Skip to content

กรมชลฯเดินหน้าแผนจัดรูปที่ดิน 20 ปี ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ภาคเกษตร 1.6 แสนล้าน

10 ม.ค. 2561 | 14:34น.
กรมชลฯเดินหน้าแผนจัดรูปที่ดิน 20 ปี ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ภาคเกษตร 1.6 แสนล้าน

กรมชลประทานเดินหน้าแผนแม่บทการจัดรูปที่ดิน 20 ปี ตั้งเป้าลดต้นทุน ลดการใช้น้ำ เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ภาคเกษตรกรรมกว่า 1.6 แสนล้านบาท พร้อมทุ่มงบกว่า 1,200 ล้านบาทเร่ง 4 แผนงานหลักในปี 2561

​นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สำนักงานจัดรูปที่ดินกลางได้จัดทำยุทธศาสตร์แผนแม่บทการจัดรูปที่ดิน พ.ศ.2560-2579 ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 แผนบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ยุทธศาสตร์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยุทธศาสตร์กรมชลประทาน และยุทธศาสตร์กองทุนจัดรูปที่ดิน ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายที่จะให้มีระบบชลประทานในแปลงเกษตรกรรมอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ โดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตในภาคการเกษตร

ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าภายใน 20 ปี จะจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมให้ได้ 12.376 ล้านไร่ และจัดรูปที่ดินอีก 2.085 ล้านไร่ สามารถประหยัดน้ำได้ 20,361 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ลดต้นทุนการผลิตรวม 17,781 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 4,124 บาทต่อครัวเรือนต่อปี และเพิ่มรายได้รวม 160,139 ล้านบาท หรือเฉลี่ยต่อปีประมาณ 37,141 บาทต่อครัวเรือน​สำหรับในปีงบประมาณ 2561

สำนักงานจัดรูปที่ดินกลางได้วางแผนดำเนินงานไว้ 4 แผนงานหลักคือ 1.แผนงานพื้นฐานด้านการจัดการน้ำและสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยจะดำเนินโครงการจัดหาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน จัดระบบกระจายน้ำให้ได้ 1,500 ไร่ 2.แผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมการดำเนินงานตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยจะดำเนินการจัดรูปที่ดินในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 1,300 ไร่

​3.แผนงานบูรณาการเสริมสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยจะดำเนินโครงการพัฒนาภาคการเกษตรภาคเหนือ และโครงการจัดหาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน เพื่อจัดทำระบบกระจายน้ำครอบคลุมพื้นที่ 18,439 ไร่ และ 4.แผนงานโครงการจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม ปี พ.ศ.2561 ซึ่งตั้งเป้าหมายที่จะจัดรูปที่ดิน 6,400 ไร่ และจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม109,900 ไร่ โดยใช้งบประมาณดำเนินงานทั้ง 4 แผนงานดังกล่าวรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,222 ล้านบาท

​ส่วนผลการดำเนินงานในปี 2560 ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและการผลิตในระดับแปลงเกษตรกร จำนวน 79 โครงการ โดยจัดทำเป็นหลักสูตรมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการถึง 2,370 คน และจากการประเมินผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการจัดรูปที่ดินสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านโนนจาน ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ทำให้เกษตรกรสามารถเพิ่มผลผลิตข้าวจาก 721 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 759 กิโลกรัมต่อไร่ ในขณะที่ต้นทุนการผลิตลดลง จาก 4,510 บาทต่อไร่เหลือ 3,939 บาทต่อไร่ ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจาก 566 บาทต่อไร่ เป็น 1,406 บาทต่อไร่

​นอกจากนี้ยังได้มีการเชื่อมโยงงานจัดรูปที่ดินและงานจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมกับนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ โดยได้ดำเนินการสนับสนุนเกษตรแปลงใหญ่ทั้งหมด 1,951 แปลง เป็นพื้นที่จัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม 134 แปลง และยังได้จัดรูปที่ดินเพื่อสนับสนุนพื้นที่เกษตรอินทรีย์อีก 1 แปลง
​ “สำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง มุ่งที่จะพัฒนาระบบชลประทานในแปลงเกษตรกรรมพื้นที่เป้าหมายที่มีศักยภาพ รักษาพื้นที่เกษตรกรรมที่มีการพัฒนาระบบชลประทานในแปลงกรรมให้มีความยั่งยืน บูรณาการการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และพัฒนาเทคโนโลยีตลอดจนนวัตกรรมที่เหมาะสมกับการพัฒนาระบบชลประทานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในแปลงเกษตรกรรม” รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวย้ำในตอนท้าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมชลประทาน ภาคเกษตร