แฟชั่นคอมเมิร์ซอเมริกาเดือด Amazon หั่นค่าธรรมเนียมสู้ Shein

amazon-shein
Background Image by our-team on Freepik

ยักษ์อีคอมเมิร์ซ “Amazon” เตรียมลดค่าธรรมเนียมการขายเสื้อผ้าราคาถูก หวังดึงพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เข้าแพลตฟอร์ม ท้าชน “Shein” แพลตฟอร์มฟาสต์แฟชั่นสัญชาติจีน

วันที่ 6 ธันวาคม 2566 สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ยักษ์อีคอมเมิร์ซจากสหรัฐ “แอมะซอน” (Amazon) ประกาศลดค่าธรรมเนียมการขายบนแพลตฟอร์มสำหรับสินค้าประเภทเครื่องแต่งกาย ซึ่งเป็นสัญญาณที่สะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้ในสงครามราคากับ “ชีอิน” (Shein) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและแบรนด์ฟาสต์แฟชั่นสัญชาติจีนที่เข้ามาทำตลาดในสหรัฐมากขึ้น

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2566 Amazon ได้ประกาศว่าจะลดค่าธรรมเนียมการขายสำหรับผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าที่มีราคาต่ำกว่า 15 ดอลลาร์สหรัฐ (525 บาท) เหลือ 5% และเสื้อผ้าที่มีราคาตั้งแต่ 15-20 ดอลลาร์สหรัฐ (525-700 บาท) จะลดเหลือ 10% ซึ่งก่อนหน้านี้ค่าธรรมเนียมการขายผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าอยู่ที่ 17% โดยจะเริ่มปรับลดค่าธรรมเนียมในเดือน ม.ค. 2567 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม Amazon ไม่ได้เปิดเผยสาเหตุในการลดค่าธรรมเนียมการขายเสื้อผ้าที่ราคาต่ำกว่า 20 ดอลลาร์สหรัฐ (700 บาท) อย่างเป็นทางการ เพราะที่ผ่านมาเป็นเรื่องยากที่ Amazon จะตัดสินใจลดค่าธรรมเนียมการขายบนแพลตฟอร์ม ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่า Amazon ต้องการดึงดูดพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่จำหน่ายเสื้อผ้าราคาถูกโดยเฉพาะ เพื่อแข่งขันกับ Shein ที่มีจุดแข็งด้านการจำหน่ายเสื้อผ้าราคาถูกมาก เช่น เสื้อฮู้ดราคา 9 ดอลลาร์สหรัฐ (315 บาท) เป็นต้น

นายลูคัส บาร์เนส (Lucas Barnes) อดีตผู้บริหารของ Amazon และผู้ก่อตั้ง PNW Web Marketing บริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาด กล่าวว่า การที่ Amazon ตัดสินใจลดค่าธรรมเนียมการขายเสื้อผ้าราคาถูก ซึ่งมีผลต่อการตั้งราคาของพ่อค้าแม่ค้าบนแพลตฟอร์ม จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับ Shein เพราะความต่างของราคาเพียง 1-2 ดอลลาร์สหรัฐ (35-70 บาท) ก็มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคแล้ว

“นอกจากการลดค่าธรรมเนียมการขายจะช่วยสร้างฐานพ่อค้าแม่ค้าเสื้อผ้าราคาถูกที่กว้างขึ้น ยังเป็นการบีบให้ Shein ต้องเข้าร่วมสงครามราคา และมอบโค้ดส่วนลดให้ผู้ใช้งานมากขึ้นด้วย”

ที่ผ่านมา Amazon ครองตลาดอีคอมเมิร์ซในสหรัฐ โดยหักค่าธรรมเนียมมากกว่า 1 ดอลลาร์สหรัฐ จากทุก ๆ 3 ดอลลาร์สหรัฐที่เกิดจากการทำธุรกรรมบนแพลตฟอร์ม ซึ่งมากกว่าคู่แข่งอย่าง “วอลมาร์ต” (Walmart) ประมาณ 6 เท่า แต่ในปัจจุบัน Amazon ต้องเผชิญกับความท้าทายจากการบุกตลาดของผู้เล่นหน้าใหม่จากจีนด้วย เช่น


Shein ที่วางแผนเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกในปี 2567, Temu แอปช็อปปิ้งที่เปิดตัวในสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมีการเสนอส่วนลดมากมายสำหรับผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท รวมถึงแอปโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok ที่เปิดตัวบริการร้านค้า TikTok Shop ในสหรัฐช่วงต้นปีที่ผ่านมา