จับตาบอร์ด กสทช. ประชุมนัดพิเศษโหวตเลือกเลขาธิการ

กสทช.

บอร์ด กสทช.นัดประชุมพิเศษ ถกเดือดเลือกเลขาธิการ ด้าน “ไตรรัตน์” รักษาการเลขาฯ ส่งหนังสือแจ้งค้านพิจารณา เหตุ 4 กสทช. อยู่ในข้อพิพาททางกฎหมาย มีส่วนได้ส่วนเสีย

วันที่ 17 มกราคม 2567 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่าคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทั้ง 7 คน เข้าร่วมประชุมนัดพิเศษในการพิจารณาคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ กสทช. ตั้งแต่เวลา 09.00 น.ที่ผ่านมา

การพิจารณายังคงเกี่ยวข้องกับ “อำนาจ” การลงมติครั้งนี้ เนื่องจากนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการ เลขาฯ กสทช. และผู้ถูกเสนอชื่อให้พิจารณาคัดเลือกเป็นเลขาฯ ได้ส่งบันทึกข้อความ เรื่อง ขอคัดค้านการปฏิบัติหน้าที่พิจารณาและลงมติของ กสทช. จำนวน 4 คน ในวาระพิจารณาเรื่องการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช.

หนังสือดังกล่าวลงวันที่ 9 ต.ค. 2566 ของนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. หนึ่งในผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นเลขาธิการ กสทช. มาประกอบการพิจารณาของบอร์ด กสทช.ด้วย

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566 นายไตรรัตน์ได้ยื่นฟ้องทั้ง 4 กรรมการ กสทช. ประกอบด้วย นายศุภัช ศุภชลาศัย พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ น.ส.พิรงรอง รามสูต และนายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ รวมถึงนายภูมิศิษฐ์ มหาเวสน์ศิริ รองเลขาธิการ กสทช. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

กรณีตั้งอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการดำเนินการของสำนักงาน กสทช. เกี่ยวกับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดรายการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย และดำเนินการให้มีการเปลี่ยนรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช.

คดีดังกล่าวจะไต่สวนมูลฟ้องสำเนาฟ้องในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567


จึงมีการถกเถียงเรื่องสิทธิและอำนาจของ กสทช. ได้ข้อสรุปว่ามีสิทธิและอำนาจพิจารณาลงมติ เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเข้าสู่การประชุมโดยลับ เพื่อลงมติคัดเลือกต่อไป