เมตาเวิร์ส เปลี่ยนโลก ธุรกิจเกาะกระแสรับโอกาสใหม่

ทันทีที่เจ้าพ่อโซเชียล “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” เปลี่ยนชื่อ เฟซบุ๊ก เป็นเมตา (Meta) พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ใหม่สู่ Metaverse หรือโลกเสมือนจริง ที่เชื่อมั่นว่าจะเป็นยุคต่อไปของการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ ธุรกิจต่าง ๆ ไม่เฉพาะในแวดวงเทคโนโลยีก็เริ่มหันมาให้ความสนใจเมตาเวิร์ส

จากข้อมูลบริษัทวิจัยระดับโลก “การ์ทเนอร์” ประเมินว่า ภายในปี 2569 ประชากร 1 ใน 4 ของโลกจะใช้เวลาอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมงบนโลกเมตาเวิร์ส เพื่อทำงาน ช็อปปิ้ง หาความรู้ พูดคุย และหาความบันเทิงต่าง ๆ

ขณะที่บริษัททั่วโลก 30% จะมีผลิตภัณฑ์และบริการบนเมตาเวิร์สด้วยเช่นกัน สอดรับกับข้อมูลของบริษัทวิจัย สเตรทเตอจี อะนาลิติกส์ ที่ระบุว่าเมตาเวิร์สทั่วโลกจะมีมูลค่าถึง 42,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงไม่แปลกที่หลายธุรกิจทั่วโลก รวมถึงในบ้านเราจะขยับเข้าสู่การลงทุนในจักรวาลโลกเสมือน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ล่าสุดกลุ่มอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ “แมกโนเลีย” ประกาศความร่วมมือ “เอคเซนเชอร์” บริษัทด้านเทคโนโลยีและธุรกิจระดับโลก เตรียมพัฒนาบริการเพื่อเชื่อมต่อโลกจริง และโลกเสมือนเข้าด้วยกัน

นายดีวีเยช วิทลานี่ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอคเซนเชอร์ กล่าวว่า Web 3.0 และเมตาเวิร์ส เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่า Web 2.0 และเมตาเวิร์สไม่จำกัดอยู่เฉพาะแค่เกมเท่านั้น



โดยเมตาเวิร์สกำลังจะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ทุกธุรกิจ ทำให้เกิดโลกผสม ระหว่างโลกจริงกับโลกดิจิทัล เพียงแต่ต้องหา use case ที่ถูกต้อง และจะประสบความสำเร็จได้ต้องมาจาก 3 ส่วนผสม คือ เทคโนโลยีพร้อม สามารถสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้ใช้ และความเหมาะสมสอดรับกับกลยุทธ์ธุรกิจ

“กระแสเมตาเวิร์สกำลังจะเปลี่ยนเกมธุรกิจ ซึ่งภาคธุรกิจต้องหาจุดเชื่อมระหว่างธุรกิจกับเมตาเวิร์สให้เจอ ว่าจะนำเสนอบริการและโปรดักต์อะไรใหม่ ๆ ออกมา เอคเซนเชอร์จะเข้าไปช่วยธุรกิจในการหาโอกาสจากโลกเมตาเวิร์สให้เจอ”

ด้าน นายภารุต เพ็ญพายัพ ผู้อำนวยการโครงการ MQDC Metaverse บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) กล่าวว่า บริษัทร่วมกับเอคเซนเชอร์ พัฒนาโครงการ MQDC Metaverse แบ่งเป็น 3 เฟส คือ 1.การมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ลูกค้า และผู้ใช้บริการโครงการอสังหาริมทรัพย์ของ MQDC 2.การพัฒนาพื้นที่ใหม่ให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมพัฒนาธุรกิจบนเมตาเวิร์ส และ

3.การสร้างพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างโลกจริง และโลกเสมือน เพื่อให้ลูกค้าและคนทั่วไปเข้าไปมีส่วนร่วมทำกิจกรรมต่าง ๆ มีด้วยกันหลายรูปแบบ ซึ่งสิ่งที่อาจเริ่มได้ทันที คือการสร้าง sale gallery ทั้งมีแผนเชื่อมต่อกับ “ทรานส์ลูเซีย เมตาเวิร์ส” โครงการเมตาเวิร์สของบริษัท ทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด คาดว่าภายใน 2-3 เดือนจะมีความชัดเจน และเป็นรูปธรรมมากขึ้น

“เราตั้งเป้าว่าโครงการนี้จะช่วยขยายฐานลูกค้าให้ MQDC ทั้งในออนไลน์และออฟไลน์ ความพิเศษคือการพัฒนาการใช้งานให้เปิดกว้างในทุกอุปกรณ์ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้ใช้ รวมถึงมีแผนให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นเป้าหมายในระยะยาว”

ก่อนหน้านี้ นายพิชเยนทร์ หงส์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สมาร์ท ไอดี กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้แบรนด์ “แอนิเทค” ก็เพิ่งควักเงินส่วนตัวลงทุนตั้งบริษัท ครีเอทีฟ ดิจิทัล ลีฟวิ่ง จำกัด เพื่อพัฒนาโปรดักต์เกี่ยวกับเมตาเวิร์ส

โดยนำเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาใช้ พร้อมกับเปิดตัวแพลตฟอร์ม Aniverse Metaverse ที่จำลองโลกเสมือนจริงเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาผ่านรูปแบบ Edu Gamefi โดยจะร่วมกับมหาวิทยาลัยที่สนใจทั่วประเทศ และภายในไตรมาส 2/2565 จะเปิดให้ซื้อขายที่ดินได้ มีทั้งหมด 250,000 บล็อก บล็อกละ 2,500 บาท


เชื่อว่าเมตาเวิร์ส หรือจักรวาลโลกเสมือนจริง น่าจะเป็นพื้นที่ใหม่ที่มีผู้เล่นหน้าใหม่ในแวดวงต่าง ๆ เข้ามาแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ กันอย่างต่อเนื่อง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ