กองทุน KKR จ่อเข้าลงทุน 20% ในธุรกิจศูนย์ข้อมูลของ Singtel 800 ล้านเหรียญในสหรัฐ อัดฉีดลงทุนขยายโครงสร้างพื้นฐานทั่วภูมิภาค ชิงส่วนแบ่งตลาดดาต้าเซ็นเตอร์
วันที่ 18 กันยายน 2566 สำนักข่าว บลูมเบิร์ก รายงานว่า Kohlberg Kravis Roberts & Co. (KKR) กองทุนด้านโทรคมนาคม ศูนย์ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล สัญชาติอเมริกัน จ่อเข้าลงทุนธุรกิจศูนย์ข้อมูลจาก Singtel สัดส่วน 20% มูลค่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 25% ภายในปี 2570
ภายใต้ข้อตกลงนี้ทำให้มูลค่าองค์กรของหน่วยธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของ Singtel อยู่ที่ประมาณ 5.5 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ ราว 4 พันล้านเหรียญสหรัฐ
แม้ Singtel เป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ แต่ก็เป็นหุ้นส่วนสำคัญของ AIS และ Gulf ซึ่งสนใจขยายธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยและทั่วอาเซียน
โดยช่วงต้นปี 2566 ได้ตั้ง GSA เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท กัลฟ์ อินฟราสตรัคเจอร์ จำกัด (บริษัทในเครือของบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) GULF), บริษัท เอสที ไดนาโม ทีเอช พีทีอี. แอลทีดี. (บริษัทในเครือของบริษัท สิงคโปร์ เทเลคอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด Singtel) และบริษัท เอไอเอส ดีซี เวนเจอร์ จำกัด (บริษัทในเครือของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) AIS)
ในอัตราส่วน 40% 35% และ 25% ตามลำดับ และตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดกว่า 20 เมกะวัตต์ใน จ.สมุทรปราการ พร้อมให้บริการปี 2568 โดย GULF มีประสบการณ์ในธุรกิจผลิตไฟฟ้าและธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน และเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจที่กว้างขวาง ในขณะที่ Singtel มีความชำนาญในเทคโนโลยีสำหรับพัฒนาและบริหารดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกล และ AIS ให้บริการโครงสร้างโทรคมนาคมในประเทศ
การเข้าซื้อธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ของ Singtel โดย KKR จะทำให้ Sintel มีเงินทุนในการขยายกิจการทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และรุกเข้าสู่ตลาดใหม่ เช่น มาเลเซีย
KKR เป็นหนึ่งในผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคในด้านเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์และการวางท่อสายเคเบิลนำแสงที่จำเป็นในการขับเคลื่อนอินเทอร์เน็ตและเทรนนิ่ง AI ยุคใหม่
จากการเข้าซื้อครั้งนี้ KKR มีอำนาจ 2 ที่นั่งในคณะกรรมการธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ของ Singtel
KKR ระดมทุนได้ 3.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐานในเอเชีย-แปซิฟิกแห่งแรกในปี 2564 โดยรวบรวมแหล่งเงินทุนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค เพื่อจัดหาทุกอย่างตั้งแต่พลังงานหมุนเวียนไปจนถึงเสาสื่อสาร ครอบคลุมบริษัทไฟฟ้าของอินเดียและ Pinnacle Towers ผู้ผลิตพลังงานชั้นนำและผู้ให้บริการโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์
ตลาดศูนย์ข้อมูลระดับภูมิภาคอาเซียน-เอเชีย-แปซิฟิก คาดว่าจะเติบโตโดยเฉลี่ย 17% ในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยจะสามารถดึงดูดการลงทุน 9-13 พันล้านเหรียญสหรัฐ