เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ดร.นิเวศน์ ประเมินโอกาสลงทุนในภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต

04 ก.ค. 2565 | 11:04น.

Prachachat Wealth EP ที่ 23 วันนี้พบกับ Special Guest ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ต้นแบบนักลงทุนวีไอ หรือ นักลงทุนแบบเน้นคุณค่า หนึ่งในตำนานนักลงทุนในตลาดหุ้นไทย ที่มีประสบการณ์ผ่านวิกฤตหลายต่อหลายครั้งมาแล้ว และเข้าใจความโหดร้ายของตลาดหุ้นขาลงเป็นอย่างดี

วันนี้ท่านจะมาร่วมบอกเคล็ดลับการลงทุนเอาตัวรอดยามวิกฤต พร้อมข้อควรระวัง และแนะนำหุ้นพื้นฐานดี ไปร่วมรับชมรับฟังกันเลยครับ

จะขอมุมมองตลาดช่วงนี้เราลงทุนยังไงดีครับ ?

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ต้นแบบนักลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor) เปิดเผยว่า มุมมองช่วงนี้ จริง ๆ เป็นช่วงที่อันตรายเหมือนกัน โดยเฉพาะหุ้นพวกเก็งกำไรสูง ๆ พวกหุ้น Growth และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกสินทรัพย์ดิจิทัล พวกเหรียญต่าง ๆ ที่ไม่มีพื้นฐานประเมินได้ จะอันตรายที่สุดเลย

เพราะว่าดูแล้วภาวะเศรษฐกิจน่าจะเข้าสู่ช่วงขาลง เศรษฐกิจจะถดถอยลง และก็สภาพคล่องทางการเงินก็จะค่อย ๆ ลดลง ซึ่งจะทำให้สินทรัพย์เก็งกำไรทั้งหลายจะน่ากลัว เวลาตกจะตกแรง และตกลงมาก ทั้งที่ก็ตกลงมาเยอะ แต่ว่าเนื่องจากพื้นฐานไม่รองรับก็จะอันตรายมาก

รวมถึงตลาดหุ้นไทยเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หุ้นที่เคยขึ้นไปเก็งกำไรสูง ๆ มีค่า PE แบบผิดธรรมชาติ 40-50 เท่าขึ้นไป บางทีเป็น 100 เท่า พวกนี้จริง ๆ แล้ว การเก็งกำไรก็ยังมีอยู่ มีเป็นช่วง ๆ ตรงนี้อันตรายมาก เพราะว่าเมื่อหมดแรงเมื่อไหร่ก็อาจจะล่มสลายง่าย ๆ

อยากให้เตือนสตินักลงทุนนิดหนึ่งว่าในช่วงวิกฤตแบบนี้ครับ คือเราต้องระวังตัวยังไง ?

ดร.นิเวศน์ กล่าวว่า ประเภทลงทุนเพื่อหวังกำไรเร็ว ๆ หวังผลตอบแทนสูง ๆ เร็ว ๆ อันนี้จะอันตราย ตอนนี้ต้องยอมรับความเป็นจริงว่า การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหลาย มันจะไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่สูงเหมือนกับอดีต ที่ดีเหมือนอดีต ตรงนี้ต้องตระหนักตลอดเวลา

แต่อย่างไรก็ตาม หุ้นที่ยังมีพื้นฐานใช้ได้ และก็สามารถทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยอะไรต่าง ๆ ได้ดี ราคาหุ้นไม่แพง มีปันผลดี ๆ พวกนี้ก็ยังน่าจะพอลงทุนได้

ถ้าอยากจะเลี่ยงจากความเสี่ยงสูง ๆ ก็อาจจะสวิตช์ไปทางด้านตราสารหนี้ ในกิจการ ในบริษัทที่แข็งแกร่ง ปลอดภัย ดอกเบี้ยสัก 3% เช่น พวกหุ้นกู้ แต่ต้องเป็นบริษัทดี ๆ เพราะนาทีนี้ ถ้าเรตติ้งไม่ดี ไม่มีเรตติ้ง ก็อันตรายเหมือนกัน เพราะไม่รู้ว่าเศรษฐกิจตกต่ำลงมา หรือเกิดภาวะทางการเงินรุนแรง อาจจะล้มละลายได้เหมือนกัน

หุ้นพื้นฐานดี ที่ ดร.บอกว่าทนทานเศรษฐกิจเป็นกลุ่มไหนครับ ?

ดร.นิเวศน์ กล่าวอีกว่า ก็จะมีหลายกลุ่ม รวมไปถึงสถาบันการเงิน ที่ผมว่านาทีนี้ก็ยังแข็งแกร่งดี จ่ายปันผลค่อนข้างดี และราคาก็ไม่แพง PE ก็ยังต่ำกว่า 10 เท่า และเขาน่าจะฝ่าภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยลงไปได้

ผมว่าหลายเซ็กเตอร์ โดยเฉพาะเซ็กเตอร์ที่เป็นความจำเป็นทั้งหลาย เป็นสาธารณูปโภค เป็นสื่อสาร เป็นอะไรที่ยังไงคนก็ยังต้องใช้ในระดับหนึ่งทีเดียว

พวกนี้ถ้าปันผลงาม ๆ ราคาหุ้นไม่แพง ผมว่าก็พอลงทุนได้ แต่อย่าหวังผลเลิศ ต้องคิดว่าลงทุนหุ้นพวกนี้ถ้าได้ปันผล และราคาหุ้นไม่ลง ก็ต้องถือว่าโอเคแล้ว เพราะปันผลถ้ามันมีขนาด 5% ขึ้น ถือว่าคุ้มค่า

มีหุ้นในดวงใจไหมครับ หมายถึงในตลาดหุ้นไทย ?

ดร.นิเวศน์ กล่าวต่อว่า ไม่มีครับ แทบจะไม่มีเพราะว่าเราดูแล้ว จริง ๆ ตลาดหุ้นไทยตอนนี้ความน่าสนใจลงทุนไม่ค่อยมี มันมีแต่หุ้นเก็งกำไร บางทีก็เป็นหุ้นปั่น ซึ่งมันก็รับไม่ได้ เพราะความเสี่ยงมันสูง ส่วนหุ้นที่ดีใช้ได้ต่าง ๆ ราคาก็ไม่ถูก

ส่วนหุ้นที่ผมพูดแบบจะเรียกได้ว่าเป็นหุ้นที่คุณภาพกลาง ๆ แต่มันมีลักษณะไม่ค่อยโต แต่แข็งแกร่ง จ่ายปันผลงาม เป็นหุ้นกลุ่มที่พอลงทุนได้ในยามนี้

ประเมินสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจถดถอย มันจะยาวแค่ไหนครับ ?

ดร.นิเวศน์ กล่าวว่า ปกติพวกนี้ก็ไม่น่าจะยาวมาก ผมว่าอย่างน้อยประมาณถึงสิ้นปี ผมว่ามันก็น่าจะเริ่มเห็นแล้วว่า โอเคมันพ้นไปแล้ว

หุ้นต่างประเทศลงมาเยอะมาก ซึ่งถ้าเราสามารถไปลงทุนต่างประเทศได้ ผมก็แนะนำ ถ้าอยากจะได้ผลตอบแทนที่ดี และมีโอกาสได้กำไร แม้ว่าจะมีความเสี่ยงมากกว่า เพราะว่าต่างประเทศตอนนี้ภาวะเศรษฐกิจจะหนักกว่าเรา คือ เขาอาจจะมีปัญหามากกว่าเรา ทางด้านเศรษฐกิจ เช่น ดอกเบี้ยจะขึ้นแรงกว่า มีการดูดเงินกลับไปเยอะ และก็ดอกเบี้ยขึ้นเร็ว เงินเฟ้อขึ้นสูงกว่า

แต่ว่าจริง ๆ ก็หลายที่ก็เป็นโอกาสเหมือนกัน พอหุ้นมันลงหนัก ๆ แล้ว โอกาสที่เมื่อฟื้นตัวก็จะไปได้แรงกว่าหุ้นบ้านเรา ก็ยังแนะนำถ้าไม่มีหุ้นต่างประเทศ ก็น่าจะพิจารณา ที่ผมดูจริง ๆ ส่วนใหญ่ ไม่อเมริกาก็เวียดนาม จีนก็อาจจะเสี่ยงหน่อย

ดร.นิเวศน์ปรับพอร์ตอย่างไรบ้างครับช่วงวิกฤต ?

ดร.นิเวศน์ กล่าวว่า ไม่ได้ปรับมากนะครับ ส่วนใหญ่ก็จะไปเพิ่มที่เวียดนามหน่อย แต่ผมก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ เพียงแต่ว่าไปช้า ๆ เวียดนามก็ 25-26% และกำลังเพิ่มขึ้นหน่อย ๆ แต่หุ้นไทยไม่ได้ทำอะไร เพราะว่าไม่รู้จะทำอะไร เกือบ 70% ยังสูงอยู่เยอะ แต่ก็เป็นหุ้นเก่า ๆ ทั้งนั้น เพียงแต่เราไม่ได้ทำอะไร ก็ยังค้างอยู่

แช่ไว้อย่างนั้น เพราะขายก็ไม่รู้ว่าจะขายไปทำไม ขายก็ต้องหาที่ลง ซึ่งต่างประเทศเราก็ค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว ก็เลยดู ๆ ไปก่อน หุ้นที่เราถือมันก็ปลอดภัยพอสมควร