Binance เสี่ยงเสียบัลลังก์แชมป์คริปโตโลก รบทั้งคู่แข่ง-ผู้กำกับดูแล

Binance สูญเสียส่วนแบ่งในตลาดคริปโตโลกกว่า 30% แนวโน้มเพิ่มต่อเนื่อง ยังต้องเปิดศึกกับผู้กำกับดูแลทั่วโลก ตั้งแต่สหรัฐ ฟิลิปปินส์ ถึงไทย

วันที่ 25 เมษายน 2567 ความเคลื่อนไหวของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี หลังช่วง Bitcoin Halving ยังดูทรง ๆ บิตคอยน์เจ้าตลาดยังเคลื่อนไหวในแดนพักตัวที่ 64,000 เหรียญสหรัฐ ขณะที่จุดสูงสุดก่อน Halving อยู่ที่ 73,000 เหรียญสหรัฐต่อ BTC ในขณะที่ความสนใจของตลาดโฟกัสที่ปริมาณเงินที่ไหลเข้าออกตลาด Bitcoin spot ETFs ของกองทุนยักษ์ทั้ง 11 กองทุน ที่ดูเหมือนจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเคลื่อนไหวของราคา

อีกด้านหนึ่ง คือ ตลาด Spot ธรรมดา ที่มีกระดานซื้อขายมากมายมหาศาล ที่มี Binance.com ยักษ์ใหญ่สีเหลืองที่ครองปริมาณการซื้อขายอันดับหนึ่งมายาวนานตั้งแต่ปี 2018 เป็นเสาหลักของตลาดกำลังสั่นคลอนจากการถูก “รุม” ตรวจสอบและดำเนินคดีของหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก

ในปีที่ผ่านมาพบว่าส่วนแบ่งของปริมาณซื้อขายบิตคอยน์บน Binance ลดลงจาก 81.3% เหลือ 55.3% ตามข้อมูลของบริษัทวิจัย Kaiko สำหรับคริปโตอื่น หรือ Alt สัดส่วนลดลงเหลือ 50.5% จาก 58%

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เนื่องจากบริษัทคริปโตในสหรัฐกำลังพยายามขยายบริการในต่างประเทศและการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล

Advertisment

แพลตฟอร์มอย่าง Bybit และ OKX ได้ขยายพื้นที่ในภูมิภาคต่าง ๆ ในเอเชีย

ในขณะที่ Binance กำลังต่อสู้กับปัญหาทางกฎหมาย บริษัทและผู้ร่วมก่อตั้ง Changpeng Zhao (CZ) สารภาพผิดต่อการละเมิดการต่อต้านการฟอกเงินและการคว่ำบาตรของสหรัฐเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

สัดส่วนการซื้อขายคริปโตบน Bybit นอกสหรัฐอยู่ที่เพิ่มจาก 2% ในปีที่ผ่านมา เป็น 9.3% และ OKX เพิ่มจาก 3% เป็น 7.3% ตามข้อมูลของ Kaiko

การมารับตำแหน่งซีอีโอแทน “CZ” ของ “ริชาร์ด เถิง” เป็นความพยายามสร้างชื่อเสียงขึ้นมาใหม่ด้วยการเดินหน้าเข้าหาหน่วยงานกำกับดูแลภายในประเทศต่าง ๆ เพื่อขอรับใบอนุญาตที่ถูกต้อง ล่าสุดประสบความสำเร็จในคาซัคสถาน และดูไบ ทั้งมีข่าวว่ากำลังขอใบอนุญาตในอินเดียอีกครั้ง

Advertisment

นอกจากนี้ ภาพลักษณ์ที่ “เถิง” เคยเป็นหนึ่งในคณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์ในสิงคโปร์ ตอกย้ำภาพการปรับตัวของ Binance หลังยุค CZ ที่ใกล้จะเข้าสู่การพิจารณาคดีฟอกเงินโดยกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐเร็ว ๆ นี้

ดังนั้น นอกจาก Binance จะต้องแข่งขันกับกระดานเทรดคู่แข่งระดับโลกอื่น ๆ เพื่อให้บริการด้านสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไร้พรมแดนแล้ว ยังต้องสู้กับกระดานเทรดท้องถิ่นที่ผนึกกำลังกับหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศ สกัดปัญหาเงินไหลออก และการใช้คริปโตเป็นช่องทางโยกย้ายเงินหรือฟอกเงิน

ดังเช่น กรณีหน่วยงานกำกับดูแลในฟิลิปปินส์ ล่าสุดได้ประกาศเด็ดขาดแล้วว่าจะปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ Binance.com และสั่งให้ถอดแอป Binance ออกจาก Google play store และ Apple store พร้อมให้นักลงทุนเร่งย้ายสินทรัพย์ดิจิทัลไว้ที่ตัวเอง หรือย้ายมาที่ศูนย์ซื้อขายคริปโตที่ได้รับอนุญาตในประเทศแทน

รวมถึงประเทศไทยที่ได้มีการคาดโทษ Binance.com เมื่อนานมาแล้ว แต่กระบวนการปิดกั้นอาจจะเร็วขึ้น เมื่อตำรวจไซเบอร์ ได้รายงานต่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ว่าเม็ดเงินที่แก๊งอาชญากรรมไซเบอร์ก่อเหตุลวงประชาชนนั้น กว่า 80% ถูกแปลงเป็นคริปโต แบบ P2P บนแพลตฟอร์มที่ ก.ล.ต. ไทยไม่ได้อนุญาตหลายแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็น Bybit Okx หรือ Binance.com เป็นต้น

ในเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบแล้ว และวาระปราบโจรไซเบอร์ถือเป็นข้อสั่งการเร่งด่วนที่นายกฯ กำชับทุกหน่วยงาน จึงคาดว่าน่าจะมีความเคลื่อนไหวจาก ก.ล.ต. ไทย และดีอี ในไม่ช้า

อย่างไรก็ตาม Binance.com เป็นผู้ประกอบการคนละรายกับ BinanceTH by Gulf Binance ซึ่งได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องในไทย

“ริชาร์ด เถิง” ได้กล่าวเมื่อครั้งมาเยือนไทยว่า การสนับสนุนกระดานเทรดในท้องถิ่นประเทศต่าง ๆ และส่งเสริมการกำกับดูแลภายในเป็นสิ่งที่ Binance จะสนับสนุนเช่นในไทย ซึ่งจะเป็นการส่งเสริม 3 ส่วนที่สำคัญ คือ 1.พาร์ตเนอร์ เพื่อความก้าวหน้าด้านสินทรัพย์ดิจิทัล 2.ผู้กำกับดูแล เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยร่วมกัน และ 3.การส่งเสริมประสบการณ์ของผู้ใช้งาน

ย่อมมองได้ว่าความเคลื่อนไหวของ Binance ไม่ได้เหมือนครั้งที่ CZ หลีกเลี่ยงความร่วมมือรัฐบาลใด ๆ อ้างว่าเป็นไปตามหลักไม่มีศูนย์กลาง และเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ Binance เป็นที่หนึ่งด้วยส่วนแบ่งมากกว่า 80% ที่คนทั่วโลกใช้

แต่จังหวะของ “เถิง” เป็นการส่งเสริมการดูแลในท้องถิ่นนั้น ๆ ย่อมส่งดีต่อ “คู่แข่ง” ในท้องถิ่นที่ทวีสัดส่วนสูงขึ้นตามลำดับจาก 13.7% เป็น 28.1% ภายในหนึ่งปี และหากเป็นไปตามแนวโน้มนี้ และอาจทำให้ Binance สูญเสียบัลลังก์ที่หนึ่งของส่วนแบ่งระดับโลกไปในที่สุด แต่ก็อาจจะแลกมากด้วยการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชัดเจนและกลายเป็นคุณแก่อุตสาหกรรมก็เป็นได้