการลงทะเบียนเข้ามาผ่านระบบ Thailand Pass มีผู้เดินทางเข้ามาในประเทศรวมทั้งสิ้น 19,767 คน
ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 19,713 คน และมีผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน แต่เข้ามาด้วยระบบ TIP หรือได้รับการตรวจทั้ง PCR และ ATK รวม 54 คน และเข้ามาทางบก ผ่าน 34 ด่าน วานนี้พบผู้ติดเชื้อโควิดแค่ 2 คน ถือว่าน้อยมาก
แพทย์หญิงสุมนีกล่าวต่อว่า เรื่องที่ 2 สำหรับการเปิดสถานบันเทิงหรือสถานที่คล้ายสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะในพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สีฟ้า รวม 31 จังหวัด และสามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ถึง 24.00 น. หรือเที่ยงคืน ทางผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุขนำโดยปลัดกระทรวงสาธารณสุข กทม. และตำรวจ ได้ลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานบันเทิงแถวสุขุมวิท
ทั้งนี้สถานประกอบการที่เปิดให้บริการได้จะต้องผ่านการประเมินผ่านแพลตฟอร์ม Thai Stop Covid 2 Plus และผู้ให้บริการจะต้องได้รับวัคซีนถึงเข็มกระตุ้น และมีการตรวจ ATK สัปดาห์ละครั้ง

สถานบันเทิงประเมินผ่าน 3,500 แห่ง คิดเป็น 94%
ล่าสุดกรมอนามัยได้รายงานในที่ประชุมศูนย์ EOC ของกระทรวงสาธารณสุขว่า มีจำนวนสถานบันเทิง ที่ได้รับการประเมิน Thai Stop Covid 2 Plus ช่วงวันที่ 23-30 พ.ค. 2565 จากทั่วประเทศมี 3,761 แห่ง มี 3,522 แห่ง หรือคิดเป็น 94% ที่ได้ผ่านการประเมิน Thai Stop Covid 2 Plus
“ต้องขอฝากผู้ที่ไปเป็นลูกค้าก่อนที่จะเข้าผับ บาร์ คาราโอเกะ หรือสถานบันเทิง ให้มองหาป้าย หรือใบรับรองผ่านการตรวจ Thai Stop Covid 2 Plus ก่อน เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองเวลาไปเที่ยว” แพทย์หญิงสุมนีกล่าว และว่า
สำหรับการติดตามหลังอนุญาตให้เปิดสถานบันเทิงได้ ทาง ศบค.ได้ให้ศูนย์ปฏิบัติการของมหาดไทย หรือ ศปก.ของมหาดไทย ร่วมกับกรมอนามัย จะมีการสุ่มตรวจเป็นระยะ ถ้าไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยจะต้องได้รับการตักเตือน ถ้ายังมีความเสี่ยงอยู่ อาจต้องให้พักชั่วคราวเพื่อปรับปรุงให้มีความปลอดภัยมากขึ้น
ส่วนการปรับการรายงานได้รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อที่มีอาการและไปรับการดูแลจากสถานพยาบาล ซึ่งเป็นผู้ป่วย จากเดิมเป็นการรายงานผู้ติดเชื้อซึ่งอาจจะมีอาการหรือไม่มีอาการก็ได้ แต่ตอนนี้จะเน้นไปที่ผู้ป่วยที่มีอาการและไปรับการบริการหรือรักษาที่สถานพยาบาล

สำหรับตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่วันนี้อยู่ที่ 2,560 ราย ทำให้ยอดรวมไปอยู่ที่ 2,234,145 ราย เป็นผู้รักษาตัวอยู่ในสถานพยาบาล 36,192 ราย ในจำนวนนี้รักษาตัวอยู่ใน Home Isolation และ Community Isolation 2 หมื่นกว่าราย และรักษาตัวในโรงพยาบาล 15,000 กว่าราย และกลุ่มอาการหนัก 846 ราย และมีผู้ใส่ท่อช่วยหายใจ 417 ราย
“แนวโน้มผู้ป่วยหนักในช่วงนี้มีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน ทั้งผู้ป่วยที่เป็นปอดอักเสบและใส่ท่อช่วยหายใจ และตัวเลขที่ยังต้องติดตามอย่างต่อเนื่องคือตัวเลขผู้เสียชีวิตวันนี้มีรายงาน 34 คน และยังคงอยู่ในกลุ่มเสี่ยงคือกลุ่มผู้สูงอายุและมีโรคเรื้อรัง และมีถึง 54%ที่ไม่ได้รับวัคซีนเลยหรือได้รับแค่เข็มเดียว” แพทย์หญิงสุมนีกล่าว

เตรียม 3 พอ รับมือเข้าสู่โรคประจำถิ่น
แพทย์หญิงสุมนีกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามช่วงนี้แม้ว่าสถานการณ์ดีขึ้น แต่กลุ่มเป้าหมายหลักควรจะต้องไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้น ทั้งกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มเด็กเล็กให้มากขึ้น ขณะนี้มีมาตรการผ่อนคลายกิจการ กิจกรรมมาเรื่อยๆ ต่อไปก็อาจจะพบจำนวนผู้ติดเชื้อที่อาจมีจำนวนเพิ่มขึ้นได้บ้าง ขณะเดียวกันกระทรวงสาธารณสุขก็ได้จัดเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ป่วย 3 พอ คือมีเตียงเพียงพอ ยาและวัคซีนเพียงพอ และหมอ พยาบาล เภสัชกร และเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลอย่างเพียงพอ
ส่วนสถานประกอบการ โรงเรียน สถานที่ทำงานยังคงต้องอยู่ภายใต้มาตรการ Covid Free setting แต่ไม่จำเป็นจะต้องตรวจ ATK ทุกสัปดาห์ โดยสามารถตรวจเฉพาะเมื่อมีอาการหรือสงสัยการติดเชื้อเท่านั้น เพื่อให้เราสามารถอยู่ร่วมกับโควิดอย่างรู้ทัน ป้องกันตัวเองได้ เพื่อให้กลับมาทำมาหากิน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไปได้ คือประชาชนปลอดภัย เศรษฐกิจเข้มแข็ง และประเทศไทยแข็งแรง หรือ Health for Wealth

“นอกจากนี้ ศบค.จะลดวันแถลงข่าวสำหรับเศรษฐกิจที่ดีขึ้นตามลำดับ โดยศบค.จะลดวันแถลงเหลือเดือนละ 2 ครั้ง เป็นวันพฤหัสฯเว้นพฤหัสฯ แต่ถ้าวันไหนตรงกับวันประชุมของศบค.ชุดใหญ่ จะเลื่อนไปเป็นวันที่มีการประชุมของศบค.ใหญ่แทน” แพทย์หญิงสุมนีกล่าวในตอนท้าย