“สกมช.” ผนึกกำลัง 2 ผู้ให้บริการโซลูชั่น ยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ จับมือ “Microsoft” เข้าร่วมโครงการ GSP อัพเกรดระบบ พร้อมปั้นโครงการ Brighten Your Future by Cyber Skill กับ “Fortinet” สร้างทาเลนต์ด้านไซเบอร์ในไทย
วันที่ 27 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากการปรับรูปแบบการทำงานโดยใช้บริการคลาวด์ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการจัดเก็บข้อมูลและเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างองค์กร การยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ก็ถือเป็นภารกิจสำคัญของการเพิ่มขีดความสามารถทางดิจิทัลในไทยด้วย
เพราะในขณะที่หลาย ๆ องค์กรเริ่มทำงานผ่านระบบคลาวด์ ไม่ว่าจะเป็น Private Cloud, Hybrid Cloud และ Public Cloud ช่องโหว่ในการรักษาความปลอดภัยก็มีมากขึ้น ส่งผลให้ความเสี่ยงที่ระบบจะถูกโจมตีจากผู้ไม่หวังดีมีมากขึ้นตามไปด้วย
ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ที่มีหน้าที่กำกับดูแลเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ในประเทศ จึงสร้างความร่วมมือกับ “ไมโครซอฟท์” (Microsoft) และ “ฟอร์ติเน็ต” (Fortinet) สองผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ทั้งในเรื่องของการพัฒนาระบบและความสามารถของคน
ผนึก “ไมโครซอฟท์” ร่วมโครงการ GSP
โครงการ Government Security Program (GSP) เป็นโครงข่ายความร่วมมือของไมโครซอฟท์ที่เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2546 ด้วยจุดมุ่งหมายในการสนับสนุนรัฐบาลของชาติต่าง ๆ และองค์กรภาครัฐในระดับนานาชาติให้สามารถปกป้องบุคลากร ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานจากภัยไซเบอร์ต่าง ๆ นับเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการทำงานร่วมกันระหว่างไมโครซอฟท์และภาครัฐ ภายใต้กรอบกฎหมายและการดำเนินงานที่ช่วยให้แต่ละประเทศสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับประเด็นทางเทคโนโลยีได้ดีขึ้น
ปัจจุบันโครงการนี้ครอบคลุมความร่วมมือในกว่า 40 ประเทศ และ 100 องค์กรระดับนานาชาติ ซึ่งภายใต้ข้อตกลงนี้ ไมโครซอฟท์ และ สกมช. จะแลกเปลี่ยนข้อมูลและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยไซเบอร์ในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดทางเทคนิคเกี่ยวกับภัยคุกคามความปลอดภัย ช่องโหว่ พฤติกรรมผิดปกติ ข้อมูลมัลแวร์ และประเด็นสำคัญด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์และบริการของไมโครซอฟท์
และในอนาคตทั้งสองฝ่ายอาจพิจารณาขยายความร่วมมือให้ครอบคลุมการเข้าถึงเอกสารทางเทคนิคหรือซอร์ซโค้ดจากผลิตภัณฑ์และบริการของไมโครซอฟท์ หรือดำเนินการตรวจสอบและวิเคราะห์เอกสารทางเทคนิคและซอร์ซโค้ดอย่างละเอียด ณ ศูนย์ปฎิบัติการด้านความโปร่งใส (Transparency Center) ของไมโครซอฟท์ 5 แห่งทั่วโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ไอร์แลนด์ สิงคโปร์ บราซิล และจีน
อีกทั้งไมโครซอฟท์และ สกมช. ยังจะร่วมกันส่งเสริมและผลักดันการสร้างความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงทักษะในการกำกับดูแลการใช้งาน AI อย่างปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ผ่านการจัดกิจกรรมฝึกอบรมเกี่ยวกับ Copilot for Security และการใช้งาน AI เพื่อสนับสนุนงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ให้กับหน่วยงานภาครัฐและบุคลากรที่มีรับผิดชอบการดูแลโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (Critical Information Infrastructure หรือ CII)
พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการ สกมช. กล่าวว่า ความร่วมมือกับไมโครซอฟท์ภายใต้โครงการ GSP นับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย การแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกระหว่างกัน ทั้งในด้านการทำงานของผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ตลอดจนพัฒนาการของภัยไซเบอร์ล่าสุด และอื่น ๆ
ช่วยให้รัฐบาลไทยมีข้อมูลสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ บริการ และเทคโนโลยี ที่ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการใช้งานผลิตภัณฑ์ บริการ และเทคโนโลยีของบริษัท รวมถึงการดูแลป้องกันและเตรียมพร้อมในการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจจะเกิดขึ้นกับระบบเครือข่ายสื่อสารและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ
“และเพื่อต่อยอดความร่วมมือนี้ ทั้งเราและไมโครซอฟท์จะยังร่วมกันทำการวิเคราะห์และพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยที่ใช้งานภายใน สกมช. ด้วยเทคโนโลยีจากไมโครซอฟท์อย่างต่อเนื่อง”
ด้านนายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ไมโครซอฟท์เชื่อว่าความปลอดภัยคือประเด็นสำคัญของทุกผลิตภัณฑ์ ทุกบริการด้านเทคโนโลยีจะต้องตอบโจทย์ให้ได้ก่อน เพราะหากผู้ใช้ไม่สามารถไว้วางใจในเทคโนโลยีได้ ก็คงไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านั้น ซึ่งการทำงานด้านความปลอดภัยเป็นความรับผิดชอบร่วมกันทุกภาคส่วน
“เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐให้ความสำคัญ และมั่นใจว่าความร่วมมือกับ สกมช. ในครั้งนี้จะเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับประเทศไทย สอดรับกับนโยบาย Cloud First ของภาครัฐที่มุ่งเน้นการนำคลาวด์มาเสริมประสิทธิภาพการทำงาน โดยข้อมูลเชิงลึกและทรัพยากรต่าง ๆ ภายใต้โครงการนี้ จะช่วยให้บุคลากรในหน่วยงานภาครัฐของไทยสามารถใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจสูงสุด ตลอดจนการใช้ประโยชน์จาก AI ในฐานะผู้ช่วยป้องกันภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่ ๆ ที่วิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น”

จับมือ “ฟอร์ติเน็ต” ปั้นทาเลนต์
สกมช. และฟอร์ติเน็ต ประเทศไทย ร่วมกันพัฒนาโครงการ Brighten Your Future by Cyber Skill โดยวางเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือทั้งผู้ว่างงาน ผู้ต้องการเปลี่ยนสายอาชีพ ผู้ที่ไม่มีความรู้ หรือต้องการเรียนรู้เพื่อ Reskill/Upskill เพิ่มโอกาสในการทำงานใหม่ มีการเปิดหลักสูตรอบรมแบบเข้มข้น เพิ่มทางเลือกและกำลังคนด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบยั่งยืน
ทั้งนี้ โครงการ Brighten Your Future by Cyber Skill ยังสอดคล้องกับกรอบนโยบายของประเทศด้านแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ปี 2561–2580) ที่มุ่งยกระดับศักยภาพ ทักษะ และสมรรถนะแรงงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ที่สนับสนุนการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารจัดการแรงงานและเพิ่มศักยภาพ ฝีมือแรงงานเข้าสู่มาตรฐานสากล
พลอากาศตรี อมร กล่าวว่า จากข้อมูลการสำรวจด้านการว่างงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2566 มีผู้ว่างงานเฉลี่ย 4.3 แสนคน ในขณะที่ความต้องการบุคลากรทางด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์กลับทวีสูงขึ้นทั้งในไทยและทั่วโลก
สกมช. จึงเล็งเห็นโอกาสที่จะเข้ามาช่วยเหลือ และเพิ่มโอกาสในการเลือกอาชีพเพื่อการทำงานให้กับบุคลากรที่ยังว่างงาน หรือบุคคลที่ต้องการชุดทักษะความรู้ใหม่ทางไซเบอร์เพื่อการเปลี่ยนอาชีพใหม่ จึงเป็นที่มาของโครงการ Brighten Your Future by Cyber Skill ที่มีเป้าหมายเพื่อลดจำนวนคนว่างงาน และเพิ่มบุคลากรทางไซเบอร์ไปพร้อมกัน
“เป็นอีกครั้งที่ สกมช. ร่วมมือกับฟอร์ติเน็ต ประเทศไทย ในการฝึกอบรมเพื่อการพัฒนาบุคลากร เพื่อเพิ่มกำลังคนทางไซเบอร์ การฝึกอบรมที่จะเกิดขึ้นผ่านความร่วมมือนี้ จะมีเกณฑ์การคัดเลือกที่เข้มข้นโดยเปิดรับสมัครผ่าน Webinar ก่อนที่จะคัดเลือกผู้สมัครเข้าสู่รอบการฝึกอบรม เชื่อว่าผู้ที่เข้าร่วมจะได้รับองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการก้าวสู่สายอาชีพด้านไซเบอร์ โดยเป้าหมายของโครงการนี้คือมีผู้ผ่านหลักสูตรจำนวน 100 คน จากจำนวนผู้สมัครที่รองรับได้ 10,000 คน ซึ่งในปัจจุบันยังมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการประมาณ 1,000 คนเท่านั้น”
นางสาวภัคธภา ฉัตรโกเมศ ผู้จัดการประจําประเทศไทย ฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า ความต้องการบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในประเทศไทยเป็นไปในทิศทางเดียวกับทั่วโลก จากรายงาน 2023 Cybersecurity Skills Gap ของฟอร์ติเน็ต พบว่าความต้องการบุคลากรมีมากถึง 4 ล้านคน และผู้นำองค์กรเกือบ 70% ระบุว่า องค์กรของตัวเองต้องเผชิญกับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเกิดช่องว่าง (Skill Gap) ด้านบุคลากร ฟอร์ติเน็ตจึงต้องการเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างเต็มที่
ในการทำงานร่วมกับ สกมช. ผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมการฝึกอบรมจะได้รับความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นอาชีพในอุตสาหกรรมนี้ โดยฟอร์ติเน็ตได้คัดเลือกหัวข้อในเรื่องของ Cloud Security ศูนย์ปฏิบัติการด้านความมั่นคงปลอดภัย (Security Operation Center หรือ SOC) และ Next-Gen Firewall ซึ่งทั้ง 3 หัวข้อ ถือเป็นเรื่องสำคัญและต้องการบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยเป็นอย่างมาก
“เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือครั้งนี้จะสามารถให้ความรู้ พร้อมทั้ง ReSkill/UpSkill ให้กับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายงาน หรือผู้ว่างงานที่มีพื้นฐานให้สามารถกลับเข้าสู่สายงาน หรือช่วยให้ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายอาชีพมาทางไซเบอร์ สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดเพื่อการทำงานอย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพต่อไป”
