เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ดูทั้งหมด

7 นโยบาย DE ขับเคลื่อน ศก. เพิ่มกำลังคนดิจิทัลอัพสกิลรับ AI

18 ก.พ. 2567 | 15:12น.
ประเสริฐ จันทรรวงทอง

ในฐานะหน่วยงานหลักในการวางแผน ส่งเสริม และพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ประกาศทิศทาง และ 7 นโยบายสำคัญที่จะใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการทำงานของกระทรวงดีอี ปี 2567 ประกอบด้วย 1.Cloud First Policy 2.AI Agenda 3.1 อำเภอ 1 IT Man 4.พัฒนากำลังคนดิจิทัล (Digital Manpower) 5.Cell Broadcast 6.แก้ปัญหาภัยออนไลน์ และ 7.ยกระดับ Thailand Digital Competitiveness Ranking

สยายปีกดีอีสู่ภูมิภาค

“รมว.ประเสริฐ” อธิบายว่า งานด้านดิจิทัลในปัจจุบันยังไม่มีการเชื่อมโยงสู่ระดับท้องที่-ท้องถิ่น ไม่มีหน่วยงานระดับภูมิภาค ไม่มีคำว่า “ดีอีจังหวัด” จึงมีการหารือผ่านไปถึง ก.พ. และเสนอ ครม.แล้วในการจัดหากำลังคน ทั้งการถ่ายโอน และการสรรหาขึ้นใหม่ จากเดิมกระทรวงดีอี มีสำนักงานสถิติจังหวัดอยู่แล้วก็จะเพิ่มเป็น “สถิติ และดิจิทัลจังหวัด” ถ่ายโอนกำลังคน 5 คนไปเพิ่มให้สำนักงานจังหวัด เพื่อดูแลงานด้านดิจิทัลโดยเฉพาะ ในระดับอำเภอจะมีตำแหน่งพนักงานราชการใหม่ เรียกว่า “IT Man” ตามจำนวนอำเภอ คือ 878 คน

“การมีหน่วยงานระดับจังหวัด และอำเภอจะทำให้มีคนกลางเข้าไปพูดกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในการขับเคลื่อนงานด้านดิจิทัล และช่วยดูแลภารกิจของศูนย์ดิจิทัลชุมชนที่ปีนี้จะมี 2,222 ศูนย์ได้ดีขึ้น”

และจะมีการสร้างอาสาสมัครดิจิทัลหมู่บ้านละ 2 คน รวมถึงสภาดิจิทัลเยาวชนซึ่งโครงสร้างดีอีในภูมิภาคเหล่านี้ จะมี IT Man เป็นผู้เชื่อมต่อนโยบาย และปรับใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้แพร่กระจายสู่ท้องถิ่น มีการใช้ดิจิทัลยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ สนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลดิจิทัลในจังหวัด ดำเนินงานครอบคลุมระดับพื้นที่อำเภอ และอาจมีบทบาทในการมองอนาคตเทคโนโลยีของชุมชน เข้าไปช่วยให้ความรู้สร้างความตระหนักเรื่องอาชญากรรมออนไลน์ในท้องถิ่นได้ คาดว่าจะใช้งบฯ ราว 200 ล้านบาท ก่อนสิ้นปีงบฯ 2567 เพื่อจัดหาคนในปีงบฯ 2568

ย้ำ Cloud First

นายประเสริฐกล่าวด้วยว่า การสานต่อ Cloud First Policy คือการวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลประเทศที่ทันสมัย มั่นคงปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ยกระดับการทำงานภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล มีเป้าหมายคือให้บริการระบบคลาวด์เพื่อพัฒนาการบริการประชาชนไม่น้อยกว่า 220 กรม 75,000 VM ประหยัดงบประมาณด้านโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลของประเทศ 30-50%

“ถ้าหน่วยงานราชการทั้งหมดหันมาใช้คลาวด์ คาดว่าจะมีความต้องการศักยภาพการประมวลผลถึง 9 แสน VM ซึ่งยังต้องใช้เวลาปรับ อย่างกรณีกระทรวงสาธารณสุขแห่งเดียวใช้เก็บ และจัดการข้อมูลสุขภาพ เชื่อมโยง Health Links ก็กว่า 2-5พัน VM แล้ว ยังไม่รวมหน่วยงานอื่น ๆ ที่แยกกันซื้อหากให้ดีอีนำมาบริหารจัดการก็จะลดค่าใช้จ่ายได้มาก”

รวมถึงการส่งเสริมการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูล และการใช้ประโยชน์ Big Data เป็นตัวกลางสนับสนุนท้องถิ่นประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ส่วนด้านการลงทุนด้านคลาวด์ของประเทศ จะมีการส่งเสริมผู้ประกอบการไทย และต่างประเทศ และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เรายังต้องการศักยภาพหน่วยประมวลผล VM อีกมาก ซึ่งคงต้องมีการพูดคุยกันอีก เพราะเทคโนโลยีคลาวด์ของต่างประเทศมีความเกี่ยวข้องในเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ด้วย

เตรียมความพร้อมรับ AI

เรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก็สำคัญจะต้องมีการคัดกรองโดย National AI Service Platform ที่รวมบริการด้าน AI บนคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ทั้งจะให้สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) พัฒนา Thai Large Language Model (Thai LLM) เป็น โครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาษาไทย เนื่องจากโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ใช้เป็นพื้นฐานเอไอปัจจุบันสร้างบนภาษาอังกฤษ ซึ่งเก่ง และเสถียรภาพอย่างมาก แต่เมื่อใช้ภาษาไทยที่ใช้บริบทและวัฒนธรรมอีกแบบคงไม่มีใครพัฒนาได้ดีกว่าคนไทย

“ส่วนตัวผมยังมีความกังวลเรื่องเทคโนโลยีเอไอของต่างประเทศ แม้พวกเขาจะพัฒนาโมเดลเอไอภาษาไทยขึ้นมาแล้ว เราก็ยังต้องทำของเราเองด้วย เพื่อไม่ให้ต้องพึ่งพาหรือเป็นทาสเทคโนโลยีต่างประเทศ”

ที่สำคัญ คือต้องเตรียมพร้อมด้านจริยธรรม/กฎหมาย/สังคม (AI Ethics, Governance, Regulation) พัฒนาทักษะ เสริมสร้างความรู้/ทักษะ AI สำหรับ SMEs และประชาชน การ Upskill/Reskill/Newskill ด้าน AI สำหรับบุคลากรทุกภาคส่วน และเร่งเรื่อง AI Use Case ทั้งรัฐ และเอกชน เช่น AI Use Case การพยากรณ์อากาศอัจฉริยะ ข้อมูลพยากรณ์กลุ่มฝนเชิงพื้นที่ระดับอำเภอ (พยากรณ์ระยะก่อนหน้า 3 ชั่วโมง แม่นยำ 90%) บริเวณ 22 ลุ่มน้ำทั่วประเทศ และแผนที่เสี่ยงภัยสภาวะฝนตกหนักถึงหนักมาก เป็นต้น

เพิ่มกำลังคน “ดิจิทัล”

ส่วนการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล มีเป้าหมายเพิ่ม 5 หมื่นคน จะเริ่มทำได้ในปี 2567 ตาม MOU ที่ทำร่วมกับเอกชน มีอาสาสมัครดิจิทัลกับสภาเยาวชนดิจิทัล ขยายผลให้ความรู้ดิจิทัลประชาชนในพื้นที่ ตามที่วางโครงสร้างการขยายกระทรวงดีอีสู่ภูมิภาค และให้มีการเก็บข้อมูลการเรียนรู้ อบรม อัพสกิลรีสกิลทักษะ นำผู้มีทักษะจากต่างประเทศเข้ามาผ่าน GDT Visa ที่ให้สิทธิพิเศษสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาด้านไอทีจากสถาบันชั้นนำทั่วโลกกว่า 600 สถาบัน รวมถึงผู้ที่ทำงานด้านดิจิทัลอยู่แล้ว

นายประเสริฐกล่าวอีกว่า ในปีนี้จะมีการทำระบบแจ้งเตือนภัยแบบเจาะจง สำหรับคนไทยทั้งประเทศผ่านข้อความแจ้งเตือน Cell Broadcast เพื่อลดการสูญเสียชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน คาดว่าจะใช้งบฯราวพันล้านบาท โดยโอเปอเรเตอร์มือถือทั้งสองค่ายลงทุนคนละ 300 ล้านบาท นำไปหักลบส่วนสมทบกองทุน USO และงบประมาณรายจ่าย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการออกระเบียบสำนักนายกฯ เพื่อแบ่งประเภทภัยพิบัติว่ามีภัยลักษณะใดบ้างและจะให้หน่วยงานใดเป็นผู้ประกาศ

แก้ปัญหาภัยออนไลน์

นายประเสริฐกล่าวถึงการแก้ปัญหาภัยออนไลน์ด้วยว่า ได้มีการวิเคราะห์ประมวลผลขยายวงกว้างเพื่อเร่งตัดตอนบัญชีม้า ซึ่งที่ผ่านมาทำงานอย่างหนักร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะเร่งให้มีแอปพลิเคชั่นคัดกรองเบอร์แปลก Call Alert แอปแจ้งเตือนหมายเลขโทรศัพท์เสี่ยง ภัยออนไลน์ พร้อมไปกับการยกระดับ ศูนย์ AOC+ 1441 ใช้ AI ช่วยตรวจจับ วิเคราะห์ ประมวลผล ขยายผลกวาดล้างบัญชีม้า และบัญชีของม้า

“ศูนย์ PDPC Eagle Eye ตรวจ ป้องปราม ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล และซื้อขายข้อมูล ปัจจุบันใช้มาตรการเดินสายพูดคุยให้หน่วยงานภาครัฐวางมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มากกว่าที่จะเอาผิดละเว้นปฏิบัติหน้าที่ แต่กระนั้นความผิดฐานทำข้อมูลรั่วไหลก็มีโทษสูงอยู่แล้ว เรื่องการหลอกลวงผ่านซื้อสินค้าออนไลน์ กรณีเก็บเงินปลายทาง (COD) ได้ของไม่ตรงปก จะให้มีการดีเลย์การจ่ายเงินไว้ก่อน เมื่อพิสูจน์แล้วว่าธุรกรรมถูกต้องจึงค่อยจ่ายให้ผู้ค้า ตอนนี้กฎหมายกำลังรอ สคบ. ประกาศอย่างเดียว

และหากดำเนินการได้ทั้งหมดจะช่วยให้ขีดความสามารถในการแข่งขันทางดิจิทัลของประเทศเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งกระทรวงดีอีตั้งเป้าไว้แล้วว่าจะขยับอันดับจาก 33 ในปี 2567 เป็นอันดับ 30 ในปี 2569 ตามการจัดอันดับของ IMD