เปิด 5 ฟีเจอร์เด่น “Copilot+ PC” พีซี AI รุ่นใหม่จาก Microsoft

Copilot+ PC

ยักษ์ “ไมโครซอฟท์” ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน AI เปิดตัว “Copilot+ PC” พีซีวินโดวส์รุ่นใหม่ พร้อมหนุนแบรนด์ดัง ใช้เทคโนโลยีพัฒนาผลิตภัณฑ์ วางจำหน่าย 18 มิ.ย. 2567 เป็นต้นไป ราคาเริ่มต้น 36,000 บาท

วันที่ 21 พฤษภาคม 2567 รายงานข่าวจากไมโครซอฟท์ ประเทศไทย (Microsoft) เปิดเผยว่า ไมโครซอฟท์ ได้เปิดตัว “Copilot+ PC” พีซีวินโดวส์ (Windows) รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับ AI มาพร้อมสถาปัตยกรรมระบบรูปแบบใหม่ ที่รวมพลังของชิปประมวลผลหลัก (CPU) ชิปกราฟิก (GPU) และชิปเร่งการประมวลผล AI (Neural Processing Unit หรือ NPU) รุ่นล่าสุดเข้าด้วยกัน

และเมื่อใช้งานร่วมกับ AI มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นสูงสุด 20 เท่า ใช้พลังงานน้อยลงกว่า 100 เท่า มอบประสิทธิภาพที่สูงกว่า Apple MacBook Air รุ่น 15 นิ้ว 58% โดยที่แบตเตอรี่รองรับการใช้งานตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังสามารถเล่นวิดีโอได้ต่อเนื่อง 22 ชั่วโมง เปิดดูเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้ต่อเนื่อง 15 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และเมื่อเทียบกับการเล่นวิดีโอจาก MacBook Air รุ่น 15 นิ้ว ทำได้นานกว่า 20%

โดยคุณสมบัติเด่นของ Copilot+ PC มีรายละเอียดดังนี้

1.Recall : ฟีเจอร์ “ย้อนเวลาหาอดีต” ช่วยค้นหาสิ่งที่ต้องการคีย์เวิร์ดหรือสิ่งชี้นำจากความทรงจำ และเมื่อเลื่อนหน้าจอผ่านไทม์ไลน์ในอดีตที่ครอบคลุมทุกแอป เว็บไซต์ เอกสาร และสิ่งอื่น ๆ ที่ใช้งานบนพีซี ก่อนจะโต้ตอบกับบันทึกกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านภาพสแน็ปชอต และข้อเสนอแนะที่สร้างจากระบบการจดจำวัตถุในภาพนั้น ๆ เพื่อให้เจอสิ่งที่ค้นหาได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นอีเมล์ใน Outlook หรือแชตที่เคยคุยใน Teams

Advertisment

Recall

การทำงานของฟีเจอร์ Recall

2.Cocreator : ใช้ลายเส้นจากปลายปากกาและคำสั่งแบบข้อความ เพื่อสร้างภาพใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว สามารถปรับแก้ ตกแต่งชิ้นงานได้ง่ายขึ้น ในด้านอัลกอริทึ่มสร้างภาพแบบ diffusion ที่นำมาใช้งาน สามารถสร้างผลงานที่มีคุณภาพด้วยจำนวนขั้นตอนที่น้อยที่สุด

3.Restyle Image : เปลี่ยนภาพถ่ายที่มีอยู่ให้กลายเป็นภาพในสไตล์อื่น ด้วยเครื่องมือที่ผสมผสานการสร้างภาพและการแก้ไขภาพไว้ภายในแอป Photos โดยสามารถเลือกจากสไตล์ภาพที่มีให้ เช่น Cyberpunk หรือ Claymation และนำสไตล์นี้ไปใช้กับส่วนพื้นหลังหรือพื้นหน้าของภาพ หรือเลือกใช้กับทั้งภาพเพื่อสร้างเป็นภาพใหม่เลยก็ได้

4.Live Captions : คำบรรยายสดใน Windows ที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถแปลภาษาได้แบบเรียลไทม์ โดยสามารถเปลี่ยนเสียงพูดที่เข้ามาในพีซีให้ออกมาเป็นคำบรรยายภาษาอังกฤษได้ทันทีบนหน้าจอ ไม่ว่าจะใช้งานกับแอปใดก็ตาม Live Captions สามารถแปลได้ทั้งเสียงจากสตรีมสดและคลิปที่อัดไว้ แม้ในขณะที่ใช้งานแบบออฟไลน์ โดยฟีเจอร์นี้ขับเคลื่อนด้วยชิป NPU และใช้งานได้บน Copilot+ PC ทุกรุ่น

Advertisment

5.Windows Studio Effect : ช่วยให้เสียงในการพูดคมชัดทุกการสื่อสาร ด้วยฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกใช้งานได้ผ่าน Quick Settings ของ Windows นับตั้งแต่ Portrait Light ที่ปรับภาพจากกล้องให้มองเห็นชัดขึ้นเมื่ออยู่ในที่มืด หรือแม้แต่เลือกเร่งความสว่างเฉพาะคนหรือสิ่งของที่อยู่หน้ากล้อง

รวมถึงมีฟิลเตอร์ใหม่ 3 แบบ (ภาพวาด ภาพแอนิเมชั่น และภาพสีน้ำ) ที่สามารถเพิ่มลูกเล่นในสไตล์งานศิลปะให้กับภาพจากกล้องได้ และระบบช่วยจับสายตา (eye contact teleprompter) ช่วยให้สบตาคู่สนทนาได้แม้ขณะอ่านข้อความบนหน้าจอ ขณะที่ฟีเจอร์เดิมอย่าง Voice Focus และ Portrait Blur ก็ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมให้ทั้งภาพและเสียงจากกล้องคมชัดยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ Copilot+ PC ทุกเครื่องยังมาพร้อมกับผู้ช่วย AI ส่วนตัว ที่สามารถเรียกใช้งานได้โดยการแตะปุ่ม Copilot บนคีย์บอร์ดส่วนแอป Copilot มาพร้อมฟังก์ชั่นมากมาย และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้แต่ละคน โดยผู้ใช้จะสามารถเข้าถึงโมเดลล่าสุด รวมถึง GPT-4o จาก OpenAI ที่ช่วยให้สนทนากับ AI ด้วยเสียงที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

ทั้งนี้ ไมโครซอฟท์ได้ร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น Acer, ASUS, Dell, HP, Lenovo และ Samsung ในการนำ Copilot+ PC ไปใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแต่ละแบรนด์ ซึ่งจะวางจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 999 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 36,000 บาท) ตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย. 2567 เป็นต้นไป

อีกทั้งไมโครซอฟท์ยังได้เปิดตัวแล็ปทอป Surface รุ่นใหม่ ที่มีพลังของ Copilot+ PC อยู่เบื้องหลัง ได้แก่ 1.Surface Laptop ขอบจอบาง หน้าจอสัมผัสสว่าง กล้องเพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI และทัชแพดแบบ haptic มาพร้อมหน้าจอ 2 ขนาด คือ 13.8 และ 15 นิ้ว มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี

และ 2.Surface Pro แล็ปทอปทูอินที่มาพร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น มีหน้าจอ OLED แบบ HDR เพิ่มมาเป็นตัวเลือกใหม่ ขณะที่กล้องเว็บแคมแบบมุมกว้างพิเศษได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานกับ Windows Studio Effect ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วน Surface Pro Flex เป็นคีย์บอร์ดทูอินวันรุ่นแรกที่ใช้งานได้ทั้งขณะเชื่อมติดกับตัวเครื่องและแบบไร้สาย มีช่องเก็บและชาร์จปากกา Surface Slim Pen ในตัว

Surface Laptop และ Surface Pro

รายงานระบุด้วยว่า Copilot+ PC รุ่นแรก ๆ จะเปิดตัวสู่ตลาดด้วยชิป Snapdragon® X Series และ Snapdragon® X Plus มอบความคุ้มค่าด้านการใช้พลังงานจากชิป Qualcomm Oryon™ CPU ที่ติดตั้งมาในตัว โดยชิปในตระกูล Snapdragon X จะมอบประสิทธิภาพระดับ 45 TOPS จากชิป NPU ที่ติดตั้งมาในตัวแบบออลอินวัน ทำงานผสานกับชิปกราฟิก Qualcomm® Adreno™ และยังจะสานต่อความร่วมมืออันใกล้ชิดที่มีกับทั้ง Intel และ AMD ต่อไปในอนาคต โดยเริ่มจากชิปในตระกูล Lunar Lake และ Strix เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ยังมีแผนที่จะเปิดตัวประสบการณ์ใหม่ ๆ สำหรับดีไวซ์ Copilot+ PC ในอนาคต คาดว่าจะได้เห็นการเปิดตัวพีซีรุ่นใหม่ ๆ ที่ใช้ชิปประมวลผลตระกูลนี้ ควบคู่กับกราฟิกการ์ดตระกูล NVIDIA GeForce RTX และ AMD Radeon เพื่อให้เกมเมอร์ ครีเอเตอร์ และผู้ใช้ทุกระดับสามารถเข้าถึงประสบการณ์การใช้งาน Copilot+ PC ได้อย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น