อีอีซี ลุยพัฒนาสินค้าดึงต้นแบบสมุนไพรกัญชงดันยอดขายชุมชนเพิ่ม 30%
อีอีซี ผุดโครงการ EEC Enterprise ดึงกองทุนหมู่บ้านฯ ธกส. สมาคมกัญชงฯ ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ในอีอีซี เพิ่มความสามารถในการผลิต การขาย จัดหาแหล่งทุนพัฒนาสินค้าและผลผลิตให้ได้มาตรฐานตรงใจผู้ซื้อ นำร่องจัดทำแปลงสาธิตต้นแบบสมุนไพรกัญชง พร้อมจัดหาตลาดสร้างอาชีพและรายได้ คาดยอดขายสินค้าชุมชนไม่ต่ำกว่า 30% ดัน GDP ระดับชุมชนขยายตัวเพิ่มขึ้น 20%
วันที่ 16 มิถุนายน 2565 นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรืออีอีซี) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับชุมชน ควบคู่กับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยการเร่งสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ตลอดจนผู้ประกอบอาชีพค้าขายและรับจ้างรายย่อยในพื้นที่ ให้สามารถฟื้นตัวจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 อีอีซี จึงได้ผลักดัน “โครงการส่งเสริมส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชน และผู้ค้ารายย่อยในอีอีซี ภายใต้การดำเนินงานของ EEC Enterprise”
ทั้งนี้ จะดำเนินการสนับสนุนทั้งการสร้างความรู้ พัฒนาทักษะประสบการณ์ ขยายช่องทางจำหน่าย และความสามารถในการขาย พร้อมทั้งจัดหาแหล่งเงินทุนให้ผู้ค้ารายย่อย ชุมชน พัฒนาผลผลิตและสินค้าให้มีความสด ใหม่ ดี มีคุณภาพสูงและได้มาตรฐานสากล คู่ไปกับสร้างเครื่องมือการตลาด นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ เพื่อให้สินค้าชุมชนและโอทอปเป็นที่รู้จัก และที่สำคัญคือต้องตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
อีอีซีจะส่งเสริมพัฒนาผู้ประกอบการสินค้าชุมชนและโอทอป ผ่านโครงการ EEC Enterprise ที่ร่วมดำเนินการระหว่าง อีอีซี สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) สถาบันการเงิน และภาคเอกชน ในการทำหน้าที่วางแผนการผลิต การตลาด และส่งเสริมการขาย ซึ่งได้วางแนวทางดำเนินงาน EEC Enterprise ใน 3 ด้าน ได้แก่
- สร้างเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน จัดขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกชุมชน การคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพ สนับสนุนการอบรมและพัฒนาทักษะการประกอบการ
- วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับ สถาบันการศึกษา เพื่อปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์ นำนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการเพิ่มยอดขาย การสนับสนุนด้านการขนส่งสินค้า และใช้ประโยชน์จากอีคอมเมิรซ์ เป็นต้น และ
- ยกระดับผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน ร่วมกับภาคเอกชน เพิ่มทักษะการประกอบธุรกิจ รวมทั้งจัดหาแหล่งเงินทุน กองทุนสนับสนุน รองรับการแปรรูปหรือผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานสากล เป็นต้น
นายธัชพล กาญจนกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก กล่าวว่า เบื้องต้นได้ร่วมกับ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ คัดเลือกโครงการต้นแบบ อาทิ โครงการโรงเรือนกัญชงต้นแบบ ซึ่งเป็นโครงการแรก ของ EEC Enterprise ที่จะช่วยสนับสนุนการลงทุน ส่งเสริมปลูกพืชสมุนไพรกัญชง ช่วยเหลือในกระบวนการบริหารจัดการ การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ต้นแบบให้แก่เกษตรกร รวมทั้งประสานเชื่อมโยงผู้ซื้อผู้ขาย จัดสรรผลผลิตที่เกิดขึ้นจากโครงการฯ ไปยังผู้ซื้อได้โดยตรง
พร้อมกันนี้อีอีซีจะหารือกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) และสถาบันการเงินอื่น ถึงแนวทางการสนับสนุนด้านการเงินให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยด้านเศรษฐกิจชุมชน เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ และในระยะต่อไป EEC Enterprise จะขยายผลในการสนับสนุนทั้งด้านสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นต้น
สำหรับผลประโยชน์รวมที่เกิดขึ้นจาก EEC Enterprise จะสนับสนุนให้ยอดขายสินค้าชุมชนเพิ่มไม่ต่ำกว่า 30% ผลักดัน GDP ระดับชุมชนขยายตัวเพิ่มขึ้น 20% เศรษฐกิจชุมชนที่ประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้น 20% ผู้ซื้อสินค้า ผู้บริโภค นักท่องเที่ยวได้สินค้าชุมชน และบริการที่มีคุณภาพ จูงใจให้กลับมาท่องเที่ยวซ้ำ สร้างงาน สร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำและขจัดความยากจนในพื้นที่อีอีซีระยะยาวต่อไป