เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

เปิดใจปลัดป้ายแดง ดีอีเอส วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ

27 พ.ย. 2565 | 17:48น.
ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เพิ่งได้ปลัดกระทรวงคนใหม่ (คนที่ 4) แต่ถ้ารวมตั้งแต่สมัยยังเป็นกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ก็จะเป็นปลัดคนที่ 11

สำหรับปลัดใหม่ป้ายแดงแห่งกระทรวงดีอีเอสคนล่าสุด ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ซึ่งถ้าย้อนพลิกดูประวัติการทำงานที่ผ่านมานับว่าไม่ธรรมดา เคยเป็นถึงอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม และอดีตอธิบดีกรมบังคับคดี

และก่อนจะมากระทรวงดีอีเอส เคยนั่งเป็นประธานบอร์ด สํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA มาแล้วด้วย

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสได้ร่วมพูดคุยกับ “ศ.พิเศษ วิศิษฏ์” ในโอกาสรับตำแหน่งใหม่

ภารกิจเจ้ากระทรวงคนใหม่

ศ.พิเศษวิศิษฏ์กล่าวว่า เพิ่งเข้ามาทำงานเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา จึงยังถือว่าเป็นมือใหม่มาก แต่ได้มีการพูดคุยกับปลัดเดิม (อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย) ทีมงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงได้รับนโยบายจากรัฐมนตรีมาแล้วจึงคาดว่าจะสานงานต่อจากเดิมได้ ทั้งโดยส่วนตัวมีความชื่นชอบในเรื่องเทคโนโลยีเป็นทุนเดิม จากการที่มีพี่น้องเรียนด้านเทคโนโลยี เพียงแต่ตนหันไปมุ่งทำงานด้านกฎหมาย

“ความชื่นชอบในเทคโนโลยีถือเป็นแรงบันดาลใจหนึ่งในการทำงาน และเคยทำงานตั้งแต่ยังเป็นกระทรวงไอซีที โดยเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ในคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ จนหมดวาระ ต่อมายังได้เป็นคณะกรรมการ ในสํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA จนปัจจุบัน

แม้ไม่ได้ทำงานในกระทรวงนี้โดยตรง แต่เห็นแนวทางการพัฒนา และมีความเชื่อว่าจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านหน่วยราชการไปสู่ดิจิทัล ซึ่งได้พยายามทำตั้งแต่อยู่กระทรวงยุติธรรม โดยผลักดันให้กระทรวงต่าง ๆ เป็นหน่วยงานที่ไร้กระดาษ”

สำหรับนโยบาย และทิศทางในการขับเคลื่อนดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นของประเทศจะมี 4 เรื่อง คือ 1.สร้างความปลอดภัยบนเครือข่ายดิจิทัล (safe & secured) 2.เข้าถึงบริการดิจิทัลในราคาสมเหตุสมผล (reasonably affordable) 3.ขยายเครือข่ายให้ทั่วถึงลดความเหลื่อมล้ำ (widely available) และ 4.มีนวัตกรรมใหม่ ๆ (innovation)

“มั่นคง-ปลอดภัย” ต้องมาก่อน

“ศ.พิเศษวิศิษฏ์” ขยายความว่า ในโลกดิจิทัล ความมั่นคงและปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญลำดับแรก หากไม่มีการจัดการระบบนิเวศให้ปลอดภัยจะส่งผลต่อความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการจัดการมิจฉาชีพในระบบดิจิทัลที่จะต้องเร่งดำเนินการ โดยเริ่มจาก “ป้องกัน และยับยั้งปัญหาสแกม” หรือการหลอกลวงทางดิจิทัล ช่วยให้หน่วยงานอื่น ๆ

เช่น ปปง. ทำงานง่ายขึ้น โดยการสร้างระบบการระบุอัตลักษณ์ของบัญชีการใช้งานต่าง ๆ โดยเฉพาะบัญชีธนาคารต่าง ๆ ซึ่งเป็นจุดหมายของการหลอกลวง มีการเชื่อมต่อข้อมูลธนาคาร โดยใช้ AI บ่งชี้อัตลักษณ์บัญชีว่าบัญชีไหน คือ บัญชีม้า ที่เปิดมาเพื่อหลอกลวงโดยเฉพาะ

“ปกติแต่ละธนาคารจะดูข้อมูลข้ามธนาคารไม่ได้ เอื้อให้เกิดการโอนเงินไปยังบัญชีที่ไม่มีอัตลักษณ์ เราจึงมีการพูดคุยกับธนาคารกลาง เพื่อทำฐานข้อมูลบัญชีกลาง และเตรียมหาแนวทางเสนอข้อกฎหมายเพิ่มอำนาจให้ธนาคารยับยั้งการธุรกรรมที่ต้องสงสัยชั่วคราวได้”

ด้านการค้าและอีคอมเมิร์ซ ก็มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยมากเช่นกัน จากการส่งเสริมให้คนเข้าไปใช้แพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นของต่างประเทศ แม้จะมีระบบจัดการดูแลอยู่ แต่การหลอกลวงมักไม่ได้มาจากแพลตฟอร์มจึงจะทำอย่างไรให้คนซื้อ และคนขายเชื่อมั่นในความปลอดภัยระหว่างกัน โดยเฉพาะการโอนเงินที่ควรมีระบบกลางมาดูแล และมี market place ที่ดี เพื่อคัดกรองคน

“เราชักชวนแพลตฟอร์มทั้งของไทย และต่างประเทศมาพูดคุย เพื่อหาทางสร้างระบบกลางขึ้นมาดูแลธุรกรรม โดยนอกจากต้องเพิ่มกลไกการตรวจสอบโอนเงินแล้ว ยังต้องเพิ่มกลไกในการระงับข้อพิพาทเรื่องการโอนเงินในการซื้อขายแบบอีคอมเมิร์ซด้วย เราได้ขอให้สถาบันอนุญาโตตุลาการของกระทรวงยุติธรรมมาเป็นหลักในการศึกษาข้อพิพาทเพื่อสร้างความเชื่อมั่นมากขึ้น”

สร้างกลไกส่งเสริมการแข่งขัน

ศ.พิเศษวิศิษฏ์กล่าวด้วยว่า สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันลำดับถัดไป คือทุกคนต้องเข้าถึงบริการดิจิทัลในราคา “ไม่แพง” ด้วยการมีกลไกที่ส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันด้านบริการ และราคา

“เราส่งเสริมให้ NT (บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ) เข้าร่วมเครือข่าย Asian Digital Hub ในการที่จะทำให้โครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของไทยเชื่อมกับต่างประเทศได้มากขึ้น ทำให้ราคาอินเทอร์เน็ตต่ำลง รวมถึงการสนับสนุนอินเทอร์เน็ตประชารัฐที่ให้บริการฟรีในบางจุด

เรายังเชื่อว่าควรให้ service provider แข่งขันอย่างเป็นธรรม ถ้าสนับสนุนได้จะทำให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด เราพร้อมพูดคุยกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กสทช. เพื่อผลักดันสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้น”

ดิจิทัลลดเหลื่อมล้ำชูนวัตกรรม

อย่างไรก็ตาม โลก “ดิจิทัล” เป็นโลกไร้พรมแดน จึงเข้าถึงง่ายได้จากทุกที่ นำมาสู่แนวคิดในการขยายเครือข่ายทั่วถึงเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ หรือ widely availability ลดช่องว่างระหว่างเมืองและชนบท

“เราไม่อยากเห็นช่องว่างของผู้คน ถ้ามีอินเทอร์เน็ตมาช่วยแล้วจัดการดี ๆ เด็กในเมืองและชนบทจะสามารถเรียนไปพร้อมกันได้ เราต้องทำให้ดินแดนที่อยู่ชายขอบสามารถเข้าถึงการใช้อินเทอร์เน็ตได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งต้องทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ

เช่น ด้านการศึกษา, การแพทย์ (เทเลเมดิซีน) หรือแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลซ เป็นต้น เมื่อมีอินเทอร์เน็ตเป็นตัวเชื่อมจะช่วยกระจายความกระจุกในเมืองได้ ทำให้คนต่างจังหวัดไม่ต้องเข้ามาในเมือง ทำให้เศรษฐกิจในต่างจังหวัดเติบโตมากขึ้น”

ส่วนการผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ หรือเทคโนโลยีขั้นสูงภายในประเทศ เช่น เมตาเวิร์ส, บล็อกเชน และอื่น ๆ ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้ประเทศไม่ตกขบวนการพัฒนา

เป้าหมาย 6 เดือนแรก

ปลัดป้ายแดงกระทรวงดีอีเอสพูดถึงเป้าหมายการทำงานในช่วง 6 เดือนแรกด้วยว่า สิ่งแรกที่จะต้องทำคือรับหน้าที่เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ โดยช่วยให้หน่วยราชการ ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค รวมถึงท้องถิ่นต่าง ๆ หันมาปรับใช้ระบบ paperless หรือไร้กระดาษ

“การใช้ระบบเปเปอร์เลสไม่แพงแล้ว เราให้แพลตฟอร์มช่วยให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น สพร.ก็ดี ของ NT ก็ดี หรือ De-Solution ของไอเน็ตก็เก็บเงินไม่แพงกรณีหน่วยราชการเข้าไปใช้ ทำให้ไม่ต้องลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเลย ใช้เงินประมาณ 1 แสนบาทต่อหน่วย เทียบกับค่ากระดาษ และประสิทธิภาพการทำงานที่เร็วขึ้น”

โดยใน 6 เดือนจากนี้จะเริ่มเห็นหน่วยราชการต่าง ๆ มีการขยับ และปรับเปลี่ยนตนเอง

“ผมยืนยันได้ว่า สตง.ก็ดี กรมบัญชีกลางก็ดี สามารถทำระบบดิจิทัลให้รองรับได้ ก่อนหน้านี้อาจมีความไม่เข้าใจกันระหว่างหน่วยงานราชการที่จะใช้ระบบ paperless และหน่วยงานตรวจ ซึ่งเราพูดคุยและทำความเข้าใจร่วมกันแล้ว ตอนนี้หน่วยงานส่วนกลาง 20 กระทรวง มีเพียง 3 กระทรวง ปรับการทำงานเป็น paperless ได้แล้ว

คือ กระทรวงดีอีเอส, กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงการต่างประเทศ คาดว่าเป้าต่อไปคือ สำนักนายกฯ ที่หากเปลี่ยนแล้วจะช่วยเร่งกระทรวงอื่น ๆ ให้เดินหน้าได้ และสำหรับหน่วยงานในท้องถิ่น 7,000 แห่ง จะใช้แพลตฟอร์มกลาง ซึ่งดีอีเอสเป็นคนคิด และนำไปให้ใช้เพื่ออำนวยความสะดวก”

ของขวัญปีใหม่คนไทย

ศ.พิเศษวิศิษฏ์ย้ำว่า ถ้าเปลี่ยนหน่วยงานราชการเป็น “ดิจิทัล” ได้ จะลดความสูญเสียหลายอย่าง และส่งผลต่อความรวดเร็วในการทำงานของราชการด้วย

“อีกเรื่องที่อยากให้เร็วมาก ๆ คือ การจัดการปัญหามิจฉาชีพออนไลน์ เราตั้งใจไว้กับท่านรัฐมนตรีชัยวุฒิว่าภายใน 1 เดือนนี้ จะเริ่มเห็นผลบางอย่างในแง่การทำงานนี้ และในช่วงปีใหม่จะได้ระบบแจ้งเตือนมิจฉาชีพผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตังเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน”

สำหรับบทบาทของกระทรวงดีอีเอสในการผลักดันให้หน่วยงานราชการปรับตัวไปสู่ “ดิจิทัล” ตลอดจนการแก้ปัญหามิจฉาชีพออนไลน์นั้น ในแง่ระบบต่าง ๆ มีความพร้อมอยู่แล้วจึงจะเข้าไปช่วยพัฒนาส่วนเสริมอื่น ๆ นอกจากกฎหมายที่ต้องปรับแก้ให้ทันแล้ว

สิ่งที่สำคัญและต้องแก้ คือ “ไมนด์เซต” ยกตัวอย่างการทำระบบ paperless ที่มักมีหน่วยงานต่าง ๆ บอกว่า “ทำไม่ได้” ซึ่งดีอีเอสจะต้องเข้าไปช่วยเป็นคนกลางในการนำแพลตฟอร์ม และนวัตกรรมต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วเข้าไป และปรับไมนด์เซต เพื่อให้เกิดการนำมาปรับใช้มากขึ้น