หมาก ยอดวูบ 2 พัน ล้าน ชะลอส่งออก-สต๊อกล้น-ราคาดิ่ง

หมาก

เกิดอะไรขึ้นกับ หมาก พืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่หลายคนจับจ้อง นับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ราคาหมากดิ่งลงเรื่อย ๆ และล่าสุดลงไปต่ำสุดในรอบ 6 ปี เหลือเพียง 8-10 บาทต่อกก. จากที่ราคาเคยพุ่งขึ้นไปสูงสุด 50-60-70 บาท/กก.

สะท้อนผ่านการส่งออกปี 2565 เหลือเพียง 2,554.49 ล้านบาท ติดลบไป 51.21% เทียบกับปี 2564 ที่เคยสร้างความฮือฮาด้วยมูลค่าการส่งออก 5,236 ล้านบาท พุ่งขึ้นไปอย่างก้าวกระโดด จากปี 2563 อยู่ที่ 2,316.55 ล้านบาท

ความเคลื่อนไหวจากพ่อค้าต่างชาติที่แห่บินเข้ามาหาซื้อหมากกัน ถึงขั้นมาเช่าที่ดินปักหลักตั้งโรงงานในภาคใต้ จนทำให้หลายคนหันไปลงทุนปลูกหมาก ต้นกล้าผลิตกันไม่ทัน วันนี้เกิดอะไรขึ้น “ประชาชาติธุรกิจ” สำรวจตลาดหมากในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออก

ล้นสต๊อกราคาดิ่งรอบ 6 ปี

นายณรงค์สิชญ์ สุธาทิพย์ เจ้าของแผงรับซื้อหมาก (แห้ง) ส่งออก อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจิ” ว่า ตอนนี้ตลาดต่างประเทศที่เข้ารับซื้อหมากเงียบมาก โดยเฉพาะพ่อค้าจากเมียนมา อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ และจีนที่เคยเข้ามาดูหมากแห้งเม็ดกลม และตั้งราคาซื้อขายเป็นขาประจำ ดังนั้น พ่อค้าหมากจึงแจงสินค้าล้นสต๊อก ระบายไม่ออก

ทำให้ไม่มีเงินหมุนเวียน จึงหยุดการรับซื้อ คาดว่าน่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจโลกและต่างประเทศถดถอย ส่งผลให้พ่อค้าส่งออกต้องชะลอการรับซื้อลงตอนนี้แผงมีสต๊อกหมากแห้งที่รับซื้อไว้ค้างอยู่ถึง 60 ตัน ตั้งแต่ปี 2565 ยังไม่ได้ระบายออก เพราะคาดการณ์ว่าราคาปี 2566 น่าจะดีขึ้น

Advertisment

แต่ราคาที่เปิดมาต้นปีเป็นราคาที่ดิ่งลงต่ำสุดในธุรกิจการซื้อ-ขายหมาก ตอนนี้หมากแห้งต้องรับซื้อตามราคาลง โดยราคาตลาด 17 บาทต่อ กก. จากราคาเดิมที่เคยซื้อมาปีก่อน ๆ กก.ละ 30-60 บาท ส่วนหมากแต่ละประเภทราคาถูกลงเช่นกัน เช่น หมากดิบ กก.ละ 8-10 บาท จากราคา 30-40 บาท หมากแดงหรือหมากสุก ราคา กก.ละ 3 บาท จากราคา 8-12 บาท

“จันทบุรีมีแผงรับซื้อหมากแห้งส่งตลาดต่างประเทศประมาณ 10-11 แห่ง เผชิญปัญหาการระบายสต๊อก และราคาที่ลดต่ำลงเช่นกัน ทั้งนี้ ราคาที่ต่ำลงมาจึงต้องซื้อของใหม่ให้น้อยที่สุด ตอนนี้รอราคาที่จะสูงขึ้นช่วงเดือนมีนาคม-กันยายน 2566 เมื่อตลาดต่างประเทศระบายสต๊อกออกได้และเริ่มเข้ามาซื้อใหม่

ส่วนใหญ่ตลาดจะเป็นพ่อค้าเมียนมา อินเดีย มัลดีฟส์ ที่ซื้อขายหมากฟรีไซซ์ ส่วนตลาดจีนพ่อค้าต้องการเฉพาะไซซ์ใหญ่ จะทำตลาดยากิ” นายณรงค์สิชญ์กล่าว

นางสาวดวงพร เวชสิทธิ์ เกษตรกรผู้ปลูกหมากและรองประธานแปลงใหญ่มังคุดคิชฌกูฏ อ.คิชฌกูฏ จ.จันทบุรี กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ราคาหมากจะแตกต่างกันตามระยะเวลาที่เก็บขาย ตั้งแต่หมากดิบ หมากเวียต หมากเหนียว และหมากแดง (หมากสุก) และหมากแห้ง (เม็ดกลม) ราคาหมากดิบต้นปีนี้เปิดตลาด กก.ละ 8-10 บาท

Advertisment

จากราคาปี 2565 ราคา กก.ละ 30-40 บาท เป็นราคาที่ต่ำสุดในรอบของการปลูกหมากขายมา 5-6 ปี ซึ่งหมากภาคตะวันออกออกมีราคาแพงที่ตลาดต้องการ ช่วง 4 เดือนคือ มกราคม-เมษายน เพราะออกก่อนภาคอื่น ๆ ถ้าหมากเวียตจะราคา กก.ละ 50-70 บาท ขึ้นอยู่กับขายหมากอะไร เวลาไหน

“ส่วนใหญ่ขายเป็นหมากดิบ (หมากเหนียว) ที่ทานสดกับพลู ตอนนี้มีพ่อค้ามารับซื้อ กก.ละ 10 บาท ตลาดบริโภคในไทยและกัมพูชา หากเลยช่วงหมากดิบเป็นหมากเวียต หมากสุก หากทำหมากแห้งขายราคาพ่อค้าคนกลางรับซื้อให้พ่อค้าส่งออก กก.ละ 15 บาท เป็นราคาที่ต่ำมาก เกษตรกรเองไม่เข้าใจตลาดในปีนี้ เพราะส่วนใหญ่จะขายให้พ่อค้าคนกลางที่มารับซื้อและตัดเองถึงสวน

ปกติช่วงเดือนมกราคม-มีนาคมราคาหมากจะสูงกว่าปกติ 3 เท่า เมื่อนำมาเฉลี่ยราคาทั้งปีแล้ว เกษตรกรอยู่ได้ เพราะปลูกเป็นพืชแซม ต้นทุนต่ำ แต่ราคาอย่างนี้ต่ำมากเท่าที่ปลูกหมากขายมา สถานการณ์นี้ถ้าหมากดิบขายไม่ได้ชาวสวนต้องทำหมากแห้ง ซึ่งราคาถูกมากเช่นกัน” นางสาวดวงพรกล่าว

ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากเกษตรกรผู้ปลูกรายใหญ่ใน อ.ขลุง จ.จันทบุรี กล่าวเพิ่มเติมกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปลูกหมากเป็นพืชแซมสวนผลไม้ 400-500 ไร่ ขายเป็นหมากดิบ แต่ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 ราคาหมากดิบลดลงเหลือ กก.ละ 10 กว่าบาท และขาประจำไม่ได้เข้ามาซื้อ

จึงปล่อยให้สุก เพื่อแกะเมล็ดขายเป็นหมากแห้ง แต่ถ้า กก.ละ 10 กว่าบาท เกษตรกรชาวสวนน่าจะอยู่ไม่ได้ เพราะค่าแรงแพง แม้ต้นทุนการบริหารจัดการและปุ๋ยจะถูก อาจจะมีการตัดโค่นไปปลูกอย่างอื่น ที่จริงปัญหาเรื่องตลาดรับซื้อหมากมีความไม่ชัดเจน ไม่ทราบคนกำหนดราคา ราคาขึ้นลงตามสถานการณ์ที่พ่อค้ารับซื้อ เมื่อกระแสหมากราคาดี 3-4 ปีก่อนมีการขายพันธุ์ ที่ให้ผลผลิตสูง

แต่ไม่มีการรับซื้อผลผลิต ชาวสวนที่เพิ่งปลูกใหม่ต้องรอ 3-4 ปีกว่าจะได้ผล ตอนนี้ปีเดียวมีข่าวราคาดิ่งลงมากขนาดนี้ชาวสวนสู้ไม่ไหว

ตาราง ส่งออกหมาก

ปล่อยข่าวพบสารก่อโรคมะเร็ง

นายจิระวัฒน์ ภักดี กรรมการผู้จัดการ วิสาหกิจชุมชนระโนดกล้วยหอมทองปลอดสารพิษ จำกัด อ.ระโนด จ.สงขลา ผู้ค้าพืชผลทางการเกษตร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้วิสาหกิจชุมชนระโนดฯ ได้ขยายไลน์มาลงทุนทำธุรกิจหมาก

โดยจัดตั้งบริษัท เอกณรงค์ไทย จำกัด และได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับกลุ่มสหกรณ์ยาง ของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ซึ่งมีเครือข่ายเกษตรกรหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้

โดยสมาชิกแต่ละสหกรณ์ได้ปลูกต้นกล้าหมากรวมกันกว่า 300,000 ต้น ร่วมกับต้นยางพาราเป็นปีแรกเมื่อช่วงปลายปี 2565 และตามแผนหมากจะให้ผลผลิตประมาณต้นปี 2569 โดยหมาก 1 ทะลายจะให้น้ำหนัก 3-5 กิโลกรัม ซึ่งเบื้องต้นการปลูกหมากปีแรกเก็บผลผลิตเฉลี่ยได้ประมาณ 30 กก./ต้น/ปี หากนำไปแปรรูปจะได้ประมาณ 9 ล้าน กก. หรือ 9,000 ตัน/ปี

สำหรับภาพรวมสถานการณ์หมากขณะนี้ มีอุปสรรคเรื่องการส่งออกไปประเทศจีน แม้ปัจจุบันรัฐบาลจีนมีนโยบายเปิดประเทศแล้ว แต่อยู่ ๆ ประเทศจีนออกข่าวว่า ผลผลิตหมากมีสารก่อโรคมะเร็ง ทำให้ต้องชะลอการส่งออก

และส่งผลกระทบต่อนักลงทุนจีนที่มาลงทุนตั้งโรงงานแปรรูปหมาก 3 แห่งในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งที่ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง, อ.บางกล่ำ จ.สงขลา และ จ.ยะลา ต้องชะลอการรับซื้อหมากลงชั่วคราว แต่เท่าที่ทราบมีผู้ส่งออกจีนบางคนมีเทคนิคในการส่งออกหมากไปยังประเทศจีนได้

ขณะที่ผู้ส่งออกหมากใน จ.ชุมพร, จ.ระยอง และ จ.ตาก มีตลาดส่งออกไปไต้หวันและฮ่องกงยังสามารถส่งออกได้ตามปกติ โดยคนไต้หวันและคนฮ่องกงยังกินหมากกันตามปกติ ดังนั้น กลุ่มผู้ค้าหมากจึงอยากให้รัฐบาลไทยไปเจรจากับทางการจีนในการเปิดตลาดส่งออกหมาก

“ประเด็นการส่งออกหมาก หากพิจารณากันเหมือนมีการกีดกันทางการค้ากับกลุ่มโรงงานแปรรูปหมากรายใหม่ในจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ จ.พัทลุง จ.ยะลา และ จ.สงขลา ซึ่งมีนักลงทุนจีนเข้ามาเปิดโรงงานแปรรูปหมากรายใหม่

แต่มีกลุ่มธุรกิจหมากจังหวัดในภาคอื่น ๆ ยังส่งไปประเทศจีนได้ หรือว่าบางกลุ่มนักลงทุนจะมาทำโรงงานเอง รับซื้อเอง และส่งออกเอง ที่ดำเนินการไม่ต่างกับทุเรียนในประเทศไทย

ดังนั้น บริษัท เอกณรงค์หมากไทย จำกัด เบื้องต้นจะทำตลาดดิจิทัล เช่น ค้าขายทางออนไลน์ โดยเปิดหน้าเพจ ทำหมากแพ็กเกจจิ้ง ทั้งหมากอ่อนและหมากแห้ง ถุงละ 1 กก. มีทั้งหมากแปรรูปเป็นแว่น พร้อมบริโภค หรือนำไปแปรรูปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ได้

โดยส่งออกเป็นลอตขนาด 500 กก. เชื่อมโยงผ่านเครือข่ายออนไลน์กับกลุ่มต่าง ๆ ในประเทศและต่างประเทศ เครือข่ายสหกรณ์ยาง กยท.

นายจิระวัฒน์กล่าวต่อไปว่า สำหรับตลาดหมากขณะนี้ราคาเคลื่อนไหวต่ำ ประมาณราคา 10 บาท/กก. ปรับลงจากราคากว่า 20 บาท/กก. ส่วนหมากสุกที่ทำเป็นหมากแห้งราคา 50-60 บาท/กก. แต่ราคาที่รับซื้อจากชาวสวนหมากประมาณ 30-37 บาท/กก.

ทั้งนี้ การซื้อขายหมากยังเดินไปตามปกติ แต่เป็นการซื้อขายผ่านล้ง ส่วนผู้ซื้อขายรายใหญ่ยังมีปริมาณน้อย เพราะหมากยังไม่บาลานซ์กัน โดยผลผลิตมีปริมาณน้อย แต่ผู้ซื้อจะมีมากกว่า”

หมากราคารูดลงต่ำสุดในวงการซื้อ-ขาย พ่อค้าต่างประเทศหยุดรับซื้อสต๊อกค้างบาน เปิดราคาต้นปี กก.ละ 17-18 บาท เทียบปีก่อน 30-60 บาท

อย่างไรก็ตาม หมากเกมนี้จะเป็นการปล่อยข่าวว่าพบสารก่อมะเร็ง เพื่อทุบ ราคาลงของพ่อค้าต่างชาติ หรือภาวะเศรษฐกิจโลกไม่ดี คนบริโภคลดลง ยังไม่ทราบแน่ชัด เป็นห่วงแต่เกษตรกรที่เพิ่งลงปลูกต้นกล้ากันไป ขณะที่ต้นทุนการเพาะปลูกทุกอย่างแพงขึ้น คงเป็นเรื่องที่ต้องฝากให้หน่วยงานภาครัฐช่วยกันแก้ปัญหาในเร็ววัน ก่อนที่ผลผลิตลอตใหญ่จะทยอยออกมาทำให้ราคาดิ่งลงไปอีก