Skip to content

ภูเก็ต 900 โรงแรมเล็กตั้งผิดกฎหมาย ชี้ทางออกรอร่างกฎกระทรวงใหม่

13 ก.ค. 2565 | 22:07น.
ภูเก็ต 900 โรงแรมเล็กตั้งผิดกฎหมาย ชี้ทางออกรอร่างกฎกระทรวงใหม่

ภูเก็ตเผย 900 โรงแรมขนาดเล็กตั้งผิดกฎหมาย ขาดสภาพคล่อง ชี้ทางออกรอยกร่างกฎกระทรวงใหม่คลอด

วันที่ 13 กรกฎาคม 2565 นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงกรณีกลุ่มโรงแรมขนาดเล็กชูป้ายแสดงความเดือดร้อนที่ถูกปิดกิจการนั้นว่า ปัจจุบันโรงแรมขนาดเล็กในจังหวัดภูเก็ต แบ่งเป็นโรงแรมที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย จำนวนกว่า 860 แห่ง

ส่วนโรงแรมที่เข้าเกณฑ์ต้องปรับปรุงมีจำนวน 994 แห่ง ที่ผ่านมาปรับปรุงไปได้เพียง 91 แห่ง เหลือ 903 แห่ง ที่ยังไม่ดำเนินการให้ถูกต้อง กลุ่มนี้คือกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อน ทางกรมการปกครองในฐานะผู้รับผิดชอบพ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2547 พยายามหาทางช่วยเหลือเพราะเกิดปัญหากับโรงแรมทั่วประเทศไม่เฉพาะภูเก็ตเท่านั้น

โดยโรงแรมที่ไม่ถูกกฎหมายเหล่านี้ส่วนใหญ่ประมาณ 52-53% จัดตั้งโดยขัดต่อพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ก่อสร้างในสถานที่ผิดพ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ.2562 ในโซนสีที่ไม่อนุญาต และดำเนินการโดยผิดกฎหมายสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีการดำเนินการผิดพ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน ประมาณ 5-6% ทำให้โรงแรมเหล่ายี้ไม่มีใบอนุญาตจัดตั้งโรงแรมอย่างถูกต้องตามพ.ร.บ. โรงแรม พ.ศ.2547 ทำให้ขาดสิทธิ์ต่างๆในการเข้าถึงเงินกู้หรือสวัสดิการต่างๆของรัฐ

“โรงแรมเหล่านี้ประสบปัญหามาตั้งแต่ก่อนปี 2559 มีการก่อสร้างโรงแรมในสถานที่ ซึ่งขัดต่อหลักเกณฑ์การอนุญาต เช่น ก่อสร้างในสถานที่ป่า เขตอุทยาน เขตพื้นที่ สปก.หรือ ก่อสร้างในสถานที่กฎหมายผังเมือง และกฎหมายควบคุมอาคาร”

นายพิเชษฐ์  กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ขยายระยะเวลาให้ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมที่ทำผิดกฎหมายเหล่านี้ดำเนินปรับปรุงอาคารให้เข้าลักษณะเป็นโรงแรมที่ถูกต้องตามกฎหมายภายใน 3 ปี ซึ่งจะสิ้นสุดภายในปี 2567 เท่ากับให้โอกาส 8 ปี ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ทำให้โรงแรมขนาดเล็กเหล่านี้ได้รับความเดือดร้อนไม่ได้ประกอบกิจการ ทำให้บางที่ขาดสภาพคล่อง และเอสเอ็มอีไม่ได้ให้ความช่วยเหลือหรือผิดเงื่อนไขที่จะไปกู้ได้ จึงเดือดร้อน บางที่ต้องขาย ต้องล้มละลาย ยังเป็นปัญหาอยู่

นายพิเชษฐ์ กล่าวต่อไปว่า การแก้ไขปัญหา ขณะนี้ ทางจังหวัดได้มีการหารือไปที่กระทรวงมหาดไทย กรมที่ดิน เนื่องจากส่วนหนึ่งบางคนนำอาคารชุดพวกคอนโดมเนียม ซึ่งต่างชาติซื้อไว้แล้วไม่ได้อยู่อาศัย นำมาทำเป็นโรงแรมและมาจดทะเบียนโรงแรมโดยอ้างว่าถ้าไปทำ EIA แบบพาณิชยกรรมอยู่อาศัยด้วย กรณีนี้ทำไม่ได้

เนื่องจากว่าการอยู่อาศัยลักษณะของกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลและมีทรัพย์สินส่วนกลาง แต่ความเป็นส่วนตัวอาศัยปกติ แต่ถ้าให้บุคคลภายนอกมาเช่าเท่ากับเปิดเป็นอาคารสาธารณะ ซึ่งเกิดการไม่เป็นธรรมกับคนที่ใช้และมีกรรมสิทธิ์ กับอีกคนให้บุคคลภายนอก มาใข้ความเป็นส่วนตัวจะไม่มีกฎหมาย จึงบอกว่า ถ้าจะทำเป็นอาคารโรงแรมต้องยกเลิกการจดทะเบียนอาคารชุดก่อน

“ปรากฏว่าต้องไปดูว่าEIA นั้น ทำรองรับเพื่อการค้าสามารถเปลี่ยนได้แต่ถ้าทำอยู่อาศัยอย่างเดียวไม่ได้ คนที่ไปอยู่ในโครงการจัดสรรที่ดิน จดทะเบียนเป็นอาคารที่อยู่อาศัยประเภทจัดสรรที่ดินแต่ถ้าจะเอาทำโรงแรมก็ต้องไปยกเลิกการจดทะเบียนเป็นบ้านจัดสรร ต้องให้สมาชิกในโครงการหรือเจ้าของยินยอมหมดทุกคน แต่ที่ผ่านมาไม่สามารถยินยอมกันทุกคนเป็นปัญหา ทางราชการถือว่าผิดกฎหมายประกอบโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต

“กรณีการช่วยเหลือได้หารือไปกรมที่ดินด้วยว่าเรื่องนี้ควรมีการแก้ไขปรับปรุงให้สามารถเอาอาคารชุดมาประกอบธุรกิจโรงแรมได้ รวมทั้งการจัดสรรที่ดินด้วย และรายงานไปที่กรมการปกครอง ได้ยกร่างกฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรมฉบับใหม่ขึ้นมา”

ปัญหาความเดือดร้อนของกลุ่มโรงแรมขนาดเล็ก ทางจังหวัดรับทราบมาโดยตลอด และจังหวัดได้พยายามที่จะขอความช่วยเหลือจากทางกรมการปกครอง ที่เป็นเจ้าของกฎหมายโรงแรม กระทรวงมหาดไทย ทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ

แม้กระทั่ง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบปัญหานี้แล้วเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2565ที่เดินทางมาภูเก็ต แต่ในขั้นตอนของการแก้ไขกฎหมายต้องใช้เวลา และเข้าใจปัญหาประชาชนดี เชื่อว่าถ้าทิ้งอาคารเหล่านี้ไว้ไม่เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจประเทศชาติแน่นอน อยากช่วยเหลือทุกคนไปด้วยกันได้ใช้อาคารที่มีให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าต่อเศรษฐกิจสูงที่สุดและจะลดความเดือดร้อนได้ ” นายพิเชษฐ์ กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภูเก็ต โรงแรม