“แคนนอน” หวังกวาดแชร์พรินเตอร์ 50%

“แคนนอน” เดินหน้าย้ำแชมป์ตลาดพรินเตอร์ ตั้งเป้าขยับมาร์เก็ตแชร์จาก 41% เป็น 50% พร้อมเพิ่มดีกรีบุกกลุ่มลูกค้า “เอสเอ็มอี-สตาร์ตอัพ” เพิ่มสัดส่วนรายได้ลูกค้าองค์กรจาก 20% เป็น 40% เสริมทัพดีลเลอร์อีกเท่าตัว

นายวรินทร์ ตันติพงศ์พาณิช รองประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์ บริษัท แคนนอนมาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาภาพรวมตลาดเครื่องพรินเตอร์อิงก์เจ็ตในประเทศไทยมีประมาณ 9.5 แสนเครื่อง และบริษัทวิจัยไอดีซีคาดว่าปีนี้จะเติบโต 3-4% หรือมีจำนวน 1 ล้าน 5 หมื่นเครื่อง โดยพรินเตอร์อิงก์แท็งก์ มีสัดส่วนราว 40% ซึ่งแคนนอนยังคงเป็นผู้นำตลาดอันดับ 1 ในตลาดพรินเตอร์ 18 ปีซ้อน มีมาร์เก็ตแชร์ 41% แบ่งเป็นอิงก์แท็งก์ 25% เติบโตขึ้น 5% และปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มมาร์เก็ตแชร์เป็น 50% และเพิ่มสัดส่วนในกลุ่มอิงก์แท็งก์เป็น 30%


สำหรับทิศทางธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์พรินเตอร์ในปีนี้ได้วางกลยุทธ์ในการทำตลาดสินค้าให้ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภค ในคอนเซ็ปต์ “LIFE FLOW-LUTION” นำเสนอแนวคิดสินค้าที่เหมาะกับทุกช่วงจังหวะชีวิต โดยจะรุกทำตลาดในกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) มากขึ้น เนื่องจากเห็นโอกาสจากปีที่ผ่านมาจากความต้องการในกลุ่มเอสเอ็มอี และสตาร์ตอัพที่ต้องการสินค้าช่วยลดต้นทุน รวมถึงหน่วยงานรัฐในต่างจังหวัด โดยจะเพิ่มดีลเลอร์ (system integrated dealer) เข้าถึงกลุ่มลูกค้าองค์กรมากขึ้น จากปัจจุบันมี 80 ราย เพิ่มเป็น 160 ราย

ปัจจุบันแคนนอนมีสัดส่วนลูกค้า B2C 80% และ B2B 20% ซึ่งในปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนในฝั่ง B2B เป็น 40%

“กลุ่มบีทูซีเราไม่ได้ทิ้ง เพราะค่อนข้างแข็งแรงในตลาดรีเทล แต่ต้องเข้าใจว่าลูกค้ามีเท่าเดิมเเละคนไม่ได้เปลี่ยนเครื่องบ่อยเหมือนในอดีต และมองว่ายังมีโอกาสในกลุ่มบีทูบีอีกมาก ขณะที่การแข่งขันในปัจจุบันยังเน้นเรื่องราคาในกลุ่มบีทูซี เพราะลูกค้าทั่วไปไม่ได้เปลี่ยนเครื่องบ่อย จากปีละครั้ง แต่ปัจจุบันบางรายใช้เกิน 3 ปี ส่วนบีทูบีจะแข่งขันกันใส่มูลค่าเพิ่ม แข่งด้านโซลูชั่น เพราะหลายองค์กรพยายามลดต้นทุน แคนนอนต้องพยายามเทิร์นพอยต์ให้กลุ่มองค์กรรู้ว่าการใช้ครบทุกโซลูชั่นช่วยให้ลดต้นทุนได้อย่างไร”

โดยตั้งแต่ 2 ปีก่อน ได้ตั้งทีม “แคนนอนวัน” (CANON ONE) เพื่อขายสินค้าอื่น ๆ ของเเคนนอนรองรับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายและผลักดันให้ลูกค้าใช้สินค้าครบโซลูชั่นเพื่อช่วยให้องค์กรทำงานได้ง่ายขึ้น ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 20%

“เรามีสินค้าเยอะ เช่น กล้อง, กล้องวงจรปิด, พรินเตอร์ ลูกค้าบางกลุ่มไม่ได้ต้องการแค่เครื่องพรินเตอร์เราจึงให้ทีมแคนนอนวันเป็นเซ็นเตอร์ประสานงานกับทีมของแต่ละสินค้า เป็นการดึงคนจากทีมสินค้าต่าง ๆ เข้ามาช่วยประสานงานกับฝ่ายอื่น ๆ”

ล่าสุดได้เปิดตัวพรินเตอร์อิงก์แท็งก์ใหม่ 4 รุ่นในตระกูล G series และ 5 รุ่นในตระกูล TS series ราคา 1,000-9,000 บาท

Previous article“บินไทย” ไปไม่ถึงฝัน ปี”60 ขาดทุนกว่า 2 พันล้าน
Next article“แอร์เอเชีย” เปิดบินตรง กัวลาลัมเปอร์-หัวหิน พร้อมโปรฯคุ้ม เริ่มต้น 990 บาท* ต่อเที่ยว