เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาผู้บริโภค จี้ ‘เอกนัฏ’ ฟัน ‘ค่าปรับปรุงเบนซิน’ 50 สต. รับ กบง. หั่นพรีเมียมทิพย์หมื่นล้าน
Economic สภาผู้บริโภค จี้ ‘เอกนัฏ’ ฟัน ‘ค่าปรับปรุงเบนซิน’ 50 สต. รับ กบง. หั่นพรีเมียมทิพย์หมื่นล้าน
เช็กรายชื่อเอกชนรับเหมา ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ กฟน.-กฟภ. พร้อมกางเงื่อนไขกู้หนุน 5 หมื่น
Economic เช็กรายชื่อเอกชนรับเหมา ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ กฟน.-กฟภ. พร้อมกางเงื่อนไขกู้หนุน 5 หมื่น
VGI แจงยิบ ก.ล.ต. ฟ้อง 3 ผู้ถือหุ้นใหญ่ คดีส่วนบุคคล ยันไม่กระทบธุรกิจ-หุ้นเทรดปกติ
Finance VGI แจงยิบ ก.ล.ต. ฟ้อง 3 ผู้ถือหุ้นใหญ่ คดีส่วนบุคคล ยันไม่กระทบธุรกิจ-หุ้นเทรดปกติ
กลุ่ม ปตท. ขยับเก้าอี้บริหาร! เปลี่ยนแม่ทัพการเงิน-CEO ด้าน OR รอคลังไฟเขียวซีอีโอใหม่
Finance กลุ่ม ปตท. ขยับเก้าอี้บริหาร! เปลี่ยนแม่ทัพการเงิน-CEO ด้าน OR รอคลังไฟเขียวซีอีโอใหม่
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิด “อาคารชลพิพัฒน์”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิด “อาคารชลพิพัฒน์”
กนง. ยอมรับดอกเบี้ยต่ำนานเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเกาะติดผลกระทบใกล้ชิด
Finance กนง. ยอมรับดอกเบี้ยต่ำนานเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเกาะติดผลกระทบใกล้ชิด
คปภ. เร่งช่วยเหยื่อน้ำท่วมภูเก็ต ชี้ช่องรับเงินประกัน 1 หมื่นบาท ตามเงื่อนไข
Finance คปภ. เร่งช่วยเหยื่อน้ำท่วมภูเก็ต ชี้ช่องรับเงินประกัน 1 หมื่นบาท ตามเงื่อนไข
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
เริ่มแล้วออกแบบ 5 พื้นที่ประวัติศาสตร์สู่ ‘สวนสาธารณประโยชน์แห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์’
Real Estate เริ่มแล้วออกแบบ 5 พื้นที่ประวัติศาสตร์สู่ ‘สวนสาธารณประโยชน์แห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์’
‘ชัชชาติ’ ยื่นสภา กทม. ขอใช้เงินสะสมจ่ายขาด 1,139 ล้าน เร่งเยียวยา-ฟื้นฟูน้ำท่วม
Politics ‘ชัชชาติ’ ยื่นสภา กทม. ขอใช้เงินสะสมจ่ายขาด 1,139 ล้าน เร่งเยียวยา-ฟื้นฟูน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

Smart City IOT และปัญหาน้ำท่วม

02 ม.ค. 2561 | 23:00น.

คอลัมน์ Redpillz

โดย พงศ์พีระ ชวาลาธวัช www.facebook.com/Redpillzdotcom

จากบทความตอนก่อน ๆ ของผมที่ได้เขียนลงไปเกี่ยวกับ IOT ถ้าใครที่ยังไม่ได้อ่านผมแนะนำให้ไปอ่านปูพื้นเสียก่อนเกี่ยวกับ IOT ครับ ซึ่งในวันนี้เรามาคุยกันในเรื่องตัวอย่างของการนำ IOT ไปใช้ใน smart city

เริ่มกันที่เรื่อง hot ที่สุดในเวลานี้คือเรื่องของ smart city สิ่งที่ผมเห็นกับสิ่งที่ควรจะเป็นนั้นมันช่างดูจะยาวไกลและต้องใช้การร่วมแรงร่วมใจกันอย่างมาก

เพราะ smart city นั้นไม่ใช่แค่เมืองที่มี internet ครอบคลุมหรือเมืองที่มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านแล้วเราจะเรียกว่า smart city ได้ แต่มันต้องเป็นเมืองที่อุดมไปด้วยสารสนเทศและ IOT ประกอบเข้าด้วยกันอย่างลงตัวตามลักษณะและปัญหาของแต่ละเมืองนั้น ๆ

ซึ่งจะมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละเมืองไป

เท่าที่ผมทราบมา ขอนแก่น ภูเก็ต และกรุงเทพฯเองก็มีแผนกันอยู่แล้ว

เพียงแต่ว่าจะเดินไปได้ถึงขั้นตอนการพัฒนาที่เท่าไหร่นั้นเป็นเรื่องของความสามารถในการรวมกลุ่มในแต่ละจังหวัด

ผมมักจะเชียร์การทำงานของกรุงเทพมหานครตลอด ไม่ว่าใครจะมาเป็นพ่อเมือง แต่สิ่งที่ผมแอบเศร้าคงจะเป็นเรื่องที่บางครั้งไม่ได้ทำการวิจัยถึงพฤติกรรมผู้บริโภค+ผู้ใช้งานมาดีพอ ยกตัวอย่างเช่น e-Payment บนรถเมล์ และ smart taxi ซึ่งจริง ๆ แล้วมันตรงกับคอนเซ็ปต์ของ smart city เลย

แต่อาจจะด้วยพฤติกรรมของคนกรุงเทพฯและสภาพท้องถนนบ้านเราอาจจะไม่เอื้อในการใช้งานเท่าไหร่ โครงการเลยต้องเงียบ ๆ ไป หลงเหลือแต่ส่วนเว้าของถนนและป้ายกับปุ่มกด ซึ่งถ้ายังอยากทำอยู่ผมขอเสนอว่าให้ใช้ช่วงเวลานี้ที่ taxi กับ uber มีช่องว่างถือโอกาสต่อ smart taxi ภาคสองด้วยการกรอง taxi ดี ๆ จับเข้าโครงการแล้วจับลง application เหมือน uber แล้วทำ fleet management ด้วย IOT

เช่นการดูสถานะของรถยนต์ในแต่ละคันทั้งกรุงเทพฯ ถ้าคันไหนมันจะไม่รอดก็มีคนแจ้งให้ไปซ่อมบำรุง ดูพฤติกรรมการขับรถทั้งหลายเลยก็ได้ ผมว่าผู้โดยสารอาจจะอุ่นใจกว่าใช้ uber ด้วยซ้ำ เพราะถูกกฎหมายและมีคนคุมกฎหมายคอยดูแลความปลอดภัยตลอดเวลา แถมเงินค่าบริการก็ไม่รั่วไหลออกนอกประเทศด้วย จะติดกังวลอยู่ก็แค่ทีมงานบริหารควรจะต้องเป็นเอกชน, องค์กรมหาชนหรือการลงทุนร่วมจะดีกว่าจะได้มีความต่อเนื่องในการให้บริการ

เนื่องจากคำว่า smart city แบบ Bangkok smart city นั้นมันมีหลายส่วนมาก

ผมขอยกหนึ่งส่วนมาพูดแล้วกัน เพราะเป็นส่วนที่ผมฝันอยากจะให้เกิดจริง ๆ นั่นคือเรื่องน้ำท่วม ซึ่งคิดว่า IOT น่าจะมีส่วนช่วยในเรื่องปัญหาน้ำท่วมและการจราจรมิใช่น้อย ผมจึงหาข้อมูลก่อนที่จะเสนอแนะ และก็ได้ข้อมูลมาว่า กรุงเทพฯนั้นมีแผนการจัดการน้ำในกรุงเทพมหานคร ประจำปี พ.ศ. 2560 พออ่านไปทั้งหมด 33 หน้า รวมเอกสารอื่น ๆ เช่น การลงทุนในระบบ เครื่องจักร อุโมงค์น้ำทั้งหมดแล้ว ก็ทำให้เห็นว่า กทม.เองได้รู้ถึงปัญหาและสาเหตุดีอยู่แล้ว เท่าที่ทราบมาหลาย ๆ เรื่องเองก็ยากอยู่มาก เช่น เรื่องของการอุดตันของขยะ และเรื่องขนาดของท่อระบายที่เล็กเกินไปจนมีปัญหาคอขวด ต้องขยายท่อระบายจาก 1 เมตรเป็น 2 เมตร เพื่อที่จะเพิ่มการไหลของน้ำลงมาที่อุโมงค์ได้ดีขึ้น

ทาง กทม.เองก็มีระบบ SCADA ที่ศูนย์อยู่ที่ชั้น 6 สำนักการระบายน้ำ กทม. ดินแดง ซึ่งศูนย์นี้มีการดึงข้อมูลเข้าสู่ศูนย์กลางทั้งหมดมาอยู่ในห้องเดียวกับหน้าจอใหญ่ ๆ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดนี้มาสนับสนุนในการตัดสินใจการสั่งการช่วยเหลือเรื่องน้ำระบายไม่ทัน และทั้ง EGA และอีก 34 หน่วยงานได้ร่วมมือทำ applica-tion ชื่อ Thaiwater เพื่อเป็นศูนย์รวมเรื่องน้องน้ำ เพื่อประชาชนจะได้รับรู้สถานการณ์น้ำ ส่วนใครถนัด LINE ท่านสามารถติดตามข่าวด่วนอัพเดตเรื่องน้ำได้ ค้นหาคำว่า “ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม” ได้เช่นกัน

จากข้อมูลที่ได้กล่าวข้างต้นนั้น ผมแอบคิดว่ามันคงจะดีถ้ามีนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล หรือ data scientist เก่ง ๆ น่าจะมีข้อมูลของทางการไฟฟ้า (น้ำเขื่อน)+ข้อมูลน้ำหนุน+น้ำทุ่ง+พยากรณ์อากาศ+ค่าของสิ่งที่ไม่คาดคิด เช่น การอุดตันของขยะในท่อ+ข้อมูลระดับน้ำท่วมในอดีตในแต่ละเขตที่เกิดขึ้นจากข้อมูลต้นเหตุ นำทั้งหมดนี้มาเพื่อสร้างโมเดลวิเคราะห์ทาง big data analytic ของน้ำที่จะท่วมกรุงเทพฯ (และจังหวัดอื่น ๆ) เวลาไหน ที่ใด

ทั้งนี้การแจ้งควรจะแจ้งเป็นสองนัย ผ่านทาง application บนมือถือ หนึ่ง คือแจ้งในลักษณะการพยากรณ์ ที่ไม่เป็นเพียงแค่การพยากรณ์ฟ้าฝน แต่เป็นพยากรณ์ไปถึงการอาจจะมีน้ำท่วม+ระดับการท่วมซึ่งอาจจะมี notification บอกไปเบา ๆ ตามจุดที่บ้านหรือทรัพย์ของคนใช้มือถือท่านนั้น ซึ่งใน app Thaiwater ผมเห็นแล้วว่ามีการขอใช้ location ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะใช้เพื่อการเตือนอะไรซักอย่าง แต่ไม่แน่ใจว่าเตือนตามพิกัดหรือไม่ แต่ถ้าได้อย่างที่บอกจะดีมาก

สอง คือการแจ้งแบบ real time กับ IOT เซ็นเซอร์ที่ติดตั้งอยู่ตามจุดสำคัญเพื่อแจ้งและเตือนไปยังพิกัดมือถือที่อยู่ในเขตน้ำท่วม เพื่อการทำ alert notification ให้ประชาชนที่อยู่บริเวณที่เกี่ยวข้องนั้นทราบ ก่อนที่จะกลายเป็นว่า ตื่นมาอีกวันแล้วน้ำท่วมรถไปครึ่งคันแล้ว อย่างที่เห็น ๆ กันจากหน้าโซเชียลต่าง ๆ

ส่วนเครื่องสูบน้ำและเครื่องจักรต่าง ๆ น่าจะมีการทำ predictive maintenance+remote ที่สั่งการและรับรู้ได้ เพื่อบอกทั้งสถานะในเวลาปัจจุบันและอายุการใช้งานในอนาคตแทนที่จะเป็นการซ่อมบำรุงตามตาราง โดยระบบที่ว่ามานี้คือการใช้ IOT เข้าไปทำงานแทนคน ช่วยลดข้อผิดพลาดและรู้ได้ทันทีอย่างรวดเร็ว เพราะบางครั้งทางทีมงานที่ควบคุมเครื่องบางทีก็ไม่ได้อยู่หน้าเครื่องตลอดเวลา อาจไม่ทราบว่าเครื่องสถานะเป็นอย่างไรในตอนนี้ ทั้งนี้ สิ่งที่ผมเสนอเป็นเพียงแค่เสี้ยวเดียวของคำว่า smart city ซึ่งยังมีมุมอื่นอีกมากมาย เพราะในการพัฒนา smart city ด้วยข้อมูลและ IOT นั้น

เราสามารถที่จะประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์หรือสถานการณ์เพื่อให้เกิดการแจ้งเตือนหรือพยากรณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้

แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่าในขณะนี้ทาง กทม.เองคงจะมีการวางแผนในการพัฒนาระบบให้ฉลาดขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

smart city