เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สธ.เตรียมพร้อมแพทย์ให้แอนติบอดี ป้องกันโควิด ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ

22 ก.ค. 2565 | 16:37น.
โควิด-1

โควิด-1

สธ.เตรียมพร้อมให้บุคลากรแพทย์ก่อนให้ LAAB กลุ่มผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ ลดอัตราป่วยหนัก-เสียชีวิตจากโควิด-19 

วันที่ 22 กรกฎาคม 2565 นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานเปิดประชุมวิชาการ เรื่องแนวทางการให้แอนติบอดีสำเร็จรูป หรือ Long acting antibody (LAAB) เพื่อเตรียมพร้อมบุคลากรในการให้บริการแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ ป้องกันโรคโควิด-19

เนื่องจากกลุ่มนี้แม้ว่าจะได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว แต่ไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้เพียงพอต่อการป้องกันโรค เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ลดอัตราการป่วยหนักและเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย เลขาธิการสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ตัวแทนเครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UhosNet) อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงบุคลากรจาก สธ.เข้าร่วมประชุมทั้งออนไซต์และออนไลน์

นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า สธ.มีนโยบายในการให้วัคซีนป้องกันโควิด-19 แก่ทุกคนในประเทศไทย เพื่อลดความรุนแรงของการเจ็บป่วยและเสียชีวิต เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา โดยพยายามให้ประชาชนไทยทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มสุขภาพดี กลุ่มเสี่ยง รวมถึงกลุ่มที่มีปัญหาด้านภูมิคุ้มกันได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันอย่างทั่วถึง

โดยกลุ่มที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำหรือได้รับวัคซีนแล้ว แต่ไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้สูงเพียงพอต่อการป้องกันโรค ได้แก่ ผู้ป่วยโรคไตวายที่ต้องได้รับการฟอกไต ผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะที่ต้องได้รับยากดภูมิขนาดสูง ผู้ป่วยกลุ่มภูมิคุ้มกันบกพร่องอื่น ๆ เป็นต้น

สธ.จึงได้จัดหาแอนติบอดีสำเร็จรูป หรือ LAAB เข้ามาให้บริการ พร้อมทั้งจัดประชุมชี้แจงแนวทางกับบุคลากรทางการแพทย์เพื่อเตรียมความพร้อมในการให้บริการแก่ประชาชน

ด้าน นพ.โอภาสกล่าวว่า LAAB เป็นภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปที่สามารถออกฤทธิ์ลบล้างเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ได้ทั้งสายพันธุ์ดั้งเดิมและสายพันธุ์กลายพันธุ์ต่าง ๆ มีผลการศึกษาว่าสามารถป้องกันโควิด-19 สายพันธุ์ BA.2 และสายพันธุ์ BA.4-BA.5 ได้ผลดีกว่าร้อยละ 80 รวมถึงลดการเสียชีวิตได้ดี ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาในสหภาพยุโรป สำหรับป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อโควิด-19 และได้รับการขึ้นทะเบียนนำมาใช้ในภาวะฉุกเฉินในประเทศสหรัฐอเมริกา และหลายประเทศทั่วโลก

“สำหรับประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้อนุมัติขึ้นทะเบียนยาภายใต้การอนุญาตแบบมีเงื่อนไขในสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2565 ผู้ที่สามารถรับการฉีด LAAB ได้จะต้องมีอายุมากกว่า 12 ปีขึ้นไป และน้ำหนักมากกว่า 40 กิโลกรัม ในระยะแรกจะจัดสรรให้กับกลุ่มเป้าหมายหลักที่มีข้อบ่งชี้ตามที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำก่อน”

“ในระยะถัดไปจะขยายไปใช้ในกลุ่มเป้าหมายตามข้อบ่งชี้อื่น ๆ ที่ขึ้นทะเบียนกับ อย. วิธีการฉีดเป็นการฉีดเข้ากล้ามเนื้อสะโพกทั้ง 2 ข้าง ข้างละ 1.5 ซีซี จะมีการกระจาย LAAB ในทุกจังหวัด โดยสามารถเก็บในอุณหภูมิปกติ 2-8 องศาเซลเซียส ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลผู้ป่วย พร้อมเตรียมมอบให้โรงเรียนแพทย์นำไปศึกษาวิจัยเพิ่มเติม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อไป ทั้งนี้ การฉีดให้กับผู้ป่วยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ประจำตัวเป็นผู้พิจารณา” นพ.โอภาสกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สถานการณ์โควิด-19