เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) “ตราด” เป็น 1 ใน 5 จังหวัดที่ประกาศเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจระยะแรก (ตราด ตาก สระแก้ว มุกดาหาร สงขลา) ซึ่งต่อมาขยายพื้นที่เป็น 10 จังหวัด (หนองคาย นราธิวาส เชียงราย นครพนม กาญจนบุรี) เริ่มขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2558 ครอบคลุมพื้นที่ อ.คลองใหญ่ 3 ตำบล คือ ต.ไม้รูด ต.คลองใหญ่ ต.หาดเล็ก รวมพื้นที่ 50.2 ตร.กม. หรือ 31,375 ไร่
ปี 2559 บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค หรือ PF ได้เข้าประมูลลงทุนใน SEZ ต.ไม้รูด จำนวน 895-0-44 ไร่ คิดเป็น 2.8% ของพื้นที่ทั้งหมด สัญญาเช่า 50 ปี (23 พ.ย. 2559-22 พ.ย. 2609) อัตราค่าเช่า ไร่ละ 24,000 บาท/ปี รวมปีละ 21,482,640 บาท
และปรับปรุงอัตราค่าเช่า 15% ทุก ๆ 5 ปี ผ่านมาปีที่ 7 ยังไม่มีการลงทุน โครงการ “Golden Gateway” มูลค่า 3,001 ล้านบาท ที่นำเสนอเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวนานาชาติ เมืองอาหารปลอดภัย และเมืองบริการการค้าระหว่างประเทศครบวงจร
ชะลอลงทุน-รอปรับแผน
นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ให้ข้อมูลว่า ปี 2561 บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ได้ขอปรับแผนการลงทุนและชะลอการลงทุนไปก่อน รอดูการลงทุนของภาครัฐในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อให้สอดคล้องกัน และขอสนับสนุนจากภาครัฐ พัฒนาสนามบินตราดเป็นสนามบินนานาชาติ และการบริหารท่าเทียบเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ ที่ส่งเสริมการขนถ่ายสินค้าและการท่องเที่ยว
ปัจจุบันกรมธนารักษ์ได้ให้ PF ส่งแผนการลงทุนเพื่อนำเสนอ คณะกรรมการสรรหา คัดเลือก เจรจาและกำกับติดตามการดำเนินงานของผู้ลงทุน โดยบริษัทแจ้งว่าระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาพัฒนาด้านการท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่แผนหยุดชะงักเพราะผลกระทบจากโควิด-19 และภายในปี 2566 บริษัทจะยังไม่เข้ามาดำเนินการในพื้นที่ เนื่องจากรอความชัดเจนหลังเลือกตั้งรัฐบาล แต่จะประสานงานร่วมกับจังหวัดตราดอย่างต่อเนื่อง
“ที่ผ่านมานักลงทุนรายอื่นต่างเฝ้ารอดูการลงทุนของ PF เพื่อจะได้เตรียมแผนการลงทุนต่าง ๆ ให้สอดคล้องไปด้วยกัน เพราะในเขตพัฒนาเศรษฐกิจ จ.ตราด มีความพร้อมทางอินฟราสตรักเจอร์ ทั้งถนน 4 เลน ท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ ไฟฟ้า น้ำประปา ระบบโลจิสติกส์ที่จะเชื่อมต่อเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ ปี 2566 ตั้งเป้าให้เอกชนขับเคลื่อนต่อไป” นายชำนาญวิทย์กล่าว
ทุนท้องถิ่นลุ้น PF ลงทุน
นายสุทธิรักษ์ คุ้มครองรักษ์ ที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรม จ.ตราด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมาได้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐถึงการลงทุนโครงการ “Golden Gateway” เพราะเชื่อว่าโครงการขนาดใหญ่จะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนรายอื่น ๆ ตัดสินใจมาลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตราดที่เหลืออยู่ แต่ PF ปรับแผน ชะลอการลงทุนให้สอดคล้องกับการลงทุนใน EEC และผลกระทบจากโควิด-19 ล่าสุดต้นปี 2566 PF ขอความชัดเจนของรัฐบาลหลังเลือกตั้ง
ซึ่งที่ผ่านมาภาคเอกชนในจังหวัดได้เสนอให้ขยายพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จ.ตราด เพิ่มอีก 3 อำเภอ คือ อ.เขาสมิง อ.บ่อไร่ อ.เมืองตราด เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ชายแดน เชื่อมระบบการขนส่ง และขยายพื้นที่อุตสาหกรรมแปรรูป แต่ไม่ได้รับการพิจารณาจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เพราะเห็นว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสูง ผลตอบแทนจะไม่คุ้มค่า
“ตัวเลขการยื่นขอลงทุนต่อคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ปี 2558- ส.ค. 2566 นิติบุคคลยื่น 86 ราย มูลค่าจดทะเบียน 149 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วรายละ 1-2 ล้านบาท เป็นการลงทุนปกติรายย่อย ๆ หลายคนจับตาไปที่ PF แต่ยังเงียบสนิท ทำให้นักลงทุนรายย่อยอื่น ๆ ขาดความเชื่อมั่นไม่กล้าลงทุน
ทั้งที่การประกาศเขตพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ ๆ มีการกว้านซื้อที่ดินในพื้นที่ 3 ตำบล ด้วยราคาสูงจากไร่ละหลักแสนบาท เป็นหลักล้านบาท ในเมื่อทิศทางการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ สภาพัฒน์ให้พื้นที่เป็นตัวกำหนด ควรพุ่งเป้าพัฒนาด้านการท่องเที่ยวด้วยเพราะศักยภาพของพื้นที่ อ.คลองใหญ่ จาก อ.เมืองตราด มีแนวชายฝั่งทะเลเชื่อมโยงกัน และตลอดเส้นทางมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม
เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวจากเกาะช้าง ตรงนี้ภาครัฐช่วยส่งเสริมความพิเศษให้มี duty free การใช้ประโยชน์จากท่าเทียบเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ ที่จะช่วยดึงนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ” นายสุทธิรักษ์กล่าว
ดันให้สิทธิเหนือ BOI ปกติ
นายจตุพัฒน์ ฤกษ์สหกุล รองประธานหอการค้า จ.ตราด ด้านเศรษฐกิจดิจิทัล กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การที่ PF ยังไม่ลงทุน ส่งผลให้พื้นที่ 3 ตำบล คือ ต.ไม้รูด ต.คลองใหญ่ ต.หาดเล็ก ไม่เคลื่อนไหว จากที่หลายปีก่อนราคาที่ดินเพิ่มสูงขึ้นไป 4-5 เท่า สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ ต้องให้สิทธิพิเศษจริง ๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจ การพัฒนาในเชิงอุตสาหกรรมวัตถุดิบการเกษตรไม่เพียงพอ ค่าแรงงานสูง ระบบการขนส่งไม่สะดวก ระยะทางไกล ถ้าต้องขนส่งไปท่าเรือแหลมฉบังไม่คุ้มทุน
และพื้นที่ชายแดนกัมพูชามีนิคมอุตสาหกรรมเกาะกงที่จะดูดซับวัตถุดิบและแรงงานไป ควรปรับเปลี่ยนการพัฒนาเป็นภาคท่องเที่ยว แต่ต้องส่งเสริมการลงทุนโดยให้สิทธิที่มีความพิเศษ เช่น ส่งเสริม duty free กาสิโน หรือการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบการขนส่ง สนามบิน รถไฟความเร็วสูง มาเชื่อมโยงกับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับนักลงทุน
นายบรรพต วิถี รองประธานหอการค้า ด้านการท่องเที่ยว กล่าวว่า พื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จ.ตราด มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ควรพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษสีเขียวต้นแบบ green tourism ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ท่องเที่ยวยั่งยืน (BCG) ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (wellness tourism)
หรือการดูแลผู้สูงวัย พัฒนาเป็นเมืองต้นแบบ เจาะกลุ่มเป้าหมาย hi-end ไม่เน้นปริมาณ ทำน้อยมูลค่าตอบแทนสูง เพราะสภาพแวดล้อมธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ สาธารณูปโภคพร้อม ถนน 4 เลน ไฟฟ้า น้ำประปา และท่าเทียบเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ ที่ใช้ประโยชน์ทางการท่องเที่ยวและพัฒนาด่านทางน้ำประตูทางทะเลเป็นด่านสากล
ลุ้นรัฐหนุนโครงสร้าง
นางวิยะดา ซวง ที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จ.ตราด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จ.ตราด ใน อ.คลองใหญ่ ควรแบ่งการพัฒนาเป็น 3 เฟส คือ เฟสแรกในพื้นที่ ต.หาดเล็ก หน้าด่านการพัฒนาด่านชายแดนจุดผ่านแดนถาวร บ้านหาดเล็ก นำเทคโนโลยีมาใช้อำนวยความสะดวกรวดเร็ว และเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับกัมพูชา เวียดนาม ด้านการค้าชายแดน และการท่องเที่ยว
โปรเจ็กต์นี้จังหวัดเคยออกแบบตั้งงบฯลงทุนก่อสร้างไว้ 4,000 ล้านบาท ทำเสร็จมูลค่าการค้าชายแดนคาดว่าจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท/ปี จากปัจจุบัน 30,000 กว่าล้านบาท และรายได้เพิ่มถึง 100,000 ล้านบาท หากรวมรายได้จากการท่องเที่ยว ท้องถิ่น อ.คลองใหญ่จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 10%
เฟสที่ 2 ต.คลองใหญ่ ท่าเทียบเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ ควรนำมาใช้เพื่อการท่องเที่ยวและเชื่อมโยงกับกัมพูชา เวียดนาม One Market Three Destination ให้บริการเรือโดยสาร ใช้เรือไฮโดรฟอยล์ขนาด 300-400 นั่งจากกัมพูชา นำนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามา 2 เที่ยว/วัน และใช้ขนส่งสินค้าแบบ sameday ถึงปลายทางภายในวันเดียว
ส่วนนักท่องเที่ยวจากพนมเปญ เสียมเรียบ ทั้งทางบกและทางน้ำเดินทางเข้ามาท่าเทียบเรือคลองใหญ่ เพื่อท่องเที่ยวเกาะกูด เกาะหมาก จ.ตราด ใช้เวลาเพียง 30-40นาที หรือต่อไปพัทยา และเฟสที่ 3 พื้นที่ ต.ไม้รูด ควรพัฒนาเป็นคลังสินค้า การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ (wellness) เพื่อการส่งออก มีการเชิญชวนนักลงทุนมาเยี่ยมชมในพื้นที่ เพื่อสร้างแรงจูงใจ
“ราคาที่ดินชายแดน อ.คลองใหญ่ ตั้งแต่บ้านหาดเล็กราคาเพิ่มสูงขึ้นมาก จากไร่ละ 300,000-400,000 บาท ขึ้นมา 2-5 ล้านบาท ส่วนใหญ่เปลี่ยนมือกันหมดแล้ว ภาคเอกชนสนใจลงทุนโดยไม่รอ PF ภาครัฐต้องทุ่มงบประมาณมาส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ พัฒนาด่านศุลกากรที่เคยออกแบบไว้ 4,000 ล้านบาท
ต้องลงทุนจุดเช็กพอยต์หน้าด่านที่ติดทะเล ภูเขาที่สวยงามมีแห่งเดียวและเร่งนำท่าเทียบเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่มาใช้ประโยชน์ เร่งประชาสัมพันธ์จูงใจนักลงทุน ถ้าเป็นไปได้เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษควรหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 1% ส่งเสริมการลงทุน”
ทพญ.วิภา สุเนตร ประธานหอการค้า จ.ตราด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า อ.คลองใหญ่เป็นพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ในอนาคตควรพัฒนาพื้นที่สีเขียว ดูแลผู้สูงอายุ เป็น living room บ้านหลังที่ 2 ของคนทำงานในพื้นที่ EEC จะเกิดเมือง universal design มีโรงพยาบาล สถานศึกษาฝึกสอนดูแลผู้สูงอายุ สถาบันสอนภาษา โรงแรมที่พัก เมืองเกษตรปลอดภัยที่สร้างมูลค่าเพิ่ม
เชื่อมโยงท่องเที่ยวชายแดน แหล่งพักผ่อนกีฬาทางน้ำ เรือใบที่ ต.ไม้รูด หรือท่องเที่ยวเกาะต่าง ๆ และท่าเทียบเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ต้องนำมาใช้ประโยชน์
จุดแข็งกลายเป็นจุดอ่อน
นายธรา วัฒนวินิน ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ตราด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จุดแข็งของเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จ.ตราด กลายเป็นจุดอ่อนหลัก 4 ข้อ คือ 1) กัมพูชามีเขตเศรษฐกิจพิเศษเกาะกง ปัญหาขาดแคลนแรงงาน วัตถุดิบด้านเกษตร ประมง 2) ผู้ประกอบการขาดศักยภาพที่จะใช้เทคโนโลยีสร้างมูลค่าเพิ่ม
3) ท่าเทียบเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ยังไม่ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และ 4) PF ยังไม่ลงทุน ทำให้นักลงทุนรายเล็กไม่กล้าลงทุน