ทรู-ดีแทค เซ็น MOU ชาวเน็ตถก ผูกขาดตลาดโทรคมนาคมหรือไม่ ?
“5 กสทช.”เปิดเวทีพบสื่อครั้งแรก หลังนั่งทำงานครบ 3 เดือน ระบุสไตล์การทำงานของบอร์ดฯเป็นอิสระต่อกัน แต่ยึดหลัก “กม.-ผลประโยชน์ประเทศ-ประชาชน” เดินหน้าปรับโครงสร้างยกระดับองค์กรเทียบชั้นสากล ยกแบงก์ชาติต้นแบบ ทั้งย้ำจุดยืนเคาะบิ๊กดีล “ทรู-ดีแทค” ยึดหลัก “ไม่มีธง-ไม่ยืดเยื้อ” รอสำนักงาน กสทช. ส่งข้อสรุปทั้งผลศึกษาทั้งหมด 3 ส.ค.นี้
หลังนั่งทำงานในฐานะคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ครบ 3 เดือนกว่า 5 บอร์ด กสทช.เปิดเวทีพบปะสื่อมวลชนอัพเดตการทำงานเป็นครั้งแรก (26 ก.ค. 2565) ท่ามกลางการจับตาการพิจารณาดีลควบรวมกิจการระหว่าง “ทรู และดีแทค” รวมถึงกรณี “เอไอเอส ไฟเบอร์” และ “3BB” ล่าสุดด้วย
ยึดหลัก 2 ไม่เคาะบิ๊กดีล
ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. กล่าวว่า ภายในวันที่ 3 ส.ค.นี้ สำนักงาน กสทช.จะรวบรวมผลการศึกษาทั้งหมดเพื่อนำเสนอให้บอร์ดพิจารณา ซึ่งมีทั้งผลการศึกษาของคณะอนุกรรมการทั้ง 4 ชุด, การจัดทำโฟกัสกรุ๊ป และการศึกษาของหน่วยงานภายนอก เช่น จุฬาฯ เป็นต้น ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าบอร์ดแต่ละท่านจะใช้เวลาแค่ไหน และเห็นว่าจำเป็นต้องขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ด้วย อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันได้ว่าการพิจารณาเรื่องนี้จะไม่ยืดเยื้อ และไม่มีธงอย่างแน่นอน
“ถ้าพูดแนวทางกว้าง ๆ ในแง่การทำงาน คือ ทุกอย่างมีถนนให้เดิน การพิจารณามีกฎหมายที่ต้องเดินตาม แต่บอร์ดแต่ละท่านมีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง”
ด้าน รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์ กล่าวถึงเรื่องนี้ด้วยว่า โดยส่วนตัวจะพิจารณาโดยดูหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ กล่าวคือ ถ้าสำนักงาน กสทช.สรุปทั้งหมดมาแล้ว คิดว่ายังไม่พอก็จะให้หาข้อมูลเพิ่ม เพื่อให้สามารถพิจารณาได้อย่างครบถ้วน และรอบด้าน โดยการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับหลักฐาน
บอร์ด กสทช.ความคิดอิสระ
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโทรคมนาคมเป็นธุรกิจพิเศษที่ในทางเศรษฐศาสตร์เรียกว่า “มาร์เก็ตเฟเลีย” คือไม่สามารถให้ทุกคนเข้ามาทำ การเริ่มต้นเข้ามาจึงต้องมีการจัดการประมูล ซึ่งเป็นการที่รัฐบาลพยายามนำกำไรส่วนเกินของผู้ผลิตกลับเข้ามาโดยผ่านการกระจายการบริการอย่างทั่วถึง ขณะที่การจัดประมูลก็ต้องทำให้เกิดการแข่งขัน ทั้ง กสทช.ยังเข้ามาดูแลเรื่องการกำกับ “ราคา” ให้เหมาะสม ทั้งกับผู้ประกอบการ และผู้บริโภค
“การจะทำให้เกิดการอยู่ร่วมกันได้อย่างแข็งแรงเป็นความยาก เพราะถ้าปล่อยให้แข่งกันสุดฟลอร์ เขาก็ไม่มีเงินเหลือไปพัฒนา นี่คือความยากของ กสทช. ในการสร้างเฮลตี้คอมพิทิชั่นสำคัญมาก เราต้องดูแลทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจดิจิทัลมีความสำคัญมากไม่ใช่แค่ในไทย แต่ทั่วโลกด้วย มีสัดส่วนถึง 15% ของจีดีพีโลกแล้ว ใหญ่กว่าภาคเกษตร เราจึงต้องดูแลตรงนี้เพื่อให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ซึ่งเราก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด”
ด้าน ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ กล่าวเสริมว่า ความเห็นของคณะกรรมการมีความเป็นปัจเจกบุคคล ซึ่งในมุมมองเรื่องการกำกับดูแลหรือการส่งเสริมกิจการโทรคมนาคมจึงอาจแตกต่างกัน
“การส่งเสริมคือการกำกับดูแลอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะส่งเสริมกิจการโทรทัศน์ซึ่งอยู่ในช่วงขาลง เพราะเสียเปรียบผู้ประกอบการโอทีที จึงอยากส่งเสริมในแง่คุณภาพเนื้อหา และส่งเสริมให้สามารถส่งออกไปแข่งขันกับต่างประเทศได้
ส่วนกรณีควบรวมกิจการ กสทช.ต้องทำหน้าที่ตามกฎหมายที่กำหนด และหลักการปฏิรูปสื่อ ซึ่งประกอบด้วยข้อกฎหมายหลายประการ แต่ทั้งปวงล้วนอยู่ใต้เจตนารมณ์ของหลักการปฏิรูปสื่อ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้เกิดประโยชน์สาธารณะ การแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม”
5 กสทช.อัพเดตงาน 99 วัน
ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณกล่าวถึงการทำงานของ กสทช.ด้วยว่า งานหลักคือการจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับดูแลกิจการวิทยุ กิจการโทรทัศน์ และโทรคมนาคม ถือเป็นงานประจำ แต่ กสทช.ก็จะทำงานตามวิสัยทัศน์ที่เขียนไว้ตั้งแต่ตอนสมัคร สำหรับตนในฐานะแพทย์ต้องการผลักดันการนำเทคโนโลยี หรือ “เทเลเมดิซีน” เข้ามาปรับปรุงการให้บริการสาธารณสุขของประชาชน เพื่อให้ผู้ป่วยได้มีโอกาสพบกับแพทย์ปฐมภูมิผ่านเครือข่ายสื่อสาร เพื่อให้เกิดการส่งต่อไปยังแพทย์เฉพาะทางที่ รพ.จังหวัด หรือประจำศูนย์ เป็นต้น
“เทเลเมดิซีนมีกรอบการทำงานที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว งานอีกส่วนคือ การจัดระเบียบสายสื่อสารบนเสาก็ทำไปได้พอสมควร”
ด้าน รศ.ดร.ศุภัชกล่าวด้วยว่า ต้องการยกระดับองค์กร “กสทช.” ให้เป็นองค์กรทางวิชาการ และมีความสามารถสูงในการกำกับดูแลการแข่งขันเทียบมาตรฐานสากลในระดับเดียวกับเอฟซีซีของสหรัฐอเมริกา หรือออฟคอมของอังกฤษ เป็นต้น โดยมีหน่วยงานในไทยอย่างแบงก์ชาติเป็นต้นแบบ จึงจะมีการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่
“เราจะปรับโครงสร้างหรือลักษณะองค์กรให้เปลี่ยนไป เพื่อให้ไปที่ไหนควรจะมีคนนับหน้าถือตาเรา ทั้งในเรื่องโทรคมนาคม บรอดแคสติ้ง และดิจิทัลอีโคโนมี”
พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง กล่าวว่า ยึดหลัก 3 ประการ 1.ยกระดับกิจการกระจายเสียงสู่ระดับสากล ด้วยการส่งเสริมมากกว่ากำกับดูแล 2.กำหนดมาตรฐานตรวจสอบคลื่น กำหนดมาตรฐานเครื่องรับ และพัฒนาคลื่น 6 จิกะเฮิรตซ์ ให้ใช้ฟรี 3.งานด้านดาวเทียม มีการปรับปรุงมาตรฐานการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม ปรับหลักเกณฑ์ราคา เพื่อเอื้อต่อผู้ประกอบการรายใหม่
ศ.ดร.พิรงรอง กล่าวว่า งานตามวิสัยทัศน์คือ เรื่องโทรทัศน์ การส่งเสริมคุณภาพเนื้อหา มีการใช้ทั้งคน และเทคโนโลยี โดยสร้างระบบ “โซเชียลเครดิต” เพื่อดูแลประเมินคุณภาพเนื้อหาและการออกใบอนุญาตต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้เกิดเนื้อหาที่ดี และแข่งขันกับต่างประเทศได้
นายต่อพงษ์ เสลานนท์ กรรมการ กสทช. ด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน กล่าวว่า ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อสร้างการเข้าถึงกลุ่มคนพิการ และคนด้อยโอกาส ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพื่อให้เห็นว่าพื้นที่นโยบายมีสำหรับคนด้อยโอกาสอย่างเป็นรูปธรรม มีการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่ดูแลกลุ่มเป้าหมาย เช่น กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมกิจการผู้สูงอายุ
“หัวใจหลัก คือ การทำให้ประชาชนที่ยากลำบากเปราะบาง เข้าถึงสิทธิในการใช้ทรัพยากรการสื่อสารของประเทศ ดิจิทัลดิสรัปชั่นหลายอย่างใช้ผ่านโทรคมนาคม ทำให้เกิดสถานะคนด้อยโอกาสใหม่ คือคนที่เข้าไม่ถึงดิจิทัล ทำอย่างไรจึงลดช่องว่างนั้น”