Skip to content

อย.เผย “ยาไบโพลาร์” ทำฉี่ม่วงได้ แต่กรณีพบสารเสพติดต้องตรวจซ้ำ

08 ม.ค. 2561 | 13:57น.
อย.เผย “ยาไบโพลาร์” ทำฉี่ม่วงได้ แต่กรณีพบสารเสพติดต้องตรวจซ้ำ

อย.เผย “ยาไบโพลาร์” ทำฉี่ม่วงได้ แต่กรณีพบสารเสพติดต้องตรวจซ้ำ กรมสุขภาพจิตเผยมียาอีก 40 ชนิด

เมื่อวันที่ 8 มกราคม นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณีการรับประทานยานอนหลับ หรือยาไบโพลาร์ ทำให้ปัสสาวะมีสีม่วงหรือไม่ ว่าในเรื่องนี้ต้องแยกให้ชัด เนื่องจากกรณีปัสสาวะเป็นสีม่วง ไม่ใช่ว่าจะมาจากการใช้ยาเสพติดหรือยากลุ่มเมท แอมเฟตามีน อย่างเดียว เนื่องจากยาเมทแอมเฟตามีนนั้น มีสูตรคล้ายกับยาตัวอื่นด้วย เรียกว่าโครงสร้างทางเคมีของยาคล้ายกัน ทั้งยาหวัด ยาแก้ไอ ยานอนหลับ หรือยาไบโพลาร์ รวมไปถึงยาต้านอาการซึมเศร้า ซึ่งปกติแล้วในการตรวจหาสารเสพติดโดยพบปัสสาวะสีม่วงนั้น นอกจากการตรวจเบื้องต้น เพื่อคัดกรองช่วงแรกแล้ว การจะตรวจหาสารเสพติด ซึ่งมีผลทางคดีนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องนำปัสสาวะไปตรวจซ้ำอีกครั้ง ในระดับการตรวจที่สูงขึ้นจึงจะทำให้ทราบว่ามีสารยาเสพติดชนิดใด

ด้าน นพ.สมัย ศิริทองถาวร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จริงๆ แล้วไม่อยากให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า ยารักษาโรคไบโพลาร์จะทำให้ปัสสาวะเป็นสีม่วง เนื่องจากแค่เฉพาะยาไบโพลาร์มีหลายตัวมากที่ใช้รักษาอาการนี้ ที่สำคัญไม่ใช่แค่ยาไบโพลาร์เท่านั้นที่ทำให้ปัสสาวะม่วง แต่ยังมียาอีกหลายตัวกว่า 40 ชนิด เบื้องต้นการตรวจก็ไม่ใช่แค่ตรวจครั้งเดียว เพราะถ้าตรวจหาสารเสพติดต้องตรวจซ้ำอีกครั้ง เพื่อแยกตัวยาออกมา ซึ่งจะบอกได้ว่าเป็นสารเสพติดหรือไม่ และการตรวจหาสารเสพติดก็ไม่ได้ตรวจได้ด้วยตาเปล่า ต้องตรวจละเอียดอีกครั้ง

ที่มา : มติชนออนไลน์