Skip to content

เตือนภัยเพจปลอมระบาดหลอกโอนเงินจองที่พักท่องเที่ยวช่วงหยุดยาว

18 ก.ค. 2566 | 12:35น.
เตือนภัยเพจปลอมระบาดหลอกโอนเงินจองที่พักท่องเที่ยวช่วงหยุดยาว

จองที่พักท่องเที่ยวก่อนวันหยุดยาวระวังเพจปลอมระบาด หลอกโอนเงิน โรงแรม-ที่พัก เตือนมิจฉาชีพปลอมเพจ แจ้งจับนานเป็นเดือน ตำรวจไซเบอร์แนะเช็กวิธีตรวจสอบ-แจ้งความดำเนินคดี

วันที่ 18 กรกฎาคม 2566 สืบเนื่องจากช่วงปลายเดือน ก.ค.-ต้นเดือน ส.ค. 2566 มีวันหยุดราชการหลายวัน (วันเฉลิมพระชนมพรรษา 28-30 ก.ค. 2566, วันอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา 1-2 ส.ค. 2566)  ทำให้คนไทยวางแผนเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศจำนวนมาก ซึ่งจะต้องมีการจองที่พักและโรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยมีผู้แจ้งมาที่ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่ามีการจองโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่เขาใหญ่ โดยติดต่อโรงแรมดังกล่าวผ่านเพจเฟซบุ๊ก

ปรากฏว่ามีข้อความแจ้งให้โอนเงินค่ามัดจำที่พักล่วงหน้าเข้าบัญชีบุคคล ไม่ใช่บัญชีของบริษัทหรือของโรงแรมดังกล่าว จึงเกิดข้อสงสัยว่า อาจเป็นมิจฉาชีพ จึงได้โทร.สอบถามโดยตรงไปที่โรงแรม และได้รับแจ้งว่าเพจดังกล่าวเป็นเพจปลอม และทางโรงแรมได้แจ้งความมานานกว่า 1 เดือนแล้ว

จึงแจ้งเตือนประชาชน หรือนักท่องเที่ยวให้ระมัดระวัง และตรวจสอบไปยังที่พักหรือโรงแรมโดยตรงก่อนโอนเงิน

 

เพจปลอม-มิจฉาชีพออนไลน์ระบาด

กองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ ได้แจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับกลโกงของมิจฉาชีพหลากหลายรูปแบบ ได้แก่

  • มิจฉาชีพหลอกโอนเงิน เช่น การส่งหนังสือราชการ หรือส่งข้อความ ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หลอกยกเลิกสัญญาซื้อขายบ้าน-ที่ดิน ยอมโดนยึดมัดจำ ลวงผู้เสียหายผิดนัด
  • มิจฉาชีพที่ลวงเอาข้อมูล-ดูดเงินจากแอปธนาคาร มักจะแฝงมาในรูปแบบของการหลอกให้คลิกลิงก์ใน SMS หรือข้อความ หรือในอีเมล์ เพื่อหลอกเอาข้อมูล

กรณีล่าสุด มีการแอบอ้างเป็นพนักงานสายการบินแห่งหนึ่ง ส่ง SMS มายังโทรศัพท์มือถือของของเหยื่อ พร้อมกับข้อความในลักษณะว่า “ขอบคุณที่ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ท่านได้รับเที่ยวบินฟรี 1 ใบ” โดยให้กดลิงก์ที่แนบมากับข้อความดังกล่าวเพื่อเป็นการเพิ่มเพื่อนทางแอปพลิเคชั่นไลน์ ที่ใช้บัญชีชื่อว่า “Lion Air Group” จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่โทรศัพท์ติดต่อไปยังผู้เสียหาย แจ้งว่าเป็นผู้โชคดีได้รับตั๋วเครื่องบินดอนเมือง-เชียงใหม่ แล้วหลอกลวงให้ติดตั้งแอปพลิเคชั่นปลอมผ่านเว็บไซต์สายการบินดังกล่าวที่มิจฉาชีพปลอมขึ้น

เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อติดตั้งแอปพลิเคชั่นดังกล่าว มิจฉาชีพจะให้เข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัว และตั้งรหัส PIN 6 หลัก รวมถึงการให้สิทธิแอปพลิเคชั่นเข้าถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อน โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่จะกรอกรหัส PIN ที่ซ้ำกับรหัสการทำธุรกรรมการเงินของธนาคารต่าง ๆ ทำให้มิจฉาชีพสามารถเชื่อมต่อระบบเข้ามาควบคุมโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย แล้วทำการโอนเงินออกจากบัญชีธนาคารของผู้เสียหายทุกบัญชีไปยังบัญชีม้าที่เตรียมไว้อย่างรวดเร็ว

ตำรวจไซเบอร์แนะวิธีรู้ทันกลโกง

    1. ไม่กดลิงก์ที่เเนบมากับข้อความสั้น (SMS) หรือกดลิงก์ติดตั้งแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ เพราะอาจเป็นการดักรับข้อมูล หรือการฝังมัลแวร์ของมิจฉาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มาพร้อมกับข้อความในลักษณะการให้สิทธิพิเศษ ได้รับรางวัล หรือให้โปรโมชั่นต่าง ๆ รวมถึงข้อความในลักษณะทำให้ตกใจ หรือเป็นกังวล เช่น ข้อมูลท่านรั่วไหล มีการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือผิดปกติ
    2. หากได้รับโทรศัพท์จากบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ ให้ขอชื่อนามสกุล และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกลับ โดยให้แจ้งว่าจะติดต่อกลับไปภายหลัง
    3. ขอให้ตรวจก่อนว่ามาจากสายการบิน หรือหน่วยงานนั้น ๆ จริงหรือไม่ ให้ท่านขอรายละเอียดที่เกี่ยวข้องไว้ติดต่อกลับ หรือโทรศัพท์ไปสอบถามผ่านหมายเลขคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ของหน่วยงานนั้น ๆ โดยตรง
    4. ระวังไลน์ทางการปลอม โดยสังเกตบัญชีที่ผ่านการรับรองจะมีสัญลักษณ์โล่สีเขียว หรือโล่สีน้ำเงิน หากเป็นโล่สีเทาหรือไม่มีโล่เลยจะเป็นบัญชีทั่วไป ยังไม่ได้ผ่านการรับรอง ต้องตรวจสอบยืนยันให้ดีเสียก่อน มิจฉาชีพมักนำเอาสัญลักษณ์หน่วยงานนั้น ๆ มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
    5. ไม่ติดตั้งโปรแกรม หรือแอปพลิเคชั่นที่ผู้อื่นส่งมาให้โดยเด็ดขาด แม้จะเป็นโปรแกรมที่รู้จักก็ตาม เพราะอาจเป็นแอปพลิเคชั่นปลอม โดยหากต้องการใช้งานให้ทำการติดตั้งผ่าน App Store หรือ Play Store เท่านั้น
    6. ไม่อนุญาตให้ติดตั้งแอปพลิเคชั่นที่ไม่รู้จัก หรือไฟล์ที่อาจเป็นอันตราย ไฟล์นามสกุล .Apk หรือซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย
    7. ไม่อนุญาตให้เข้าถึงอุปกรณ์ และควบคุมอุปกรณ์ หรือโทรศัพท์มือถืออย่างเด็ดขาด
    8. ไม่กรอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงินใด ๆ ลงในลิงก์ หรือแอปพลิเคชั่นในลักษณะดังกล่าวโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งรหัสผ่าน 6 หลัก ที่ซ้ำกับรหัสแอปพลิเคชั่นของธนาคารต่าง ๆ
    9. หากท่านเชื่อว่าได้ติดตั้งแอปพลิเคชั่นปลอมแล้ว ให้รีบทำการ Force Reset หรือการบังคับให้อุปกรณ์นั้นรีสตาร์ต (ส่วนใหญ่เป็นการกดปุ่ม Power พร้อมปุ่มปรับเสียงค้างไว้) ในกรณีเกิดอาการค้างไม่ตอบสนอง หรือเปิดโหมดเครื่องบิน (Airplane Mode) หรือปิดเครื่องเพื่อตัดสัญญาณไม่ให้โทรศัพท์สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ ถอดซิมการ์ดโทรศัพท์ออก หรือทำการปิด WiFi Router
    10. อัพเดตระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์ หรืออุปกรณ์ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
    11. ไม่ควรเข้าใช้เว็บไซต์ที่ไม่มีความปลอดภัย เช่น เว็บพนัน, เว็บลามกอนาจาร เป็นต้น

หากโดนหลอกโอนเงิน ทำอย่างไร ?

สิ่งแรกที่ผู้เสียหายต้องทำทันทีที่รู้ตัวว่าโดนมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน คือ การแจ้งธนาคารที่ใช้บริการของตนเพื่อระงับธุรกรรม

ตามกฎหมายฉบับใหม่ พร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ให้ธนาคารมีอำนาจหยุดยั้งธุรกรรมที่ผิดปกติ หรือธุรกรรมที่อาจผิดกฎหมายได้ 72 ชั่วโมง

ดังนั้น ประชาชนผู้เสียหายสามารถ “แจ้งธนาคารก่อนแจ้งความ” เพื่อระงับธุรกรรมไม่ให้เงินโอนต่อไปบัญชีม้าอื่น ๆ โดยเลขหมายธนาคารต่าง ๆ ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้รวบรวมไว้ดังนี้

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

หลังจากนั้น ผู้เสียหายจึงไปแจ้งความทีหลัง โดยแจ้งได้ที่สถานีตำรวจทุกสถานี ไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับท้องที่ หรือโทร.ปรึกษาสอบถาม 1441 หรือ 08-1866-3000 แจ้งความออนไลน์ที่ https://www.thaipoliceonline.com/ หรือแอดไลน์@police1441 แชตบอตกับหมวดขวัญดาว ตลอด 24 ชั่วโมง