เนื่องในวันสตรีสากล (8 มี.ค.) “ประชาชาติธุรกิจ” ชวนมาทำความรู้จัก “Two-Step Plan” แนวคิดการทำงานของ “Melanie Perkins” ซีอีโอหญิงแกร่งแห่ง “Canva”
วันที่ 8 มีนาคมของทุกปี ถือเป็นวันสตรีสากล ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากประท้วงของแรงงานสตรีในโรงงานทอผ้า รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาในปี 2400 เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจากการกดขี่ของนายจ้าง ซึ่งการเรียกร้องครั้งนั้นจบด้วยโศกนาฏกรรมอันน่าเศร้า เพราะมีผู้เสียชีวิตจากเหตุลอบวางเพลิงเผาโรงงานในพื้นที่การชุมนุมถึง 119 คน
นอกจากนี้ วันที่ 8 มี.ค. ยังมีนัยของการเรียกร้องเกี่ยวกับสิทธิสตรีและความเท่าเทียมทางเพศอีกหลายครั้ง จนกระทั่งในปี 2453 การเรียกร้องของกลุ่มตัวแทนสตรี 17 ประเทศ เกี่ยวกับสวัสดิการการทำงานที่เป็นธรรมก็ประสบสำเร็จ และทำให้วันที่ 8 มี.ค. ของทุกปีกลายเป็นวันสตรีสากลในที่สุด
โดยทั่วไปกิจกรรมที่เกิดขึ้นในวันสตรีสากลจะเป็นการรำลึกถึงการเรียกร้องสิทธิสตรี และหยิบยกเรื่องราวของ “หญิงแกร่ง” ในวงการต่าง ๆ มาเล่าสู่กันฟัง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนอีกมากมาย
อย่างไรก็ตาม ในวงการเทคโนโลยีก็มีหญิงแกร่งของวงการที่ปลุกปั้นบริษัทให้มีมูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ และเปลี่ยนมายาคติเกี่ยวการทำงานของผู้หญิงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอยู่หลายคน หนึ่งในนั้นคือ “เมลานี เพอร์คินส์“ (Melanie Perkins) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ ”แคนวา“ (Canva) แพลตฟอร์มสร้างสรรค์งานออกแบบที่มีผู้ใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก
“ประชาชาติธุรกิจ” ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิดการทำงานของ “เมลานี“ มาสรุปเป็นเรื่องราวแห่งการสร้างแรงบันดาลใจเนื่องในวันสตรีสากล
”เมลานี“ ได้บอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเส้นทาง 10 ปีไว้มากมาย ผ่านบทความเรื่อง “21 Questions from Canva’s 10-year journey : Part two“ บนศูนย์ข่าวของแคนวา (Canva Newsroom) ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการก้าวข้ามความท้าทายจากอคติทางเพศ (Gender Bias) ในฐานะสถานะเป็นซีอีโอและผู้นำองค์กร
“ฉันถูกปฏิเสธมานับครั้งไม่ถ้วนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และแม้ว่าฉันจะไม่มีทางรู้ว่า จริง ๆ แล้วการปฏิเสธเหล่านั้นมีสาเหตุมาจากการที่ฉันเป็นผู้หญิงหรือเปล่า หรือมีปัจจัยภายนอกมาจากสาเหตุอื่น ๆ แต่ทุกครั้งที่ถูกปฏิเสธ ฉันจะพยายามขอฟีดแบ็กมาให้ได้มากที่สุด เพื่อนำมาปรับปรุงการทำงานของตนเอง
เป็นเรื่องปกติที่จะมีคนไม่ชอบคุณหรือความคิดของคุณเสมอไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ขอให้มองการปฏิเสธแต่ละครั้งเป็นหนทางแห่งการค้นหาตัวเอง ฉันเชื่อว่ายุคสมัยกำลังเปลี่ยนแปลง อย่ากังวลต่อคำพูดเชิงลบของคนอื่น การเป็นผู้บริหารหญิงไม่ใช่สิ่งที่ผิดปกติในโลกใบนี้“
“Canva” เป็นสตาร์ตอัพสัญชาติออสเตรเลียที่เริ่มต้นธุรกิจจากการพัฒนาแพลตฟอร์มแก้ปัญหาความซับซ้อนด้านการออกแบบ โลดแล่นในโลกธุรกิจไปสักพักก็ขึ้นแท่นเป็น “ยูนิคอร์น” หรือบริษัทที่มีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาตั้งแต่ปี 2561 และได้รับความนิยมจนมีผู้ใช้ในปัจจุบันไม่น้อยกว่า 150 ล้านรายต่อเดือน
โดยหนึ่งในเคล็ดลับความสำเร็จของ Canva ที่ “เมลานี” ได้เล่าสู่กันฟังผ่านบทความดังกล่าว คือการใช้แนวคิด “Two-Step Plan” หรือแผนการสู่ 2 เป้าหมายสำคัญ เป็นแกนหลักในการดำเนินงาน
เป้าหมายที่ 1 : ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก
เป้าหมายที่ 2 : ทำสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่เราสามารถทำได้
“สำหรับเป้าหมายที่ 2 เราลงมือทำมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2562 เราเข้าร่วมโครงการ Pledge 1% หรือโครงการที่บริษัทต่าง ๆ จะมอบผลกำไร ทุน ผลิตภัณฑ์ หรือเวลา 1% กลับไปยังชุมชนของตนเอง ถือเป็นการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกที่เราทำมาอย่างต่อเนื่อง“
นอกจาก Canva จะร่วมโครงการ Pledge 1% มาอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังมีการร่วมงานองค์กรชื่อ “GiveDirectly” เพื่อดำเนินงานตามเป้าหมายยุติความยากจนขั้นรุนแรง มีการมอบเงินเพิ่มอีก 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการแบ่งสรรปันส่วนให้ผู้คนที่ยากจนในประเทศมาลาวี ทวีปแอฟริกาโดยตรง
”เมลานี” กล่าวด้วยว่า การที่บริษัทจะสามารถทำตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ ต้องคำนึงถึงความสอดคล้องของผลิตภัณฑ์และเป้าหมายของลูกค้า ซึ่งเป็นพื้นฐานของการทำธุรกิจที่ต้องยึดมั่นไว้ตลอด และส่วนที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการรับฟังความเห็นและทำงานร่วมกับพนักงานหลายพันชีวิต
“ในปี 2566 Canva มีพนักงานกว่า 3,500 คน ในแต่ละวันมีการตัดสินใจหลายร้อยเรื่อง ทีมต้องเรียนรู้ว่าจะทำอย่างไรให้ผลลัพธ์ของการตัดสินใจออกมาดีที่สุด นี่คือค่านิยมที่เราพยายามปลูกฝังไว้ ซึ่งเรายินดีที่จะสนับสนุนทุกการตัดสินใจ และพร้อมทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดกับทุกคน“
