นำร่องส่ง”ปลากัด”! เปิดขั้นตอนขนส่งสัตว์น้ำครั้งแรกผ่าน’ไปรษณีย์ไทย’ เร็วพิเศษพท.เดียวกันส่งวันนี้พรุ่งนี้ถึง!

นำร่องเปิดตัวบริการขนส่งสัตว์น้ำสวยงามด้วยระบบพิเศษ ผ่านไปรษณีย์ไทยครั้งแรก เร็วสุดพื้นที่เดียวกันส่งวันนี้พรุ่งนี้ถึง! ชดเชยเสียหายสูงสุด 2,000 พันบาท ไม่รวมปลาเสียชีวิตระหว่างขนส่ง คนขาย-คนซื้อตกลงกันเอง!

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมกับ กรมประมง และสำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้ร่วมลงนามความร่วมมือ “การขนส่งสัตว์น้ำสวยงาม ด้วยระบบขนส่งพิเศษ” โดยมีนายมานพ ศรวิบูลย์ศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติงานนครหลวง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ ดร.อดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง ร่วมลงนาม ณ ห้องโถงรับรอง ชั้น 1 มุม A ไปรษณีย์ไทย สำนักงานใหญ่ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

นายมานพ กล่าวว่า การขนส่งสัตว์น้ำสวยงามในโครงการนี้ ทางไปรษณีย์ไทยได้ยึดถือเน้นในเรื่องของการส่งที่รวดเร็ว และปลอดภัยเป็นหลัก เนื่องจากในการส่งปลากัด จะมีพนักงานแยกส่งต่างหาก ไม่ปนกับการส่งของอื่น ๆ โดยบรรจุภัณฑ์ที่ไว้ใส่พัสดุปลากันจะเป็นกล่องพลาสติกชนิดแข็งที่มีฝาปิดแน่นหนา กันการกระแทรก และมีขนาดกล่องที่พอดีกับกล่องใส่บรรจุภัณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ นอกจากนี้การขนส่งปลากัดยังมีความรวดเร็วพิเศษกว่าการจัดส่งวัสดุทั่ว ๆ ไป คือ การส่งในพื้นที่เดียวกันจะส่งถึงภายในวันรุ่งขึ้นเลยในทันที แต่ถ้าส่งต่างพื้นที่กันจะส่งถึงไม่เกิน 3 วันทำการ

นอกจากนี้เพื่อเรียกความเชื่อมั่น ตามนโยบายส่งเร็ว และปลอดภัย ทางไปรษณีย์ไทยจึงได้มีการรับประกันการส่งปลากัดอีกด้วยว่าถ้าหากสิ้นค้าที่ส่งไปเกิดหายจะมีการชดใช้ตามมูลค่าของสิ่งของ แต่ต้องไม่เกิน 2,000 บาท ซึ่งไม่รับประกันในกรณีของการที่ปลาเกิดตายในระหว่างส่ง ในส่วนนี้จะต้องเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อเอง

นายมานพ ยังกล่าวต่ออีกว่า ในระยะแรกนี้จะเป็นการนำร่องให้บริการแก่กลุ่มผู้ค้าปลากัดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมประมงแล้วเท่านั้น โดยยืนยันผ่านแอปพลิเคชั่น Wallet@Post ซึ่งในการส่งปลากัดทุกครั้งผู้ส่งจะต้องแสดงตนก่อนส่งปลากัดทุกครั้ง ณ จุดให้บริการทั้ง 124 ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ

ปัจจุบัน ที่ทำการไปรษณีย์ได้เปิดให้บริการส่งปลากัดแล้ว 48 แห่ง ที่อยู่ในกรุงเทพและปริมณฑล ส่วนในต่างจังหวัดได้เปิดให้บริการแล้ว 73 จังหวัด รวมถึงไปรษณีย์ในอีก 3 อำเภอ ที่มีผู้ประกอบการรวมอยู่มาก ได้แก่ ไปรษณีย์ อ. บ้านโป่ง , ไปรษณีย์ อ. โพธาราม จังหวัดราชบุรี และ ไปรษณีย์ อ. บางไทร จังหวัดอยุธยา ส่วยในพื้นที่อื่น ๆ จะมีการขยายเพิ่มในระยะต่อไป ทั้งนี้จะไม่นับรวมไปรษณีย์ไทยตามห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้ารายย่อย ซึ่งการจะส่งปลากัดได้นั้นจะต้องส่งผ่านไปรษณีย์ใหญ่ตามจังหวัดเท่านั้น

“ไปรษณีย์รับประกันว่าการส่งปลาถุงจะไม่แตกแน่นอน” นายมานพ กล่าว


ทางด้าน ดร.อดิศร ได้กว่าว่า ปลากัดไทยเป็นสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศในระดับสากล การส่งปลากันทางไปรษณีย์นั้นมีมานานแล้ว แต่เป็นการแอบบส่งที่ผิดกฎหมาย ซึ่งถ้าเปิดความเสียหายก็จะไม่มีใครรับผิดชอบ การที่ได้ร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยในครั้งนี้ได้ช่วยทำให้การซื้อขายปลากัดในไทยเติบโตมากขึ้น

“ถ้ามองย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว จะเห็นได้ว่าราคาปลากัดไทยจะขายกันอยู่ที่ประมาณตัวละ 4-5 บาท เท่านั้น แต่ในปัจจุบัน ปลากัด มีราคาขายอยู่ที่ประมาณตัวละ 300-1500 บาทกันเลยทีเดียว ยิ่งถ้าเป็นปลากัดที่มีการผสมพันธ์ออกมามีลวดลายที่แปลกตาอาจจะมีราคาขายอยู่ที่ตัวละ 10,000 บาทขึ้นไป” ดร.อดิศร กล่าวและว่า

นอกจากนี้การส่งออกปลากัดไทยในปี 2560 ได้มีการส่งออกปลากัดแล้วกว่า 26 ล้านตัว ซึ่งคาดว่าในปี 2562 ที่จะถึงนี้การส่งออกปลากัดไทยจะมีการเติบโตขึ้นอีก 8 %

สำหรับขั้นตอนการส่งปลากัดมีดังนี้

1.ผู้ประกอบการต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Wallet@Post พร้อมยืนยันใช้บริการส่งปลากัดก่อนมาไปรษณีย์

2.ซื้อกล่องใส่ปลากัดที่ไปรษณีย์ พร้อมรับสติ๊กเกอร์ส่งปลากัด (สติ๊กเกอร์ไม่มีขายต้องมารับที่ไปรษณีย์เท่านั้น) โดยกล่องไปรษณีย์มีให้เลือก 3 ขนาด ซื้อขายเป็นแพ็ก แพ็กละ 50 กล่อง ดังนี้ A ขนาด 14x20x6 ราคา 180 บาทต่อแพ็ก, B ขนาด 17x25x9 ราคา 230 บาทต่อแพ็ก และ C ขนาด 20x30x11 ราคา 300 บาทต่อแพ็ก

3.แพ็กปลากัดให้แน่นหนา โดยการนำปลากัดมาใส่ถุงห่อสองชั้นด้วยกัน (ถ้าเป็นถุงใสจะต้องห่อกระดาษด้วย)

4.นำปลากันที่ใส่ถุงไว้แล้วมาใส่กล่องที่ซื้อมาจากไปรษณีย์ พร้อมห่อถุงปลาด้วยพลาสติกกันกระแทกหรือจะเอากระดาษใส่เข้าไปในกล่องแทนก็ได้ เพื่อไม่ให้ถุงปลาขยับ เสร็จแล้วก็ปิกกล่องด้วยเทปกาวให้แน่นหนา

5.จ่าหน้ากล่องให้ครบถ้วน พร้อมติดสติ๊กเกอร์ส่งปลากัดบนกล่องให้ชัดเจน

และ6.แสดงตัวที่ไปรษณีย์ที่รับส่งปลากัด ทั้ง 124 สาขา โดยจะต้องแสดงตัวตนด้วยแอปพลิเคชั่น Wallet@Post ที่ได้ทำการยืนยันไว้แล้ว

ซึ่งราคาค่าส่งจะคิดตามน้ำหนักของพัสดุ ได้แก่ น้ำหนักไม่เกิน 250 กรัม คิด 42 บาทต่อชิ้น, ไม่เกิน 500 กรัม คิด 52 บาทต่อชิ้น, ไม่เกิน 1,000 กรัม คิด 67 บาทต่อชิ้น, ไม่เกิน 1,500 กรัม คิด 82 บาทต่อชิ้น, ไม่เกิน 2,000 กรัม คิด 97 บาทตาอชิ้น, ไม่เกิน 2,500 กรัม คิด 122 บาทต่อชิ้น และน้ำหนักไม่เกิน 3,000 กรัม คิด 137 บาทต่อชิ้น

 

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat
.
หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous article“โฆษกรัฐบาล” เผย ครม. ไฟเขียว พ.ร.ฎ.เลือกตั้งแล้ว คาดประกาศ 2 ม.ค.- นักการเมืองเริ่มหาเสียงได้
Next articleทำความรู้จัก 5 ศิลปินผู้อยู่เบื้องหลังงานอาร์ต “the world’s iconic masterpiece of art centralworld”