เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พยากรณ์อากาศ (5 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสานและตะวันออก ฝน 70% ผลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก”
Economic พยากรณ์อากาศ (5 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสานและตะวันออก ฝน 70% ผลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 62,899 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 62,899 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
ดูทั้งหมด

หอการค้า 5 ภาคจี้รัฐบาล อัดยาแรงสู้วิกฤตเศรษฐกิจ

21 ต.ค. 2566 | 07:22น.
ท่องเที่ยว

ท่องเที่ยว

หอการค้า 5 ภาคจี้รัฐบาลอัดยาแรง เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งดอกเบี้ยแพง หนี้ครัวเรือนพุ่ง ส่งออกติดลบ ความหวังรายได้ท่องเที่ยวดับวูบทั่วประเทศ จากเหตุสุดวิสัยยิงกราดพารากอน-สงครามอิสราเอล กระทบไฮซีซั่นหนัก หอการค้าภาคใต้ชี้ภูเก็ต-กระบี่-พังงา เมืองท่องเที่ยวหลักต่างชาติมาแค่ 12% มาตรการฟรีวีซ่าไร้ผล วอนเร่งสร้างความเชื่อมั่น พร้อมเคลียร์ความชัดเจนเรื่องเงินดิจิทัล 5.6 แสนล้าน

นายธวัชชัย เศรษฐจินดา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานหอการค้าภาคกลาง หอการค้าไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน ภายใต้นโยบายรัฐบาลที่ประกาศโรดแมปเพื่อการกระตุ้นและพัฒนาเศรษฐกิจทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมแนวทางที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องเงินดิจิทัล 10,000 บาท ซึ่งทางหอการค้าไทยได้แนะนำไปแล้วว่า รัฐบาลควรทำระยะสั้น และเริ่มแบบเฉพาะกลุ่ม โดยใช้ฐานผู้มีรายได้น้อยเป็นหลัก

ส่วนเรื่องการท่องเที่ยว รัฐบาลควรทำการตลาดแบบเชิงรุก เพื่อดึงต่างชาติเข้ามาเที่ยวประเทศไทย โดยเฉพาะตลาดจีน รัฐบาลควรทำการตลาดเชิงรุกในเรื่องการให้ข้อมูล และการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารทางโซเชียล เพื่อให้นักท่องเที่ยวจีนได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริง และมีความมั่นใจที่จะกลับมาเที่ยวเมืองไทยเช่นเดิม

“ตอนนี้ข้อมูลข่าวสารทางโซเชียลหลายเรื่องที่คนจีนได้รับ ทั้งในเรื่องความปลอดภัย เหตุการณ์ที่สยามพารากอน, เรื่องนักท่องเที่ยวจีนที่ถูกจับตัวไปโดนตัดไต, เรื่องค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ อีกทั้งก่อนหน้านี้มีบล็อกเกอร์, พวกยูทูบเบอร์, อินฟลูเอนเซอร์ รีวิวการท่องเที่ยวไทยในทางที่ไม่ดี คนจีนกลับเชื่อ ทำให้คนจีนส่วนใหญ่หันไปเที่ยวประเทศอื่นแทน ซึ่งปัญหาเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขโดยเร็ว”

นอกจากนี้ เรื่องความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ความสามารถในการแข่งขันของบริษัท และผู้ประกอบการ SMEs รัฐบาลควรมีทิศทางที่ชัดเจน เนื่องจากวันนี้ต้องยอมรับว่าการขับเคลื่อนในภาคอุตสาหกรรมของไทย เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมผลิตฮาร์ดดิสก์ เป็นอุตสาหกรรมขาลงหมดแล้ว ฟันเฟืองที่เป็นเครื่องจักรเก่าเปรียบเหมือนคนแก่

ดังนั้น ในแง่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตควรจะไปทิศทางใด ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สะท้อนเรื่องความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องคน ต้องมีการวางแผน upskill และ reskill อย่างชัดเจน อาจต้องทำร่วมกับภาคเอกชน การพัฒนาทักษะแรงงานให้ตอบสนองความต้องการของตลาด รวมถึงการปรับแก้ไขกฎระเบียบ และนโยบายที่เอื้ออำนวยให้แข่งขันได้

นายธวัชชัยกล่าวต่อไปว่า ในภาคการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ วันนี้ที่นักลงทุนต่างชาติไม่มาประเทศไทย คงไม่ใช่ประเด็นเฉพาะอัตราค่าแรงงานของไทยแพงกว่า หรือค่าไฟแพงกว่า แต่เป็นเรื่องข้อตกลงทางการค้า โดยประเทศคู่แข่งกับมีเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้ผู้ลงทุนที่ดีกว่า ดังนั้น รัฐบาลก็ต้องเร่งแก้ปัญหาจุดเหล่านี้พร้อมกัน

ส่วนเรื่องการเมือง ปกติช่วง 3-6 เดือนแรก ต้องให้เวลารัฐบาลใหม่ทำงาน คิดว่าช่วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ถือว่าทำงานไปแล้วหลายเรื่อง

หอภาคเหนือจี้แก้ PM 2.5

นายสมบัติ ชินสุขเสริม รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานหอการค้าภาคเหนือ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ระหว่างปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจ อยากให้รัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน โฟกัสเรื่องเศรษฐกิจก่อนเป็นอันดับแรก เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องปากท้องของประชาชน

ขณะที่ปัญหาการเมืองในขณะนี้ค่อนข้างนิ่งแล้ว โดยอยากให้รัฐบาลพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับประเด็นการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาวหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด เนื่องจากเป็นการนำเงินคงคลังออกมาใช้ล่วงหน้า ไม่ควรเน้นนโยบายประชานิยมมากเกินไป จึงอยากให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ

ขณะเดียวกัน ควรเร่งกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศให้มากขึ้น เพราะขณะนี้คนในประเทศเดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศจะกระจุกตัวเฉพาะเมืองท่องเที่ยวใหญ่ ส่วนการท่องเที่ยวเมืองรองกำลังอยู่ในภาวะซบเซาอย่างหนัก ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้งระบบได้รับผลกระทบมากในขณะนี้ ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง เงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอ การขอสินเชื่อยากขึ้น และหนี้สินที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น จึงอยากให้รัฐบาลชุดนี้ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองอย่างเร่งด่วน

นายสมบัติกล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาเร่งด่วนของภาคเหนือที่อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไขด่วน 3 เรื่องคือ 1.ปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวทุกปี เป็นเวลาถึง 3 เดือน (มีนาคม-พฤษภาคม) ทั้งยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างรุนแรง ซึ่งปัจจุบันมีการขับเคลื่อนของสภาลมหายใจภาคเหนือในการแก้ปัญหานี้ และล่าสุดได้ยื่นหนังสือถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐบาลสนับสนุนการแก้ปัญหา PM 2.5 จึงอยากให้รัฐบาลได้ติดตามการแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน

2.อยากให้รัฐบาลพัฒนาแหล่งน้ำของภาคเหนือ โดยเฉพาะการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กในจังหวัดต่าง ๆ เนื่องจากในฤดูฝนเมื่อมีฝนปริมาณมากและเกิดน้ำท่วม ซึ่งแหล่งน้ำจากภาคเหนือราว 80% จะไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมด ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้มากพอ เพราะไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำมากเพียงพอ ที่จะสามารถดึงน้ำมาใช้ในช่วงฤดูแล้ง 3.ปัญหาของผู้ประกอบการ SMEs ก็เป็นประเด็นที่รัฐบาลควรต้องโฟกัส โดยเฉพาะการสนับสนุนเงินทุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ให้เกิดสภาพคล่อง และการผ่อนปรนให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น

ไฮซีซั่นภาคใต้เงียบสนิท

นายวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ หอการค้าไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก่อน เนื่องจากตอนนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาทั้งภายในประเทศและต่างประเทศอย่างหนัก ไม่ต่างจากช่วงสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด ทั้งการส่งออกติดลบ

ขณะที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นความหวังเพื่อฟื้นเศรษฐกิจ โดยภาคใต้ช่วงก่อนโควิดเคยมีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 600,000 กว่าล้าน ในช่วงไฮซี่ซั่นปีนี้ผู้ประกอบการคาดหวังว่าจะมีรายได้เพิ่มเป็นสองเท่าจากปี 2565 มีรายได้ประมาณ 200,000-300,000 ล้านบาท แต่เดือนตุลาคม 2566 ถือว่าเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นไฮซีซั่นแล้ว ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงายังค่อนข้างเงียบกว่าทุกปี มีตัวเลขยอดการจองห้องเข้ามาเพียง 12-13%

ขณะที่นักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่มีการจองห้องพักเข้ามาแล้วก็มีการยกเลิก หากเทียบกับช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2565 จะเริ่มเห็นยอดการจองห้องพัก เพื่อจะมาเข้าพักในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ประมาณ 70-80% แล้ว ตอนนี้แม้มีมาตรการฟรีวีซ่า แต่ไม่สามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ แนวโน้มรายได้จากการท่องเที่ยวปี 2566 น่าจะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เนื่องจากผลกระทบจากเหตุการณ์กราดยิงและมีผู้เสียชีวิตที่สยามพารากอน และสงครามระหว่างอิสราเอล-ฮามาส ดังนั้น รัฐบาลควรหันหน้ามาแก้ไขเรื่องเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

“ปกติปีที่ผ่านการท่องเที่ยวภาคใต้จะเงียบในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน และช่วงเดือนตุลาคมจะกระเตื้องขึ้นมา 20-30% แต่ปี 2566 กลายเป็นว่าเดือนตุลาคมการท่องเที่ยวกระเตื้องขึ้นมาเพียง 1-2% ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระอย่างหนัก เนื่องจากได้ลงทุนปรับปรุงกิจการ และเตรียมพนักงานจำนวนมากไว้รองรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น

ตอนนี้ดูจากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้ามาน่าจะต่ำกว่าความเป็นจริงมาก ตอนนี้เศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องท่องเที่ยวที่เป็นหัวใจสำคัญของประเทศ หากธุรกิจท่องเที่ยวไม่ฟื้น ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง สินค้าเกษตร การค้าขาย การลงทุน การก่อสร้าง เกี่ยวโยงกันหมด รัฐบาลควรหันหน้ามาแก้ไขเรื่องเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

นายวัฒนากล่าวต่อไปว่า สำหรับนโยบายแจก “เงินดิจิทัล” 5.6 แสนล้านบาท ทางภาคเอกชนเห็นด้วยกับนโยบาย เชื่อว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ และคาดว่า GDP จะเพิ่มขึ้น 3-5% แต่ภาครัฐก็ยังไม่มีความชัดเจนทั้งขั้นตอนและวิธีการแจก จึงไม่ค่อยมีความเชื่อมั่น ดังนั้น รัฐบาลต้องเร่งออกมาชี้แจงที่มาที่ไปของเงินให้ชัดเจน เชื่อว่าทุกคนก็จะเห็นด้วย แต่ตอนนี้ดูเหมือนหลายภาคส่วนออกข่าวถึงความไม่ค่อยโปร่งใส ถ้าหากมีการแจกอยากเสนอให้เป็นการแจกคล้ายโครงการคนละครึ่งที่มีการแจกเงินเป็นรอบ ๆ จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีกว่าการแจกเงินครั้งเดียว

หอตะวันออกเร่งเปิดตลาดใหม่

นายปรัชญา สมะลาภา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานหอการค้าภาคตะวันออก เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตอนนี้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจคือเรื่องใหญ่ การส่งออกติดลบ ทั้งปัจจัยภายในประเทศ ที่มีเหตุการณ์กราดยิงขึ้นที่พารากอน และต่างประเทศมีสงครามระหว่างอิสราเอล-ฮามาส ส่งผลให้ตัวเลขการส่งออกเริ่มลดลงอีก ตอนนี้รัฐบาลควรเร่งเปิดตลาดใหม่ ๆ เพื่อกระตุ้นการส่งออกควบคู่กับหานโยบายมากระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ควรมีการเปิดฟรีวีฟ่าในหลายประเทศเพิ่มมากยิ่งขึ้น และจัดอีเวนต์เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว เน้นประชาสัมพันธ์ไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเชิญชวนให้กลุ่มทัวร์โอเปอเรเตอร์มาที่ไทยเพื่อดูงานอีเวนต์ต่าง ๆ เพื่อที่จะสามารถจัดโปรแกรมการท่องเที่ยวให้กับชาวต่างชาติได้

“ตอนนี้ทัวร์โอเปอเรเตอร์ต่างชาติส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ จึงจำเป็นที่ต้องประชาสัมพันธ์หลายรูปแบบ อาทิ ประชาสัมพันธ์ผ่านออนไลน์ รวมถึงดึงโอเปอเรเตอร์จากเมืองนอกพาเขาไปชมอีเวนต์ต่าง ๆ ซึ่งจะสอดคล้องกับมาตรการฟรีวีซ่า และเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น ก็คิดว่าจะสามารถช่วยเรื่องท่องเที่ยวได้ “

ทั้งนี้ ประชาชนกำลังเผชิญกับปัญหาหนี้ครัวเรือน และการขึ้นอัตราดอกเบี้ย อยากเสนอให้ทางภาครัฐช่วยพักชำระหนี้ไปก่อน ส่วนนโยบายแจกเงินดิจิตอล ทางภาคเอกชนเห็นด้วย เพราะจะต้องมีเงินมาช่วยมาในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ปัจจุบันนโยบายดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน ทั้งเงื่อนไขและที่มาที่ไปของจำนวนเงิน

นอกจากนี้ อยากให้รัฐบาลช่วยเร่งรัดโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา และสนามบินอู่ตะเภา ก็คาดหวังว่าจะมีความก้าวหน้าเพิ่มมากขึ้น

หออีสานให้เร่งแก้ปัญหาปากท้อง

นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันสถานการณ์ทางการเมืองนิ่งแล้ว แต่ทุกอย่างเหมือนอยู่ในภาวะชะลอตัว สิ่งที่อยากให้รัฐบาลแก้ไขเป็นอันดับแรกคือเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่จะแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนได้ เพราะหากเศรษฐกิจไม่ดี ปัญหาทางด้านการเมืองก็จะกลับมาอีก

“เดิมทีหลายคนรู้สึกว่าในรัฐบาลชุดก่อนเศรษฐกิจไม่ดีเท่าไหร่ และคิดว่าหากเปลี่ยนรัฐบาล หรือได้รัฐบาลใหม่สถานการณ์จะดีขึ้น แต่ปัจจุบันความรู้สึกอาจจะไม่เป็นอย่างที่คาดหวังไว้ เพราะยังไม่เห็นมาตรการ การช่วยเหลือประชาชนเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดก่อน อย่างการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านแอปเป๋าตังมีโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการคนละครึ่ง แม้มองโดยภาพรวมเศรษฐกิจประเทศไทยจะยังดูดีกว่าประเทศเพื่อนบ้าน แต่ตอนนี้คล้ายกับว่าแค่พอประคองตัวได้ เพราะมีรากฐานที่ดีเท่านั้น

โดยพื้นฐานของเศรษฐกิจในประเทศไทย ยังคงเอื้อให้ประชาชนมีกำลังพอจับจ่ายใช้สอยและการบริโภคได้อยู่ แต่ทุกคนยังชะลอดูสถานการณ์ และไม่มีความเชื่อมั่นเท่าไหร่ โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่ชะลอการลงทุนเพื่อดูทิศทางของรัฐบาล นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยภายนอกอย่างเรื่องสงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซีย สงครามอิสราเอล รวมไปถึงเศรษฐกิจโลกด้วย คิดว่าภายในปี 2566 นี้ ทุกคนยังต้องประคองตัวเองไว้ และใช้จ่ายเงินเท่าที่จำเป็น”

นายสวาทกล่าวว่า เห็นด้วยกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่จะแจกเงิน 10,000 บาทให้กับประชาชน แต่รัฐบาลควรมีความชัดเจนและมีวิธีการใช้ให้ง่ายมากกว่านี้ เนื่องจากมีข้อมูลของประชาชนอยู่แล้ว อาจจะโฟกัสไปยังกลุ่มที่เปราะบางที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นก็ทยอยขยายไปยังกลุ่มอื่น ๆ ให้ครอบคลุมน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการจัดการ

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอแนะอยากให้รัฐบาลปล่อยให้หน่วยงานท้องถิ่นกับผู้ว่าราชการจังหวัด ผนึกกำลังทำงานให้ตรงกับความต้องการของพื้นที่นั้น ๆ เพื่อเกิดผลสัมฤทธิ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด อย่าใช้โมเดลเดียวแก้ปัญหากับทั้งหมดทั่วประเทศ เพราะสภาพปัญหาแต่ละพื้นที่แต่ละจังหวัดไม่เหมือนกัน และจะกลายเป็นว่าเกาไม่ถูกที่คัน ไม่ตรงกับความต้องการของคนในพื้นที่ ข้อสำคัญคืออย่าให้มีเรื่องทุจริต หากทำได้จะสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่นั้น ๆ ได้ถูกต้องตรงจุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิกฤตเศรษฐกิจ หอการค้า