เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง ทรงห่วงใยผู้ประสบอุทกภัย โปรดเกล้าฯ ตั้งโรงครัวพระราชทาน-ศูนย์พักพิง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง ทรงห่วงใยผู้ประสบอุทกภัย โปรดเกล้าฯ ตั้งโรงครัวพระราชทาน-ศูนย์พักพิง
อนุทิน ไฟเขียวให้ขยายงบสู้ ‘น้ำท่วม’ ถ้าไม่พอ เปิดช่อง “Work from Home”
Politics อนุทิน ไฟเขียวให้ขยายงบสู้ ‘น้ำท่วม’ ถ้าไม่พอ เปิดช่อง “Work from Home”
สายไหมต้องรอด! ชาวบ้านแห่กักตุนเสบียง ไข่ไก่เกลี้ยงแผง ร้านสะดวกซื้อบางสาขาไร้บะหมี่ฯ
News สายไหมต้องรอด! ชาวบ้านแห่กักตุนเสบียง ไข่ไก่เกลี้ยงแผง ร้านสะดวกซื้อบางสาขาไร้บะหมี่ฯ
“พจน์” เตือนธุรกิจวางแผนรับมือน้ำท่วม เช็กเครื่องจักร-ขนส่ง พร้อมปรับเวลางานพนักงาน
Economic “พจน์” เตือนธุรกิจวางแผนรับมือน้ำท่วม เช็กเครื่องจักร-ขนส่ง พร้อมปรับเวลางานพนักงาน
แชร์เทคนิค ขับรถลุยน้ำท่วม ขับอย่างไรไม่ให้เครื่องดับ-รถพัง ?
ไฮไลท์ประชาชาติ แชร์เทคนิค ขับรถลุยน้ำท่วม ขับอย่างไรไม่ให้เครื่องดับ-รถพัง ?
10 วิธีรับมือปฏิบัติ ให้อยู่รอดปลอดภัยในช่วงน้ำท่วม
Biz Movement 10 วิธีรับมือปฏิบัติ ให้อยู่รอดปลอดภัยในช่วงน้ำท่วม
สทนช.ปรับแผนเขื่อนใหญ่ คุมเจ้าพระยาไม่เกิน 2,300 ลบ.ม./วินาที เร่งผันน้ำเข้าทุ่ง
Economic สทนช.ปรับแผนเขื่อนใหญ่ คุมเจ้าพระยาไม่เกิน 2,300 ลบ.ม./วินาที เร่งผันน้ำเข้าทุ่ง
คพ.เตือน “ปั๊มน้ำมัน-สารเคมี” เสี่ยงรั่วช่วงน้ำท่วม กทม. ย้ำบทเรียนปี 54
Economic คพ.เตือน “ปั๊มน้ำมัน-สารเคมี” เสี่ยงรั่วช่วงน้ำท่วม กทม. ย้ำบทเรียนปี 54
“ชัชชาติ” ประชุมออนไลน์ “นายกฯ” ติดตามน้ำท่วม สั่งจัดงบแก้ปัญหา ช่วยเหลือประชาชน
News “ชัชชาติ” ประชุมออนไลน์ “นายกฯ” ติดตามน้ำท่วม สั่งจัดงบแก้ปัญหา ช่วยเหลือประชาชน
ทรงศักดิ์ รับคุมฝนยาก จาก ‘เอาอยู่’ กลายเป็น ‘เอาไม่อยู่’ – ยันไม่ถึงขั้น ‘มหาวาตภัย’
Economic ทรงศักดิ์ รับคุมฝนยาก จาก ‘เอาอยู่’ กลายเป็น ‘เอาไม่อยู่’ – ยันไม่ถึงขั้น ‘มหาวาตภัย’
ดูทั้งหมด

เผยไทม์ไลน์ ผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรก พบสัมผัสเสี่ยงสูงอีก 2 ราย

22 ก.ค. 2565 | 11:32น.
นายแพทย์โอภาส

เผยไทม์ไลน์ ชายไนจีเรียติดฝีดาษลิง พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอีก 2 ราย เร่งลงพื้นที่ตรวจผับ 2 แห่ง เจอ 6 คนมีอาการ

วันที่ 22 กรกฎาคม 2565 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวประเด็นการพบผู้ติดเชื้อโรคฝีดาษวานร หรือฝีดาษลิง (Mokeypox) ในประเทศไทยรายแรก ที่ จ.ภูเก็ต ว่าทางกรมควบคุมโรคได้รายงานผู้ติดเชื้อโรคฝีดาษลิงรายแรกเป็นข้อมูลเบื้องต้นไปวานนี้ (21 ก.ค.)

ทั้งนี้ โรคฝีดาษลิงถูกประกาศเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังลำดับที่ 56 กำหนดอาการสำคัญคือ ไข้ ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองโต เจ็บคอ มีตุ่มผื่นที่ผิวหนังลักษณะตุ่มน้ำหรือหนอง เกิดที่ศีรษะ อวัยวะเพศ ทวารหนักและร่างกายส่วนอื่น

นพ.โอภาสกล่าวว่า เมื่อประกาศแล้วจะมีมาตรการผ่านทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานควบคุมโรคจัดทำแผนปฏิบัติการ และรายงานสถานการณ์เหตุสังเกตที่อาจระบาดขึ้น รวมถึงรวบรวมข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณา

โดยทาง จ.ภูเก็ตได้ค้นหาผู้ป่วย ได้รับรายงานจากโรงพยาบาล (รพ.) แห่งหนึ่งว่า พบชายชาวไนจีเรีย อายุ 27 ปี มีอาการสงสัยเข้าได้กับโรคฝีดาษลิง มีตุ่มขึ้นที่ใบหน้า ลำตัว แขนขาและอวัยวะเพศ จึงได้เก็บตัวอย่างส่งตรวจที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ พบว่ามีผลบวกโรคฝีดาษลิง

“ขั้นตอนในการพบผู้ติดเชื้อโรคอุบัติใหม่รายแรก ๆ เหมือนสมัยโควิด-19 เมื่อตรวจแล็บที่ 1 แล้วจะต้องยืนยันด้วยแล็บที่ 2 รายนี้ได้มีการยืนยันผลจากห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผลออกเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 65 ตรงกัน

ขั้นตอนต่อไปจะต้องรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยรายนี้ ทั้งข้อมูลทางคลินิก ทางระบาด เสนอต่อคณะกรรมการวิชาการตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ เพื่อยืนยัน โดยเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ได้มีการยืนยันจากคณะกรรมการแล้ว จึงมีการแถลงข่าวทันที” นพ.โอภาสกล่าว

นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า จากการสอบสวนโรคผู้ป่วยรายแรกพบว่า มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 2 ราย เป็นเพื่อนกัน แต่ยังไม่มีอาการป่วย ผลตรวจแล็บไม่พบโรคฝีดาษลิง แต่ต้องสังเกตอาการหรือกักตัวแล้วแต่กรณีอีก 21 วัน ตามความเห็นของคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.ภูเก็ต 

จากนั้นมีการค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม (Active Case Finding) ในจุดเสี่ยง เช่น สถานบันเทิง 2 แห่งที่ผู้ป่วยไปใช้บริการ พบ 6 รายมีอาการใกล้เคียง คือมีไข้ เจ็บคอ ซึ่งมีการส่งตรวจแล็บ 4 ราย ยังไม่พบการติดเชื้อ จึงต้องสังเกตอาการหรือกักตัวแล้วแต่กรณีอีก 21 วัน

ภาพจาก มติชน

“นอกจากค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก ยังไปสอบสวนในห้องพักผู้ป่วย กำจัดเชื้อในห้อง ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.ภูเก็ต จะแถลงรายละเอียด เวลา 11.00 น. อีกครั้ง โดยข้อมูลเบื้องต้น ยืนยันพบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงรายแรกของไทย เป็นไปตามระบบเฝ้าระวังโรคของไทย และได้รายงานไปยังองค์การอนามัยโลก (WHO) ตามกฎอนามัยโลก 2015 แล้ว”  นพ.โอภาสกล่าว

ทั้งนี้ นพ.โอภาสกล่าวว่า องค์การอนามัยโลกได้ประชุมผู้เชี่ยวชาญเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 65 เพื่อประเมินว่าจะประกาศให้โรคฝีดาษลิงเป็นภาวะฉุกเฉินระดับโลกหรือไม่ แต่เบื้องต้นยังไม่มีการประกาศ ส่วนเกณฑ์ในการประกาศ เช่น เป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง แพร่ระบาดง่าย อาจจำเป็นต้องจำกัดการเดินทาง แต่ด้วยโรคฝีดาษลิงข้อมูลปัจจุบันพบว่าความรุนแรงไม่มาก การติดต่อเชื้อไม่รวดเร็ว

จากข้อมูลที่พบผู้ป่วยตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค. 65 พบผู้ป่วย 12,608 ราย กระจายตัวใน 66 ประเทศทั่วโลก แต่หากเทียบกับโควิด-19 ใช้เวลาไม่กี่เดือน พบผู้ติดเชื้อหลักล้านคน ดังนั้น โรคฝีดาษลิงมีอัตราเพิ่มขึ้นไม่มากนัก ยังพบมากในทวีปยุโรปและอเมริกา ประเทศที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดคือ สเปน 2,835 ราย เยอรมนี 1,859 ราย สหรัฐอเมริกา 1,813 ราย อังกฤษ 1,778 ราย ขณะที่ทวีปเอเชียพบผู้ป่วยในสิงคโปร์ ไต้หวัน อินเดีย

นพ.โอภาสกล่าวว่า สำหรับโรคฝีดาษลิง ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย มีข้อสันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย โดยเฉพาะตุ่มหนองมีจำนวนไวรัสมาก ฉะนั้น การติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจไม่ใช่ลักษณะเด่นของโรคนี้ อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกมีคำแนะนำออกมาเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 65 ว่า ให้มีการประเมินความเสี่ยงจากกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มที่เสี่ยงสูง

ทางประเทศไทยจึงประกาศให้ 1.ผู้ที่สงสัยเข้าข่าย เข้าพบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อ 2.ให้สถานพยาบาลทุกแห่งรวบรวมข้อมูลทางคลินิกทั้งผู้ป่วยยืนยันและผู้ป่วยสงสัย ส่งไปยังองค์การอนามัยโลกเพื่อประเมินสถานการณ์ 3.จัดระบบคัดกรองในสถานพยาบาลทุกแห่ง คลินิกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เพื่อตรวจผู้ป่วยที่สงสัย และสอบสวนควบคุมโรค มีมาตรการแยกกักหรือกักตัวแล้วแต่กรณีในระยะฟักตัว 21 วัน หรือ 3 สัปดาห์

“ต้องย้ำว่าโรคฝีดาษลิงไม่มีความรุนแรงสูงมากนัก มี 2 สายพันธุ์หลัก คือแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลาง ผู้ป่วยรายแรกของไทยเป็นสายพันธุ์แอฟริกาตะวันตกที่มีความรุนแรงน้อยกว่า ซึ่งโรคนี้มีระยะดำเนินโรคไม่นาน โดยตุ่มหนองจะค่อย ๆ แห้งและหายไป

สำหรับประชาชนต้องย้ำว่า โรคติดต่อจากการสัมผัสใกล้ชิด ไม่ได้ติดต่อง่าย มาตรการป้องกันโควิดสามารถใช้ป้องกันได้เช่นกัน ทั้งล้างมือบ่อย ๆ ไม่คลุกคลีกับผู้ป่วย ผู้ที่มีอาการตุ่มหนอง และที่สำคัญคือไม่ตีตราผู้ติดเชื้อ หรือกลุ่มเสี่ยง เพื่อลดปัญหาทางสังคม”  นพ.โอภาสกล่าว

เมื่อถามว่า มีความจำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษลิงในไทยหรือไม่ นพ.โอภาสกล่าวว่า โรคนี้ใช้การรักษาตามอาการ ตุ่มดูน่ากลัว แต่ความรุนแรงโรคไม่มากนัก ขณะนี้ยังไม่มียาต้านไวรัสโดยตรง ส่วนวัคซีนป้องกันมีการผลิตมาแล้วเตรียมใช้มีหลายบริษัท กรมควบคุมโรคได้สั่งจองไปเบื้องต้นแล้ว ทั้งนี้ วัคซีนโรคฝีดาษ (Smallpox vaccine) ที่องค์การเภสัชกรรมมีอยู่นั้น คาดว่านำมาใช้ได้

แต่ต้องดูข้อบ่งชี้ คือ 1.ประสิทธิภาพ 2.ผลข้างเคียง และ 3.ประเมินสถานการณ์ระบาด แต่ภาพรวมขณะนี้อาจยังไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนในวงกว้าง แต่อาจจำเป็นในกลุ่มเฉพาะ เช่น เจ้าหน้าที่ห้องแล็บที่สัมผัสเชื้อ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ต้องดูแลผู้ป่วยใกล้ชิด แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะพบว่ามีข้อมูลผลข้างเคียง เราต้องชั่งผลดีและผลเสีย

เมื่อถามต่อว่ารายงานข่าวระบุว่าผู้ป่วยรายแรกได้หลบหนีออกจาก รพ. นพ.โอภาสกล่าวว่า ข้อมูลรายละเอียดทางคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.ภูเก็ต จะเป็นผู้ให้ข้อมูล