น้ำมันแพงดันต้นทุนขนส่ง พพ.จับมือ 7 องค์กร หนุนประหยัดพลังงาน 10%
กรมพัฒนาพลังงานทดแทน จับมือพันธมิตร 7 องค์กร รัฐ เอกชน รัฐวิสาหกิจ หนุนอนุรักษ์พลังงานในภาคขนส่ง วางเป้าประหยัดไม่น้อยกว่า 10% ฝ่าวิกฤตน้ำมันแพง ลดผลกระทบต้นทุนขนส่ง
วันที่ 15 มิถุนายน 2565 นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวหลังการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การส่งเสริมการสร้างเครือข่ายด้านอนุรักษ์พลังงานในภาคขนส่ง” กับเครือข่ายภาคีหน่วยงาน 7 แห่ง ว่า โครงการนี้ได้กำหนดเป้าหมายการอนุรักษ์พลังงานในส่วนของภาคการขนส่งจากหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 7 แห่ง ทั้งในด้านขนส่งทางถนน ที่มีจำนวนรถขนส่งสินค้าและขนส่งพนักงานกว่า 6,000 คัน และการขนส่งสินค้าทางน้ำ ที่มีการใช้เรือขนส่งสินค้าและบริการกว่า 50 ลำ
ซึ่งแนวทางการกำหนดมาตรการอนุรักษ์พลังงานโดยการวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำระบบบริหารจัดการโลจิสติกส์การขนส่งสินค้าและผู้โดยสารที่มีประสิทธิภาพ การเพิ่มทักษะในด้านการขับขี่และการใช้งานยานยนต์ เครื่องจักร และอุปกรณ์ด้านการขนส่งและโลจิสติกส์เพื่อการประหยัดพลังงาน การใช้เครื่องจักรอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับการใช้งาน รวมถึงการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งในตัวรถยนต์ รถบรรทุกสินค้า รถโดยสาร เครื่องจักรอุปกรณ์ขนถ่าย เรือพลังงานไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายศักยภาพในการอนุรักษ์พลังงานในส่วนของการขนส่งในหน่วยงานได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10

“โครงการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายด้านอนุรักษ์พลังงานในภาคขนส่งว่า หน่วยงานทั้ง 7 แห่ง จะเป็นหน่วยงานต้นแบบนำร่องที่ได้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการอนุรักษ์พลังงานด้านการขนส่งในหน่วยงานของตนเอง ซึ่งสามารถใช้ในการกำกับดูแลควบคุมให้หน่วยงานมีการจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต ส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์พลังงานในภาคขนส่งอย่างยั่งยืนต่อไป”
นายบุญชัย กาญจนพิมาย ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายธุรการและบริหารอาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า แม้ ธปท. จะเป็นหน่วยงานที่ไม่มีการใช้พลังงานในการขนส่งสินค้า แต่ก็มีการใช้รถขนส่งบุคลากรในหน่วยงานเพื่อการติดต่อประสานงาน หรือการประชุมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการร่วมโครงการนี้ จะช่วยให้ ธปท.สามารถเกิดแนวทางในการบริหารจัดการการขนส่งบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการรองรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต และเป็นการสร้างความร่วมมือในการอนุรักษ์พลังงานของ ธปท.ต่อไป
นายธเนศ จิตรุ่งสาคร ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายปฏิบัติการผลิตหัวบันทึกและอ่านข้อมูลฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การใช้พลังงานในภาคการขนส่งของบริษัทนั้น มีการใช้เชื้อเพลิงในการขนส่งที่สูงมาก เพื่อใช้ในการขนส่งพนักงานของบริษัทกว่า 1 หมื่นคน ซึ่งมีการใช้รถบัสโดยสารในการขนส่งพนักงานกว่า 160 คัน นอกจากนี้ บริษัทยังมีการขนส่งวัตถุดิบและสินค้าเป็นจำนวนมากอีกด้วย การเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในภาคขนส่งของบริษัท ก็จะสามารถตอบโจทย์การอนุรักษ์พลังงาน หรือเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคการขนส่ง ทั้งในด้านการบริหารจัดการรถขนส่งพนักงานและรถขนส่งสินค้า รวมถึงการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าสำหรับบุคลากรของบริษัทได้
นายวรเทพ สุวจนกร รองประธานกรรมการ บริษัท เอส.พี.อินเตอร์ มารีน จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีการใช้พลังงานทั้งในส่วนของน้ำมันเชื้อเพลิง และไฟฟ้าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าทางเรือค่อนข้างสูง ดังนั้น หากบริษัทสามารถดำเนินการบริหารจัดการการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ จากการที่มีแผนปฏิบัติการอนุรักษ์พลังงานด้านการขนส่งในหน่วยงานเองก็จะเป็นประโยชน์ได้อย่างมากจากการเข้าร่วมโครงการนี้
ดร.อภิรักษ์ ธีระวงศ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ พี อาร์ โลจิซทิคซ จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้มีการขนส่งสินค้าทางถนน ซึ่งมีกิจกรรมการขนส่งสินค้าที่หลากหลายจากท่าเรือไปยังโรงงานต่าง ๆ หลายพื้นที่ทั่วประเทศ และมีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในปริมาณที่สูง ดังนั้น หลักการ และแนวทางการดำเนินงานเพื่อบริหารจัดการการขนส่งสินค้าจึงมีความสำคัญ เพื่อให้ผู้ประกอบการขนส่งสามารถอยู่ได้ภายใต้สภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งบริษัทมีความคาดหวังว่า การมีแผนปฏิบัติการอนุรักษ์พลังงานด้านการขนส่งในหน่วยงานจะสามารถช่วยให้บริษัท และเครือข่ายผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กสามารถลดต้นทุนในด้านการขนส่งลงได้
นายจตุรงค์ อุดมสิทธิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พิบูลย์คอนกรีต จำกัด กล่าวว่า การขนส่งสินค้าให้กับลูกค้า รวมถึงกิจกรรมการขนส่งวัตถุดิบภายในโรงงานของบริษัท เป็นต้นทุนที่ต้องแบกรับในสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีการปรับตัวขึ้น ดังนั้น บริษัทได้คาดหวังว่า การเข้าร่วมโครงการนี้จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้เล็งเห็นโอกาสในการบริหารจัดการระบบการขนส่งสินค้าและบริการอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อมีการดำเนินงานจัดทำแผนปฏิบัติการอนุรักษ์พลังงานด้านการขนส่งในหน่วยงาน
นายคมกริช มารมย์ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท น้ำมันศรีพลัง จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางถนนด้วยรถบรรทุกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการขนส่งสินค้าในประเทศเป็นหลัก มีการใช้พลังงานในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในปริมาณที่สูง ทั้งนี้ การเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายด้านอนุรักษ์พลังงานในภาคขนส่งของ พพ. จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยให้บริษัทสามารถปรับตัว เพื่อลดต้นทุนในด้านการขนส่งสินค้า และถือเป็นจุดเริ่มต้นในการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานกับหน่วยงานของกระทรวงพลังงานในอนาคต
นายศุภชัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ( PEA) กล่าวว่า PEA เป็นส่วนงานของรัฐที่ให้บริการจำหน่ายไฟฟ้าแก่ประชาชน มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในภาคขนส่งของ PEA ก็จะเป็นการเริ่มต้นที่ดี และสามารถเป็นต้นแบบให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ให้สามารถลดการใช้พลังงาน หรือส่งเสริมการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
