เยาวชนชายแดนใต้ดัน Soft Power อาหาร เสิร์ฟคณะทูตกลุ่มประเทศมุสลิม

สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ เสนอ Soft Power ยกวัตถุดิบ
ท้องถิ่น
ผักเหลียง ดอกดาหลา ใบบัวบก ผักกาดนกเขา เสิร์ฟเมนูต้อนรับคณะทูตกลุ่มประเทศมุสลิม (OIC)

วันที่ 11 มิถุนายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 11-13 มิถุนายน 2567 ที่จะถึงนี้ คณะทูตประเทศโลกมุสลิม มีกำหนดเดินทางมาเยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้กิจกรรมเสริมสร้างความเข้าใจและสานสัมพันธ์คณะทูตกลุ่มประเทศมุสลิมประจำปี 2567 โดยเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปยังกลุ่มประเทศมุสลิมและทั่วโลก

นอกจากการเยือนสถานที่ที่สำคัญต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว อีกไฮไลต์หนึ่งคือ อาหารที่ทาง ศอ.บต.จะเลี้ยงต้อนรับแก่คณะทูตกลุ่มประเทศมุสลิม ในช่วงค่ำของวันที่ 11 มิถุนายน 2567 ณ ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้

ซึ่งเมนูต่าง ๆ ที่จะเสิร์ฟขึ้นโต๊ะนั้น จะถูกรังสรรค์โดยกลุ่มลูกเหรียงหรือที่รู้จักกันในชื่อเป็นทางการว่า “สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้” โดยจะนำเสนอเอกลักษณ์อาหารพื้นถิ่นจังหวัดขายแดนภาคใต้ ผ่านวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีอยู่ในพื้นที่ ออกมาเป็นเมนูต่าง ๆ ที่น่าสนใจให้คณะทูตกลุ่มประเทศมุสลิมได้ลิ้มลอง

นายอิสมาแอ ตอกอย
นายอิสมาแอ ตอกอย

นายอิสมาแอ ตอกอย หรือเชฟแอลลี่ ประจำครัวลูกเหรียง กล่าวว่า เมนูที่เตรียมเสิร์ฟในครั้งนี้จะเป็นเมนูที่มีความโดดเด่น เป็นเมนูอาหารที่เป็นวัฒนธรรม ผูกพันกับวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่จังหวัดขายแดนภาคใต้ โดยการนำวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น เพื่อโชว์ความอุดมสมบูรณ์ ความสวยงาม และสามารถเพิ่มรายได้แก่คนในพื้นที่ ยกระดับอาหารในท้องถิ่นชายแดนใต้อีกด้วย โดยมีเมนูอาหารที่จะนำขึ้นโต๊ะในครั้งนี้ อาทิ สลัดผักพื้นบ้าน กินคู่กับน้ำสลัดปลากุเลา

Advertisment

ซึ่งในช่วงนี้พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นช่วงฤดูฝน ก็จะมีผักและผลไม้ที่ขึ้น จึงเลือกหยิบมาเป็นวัตถุดิบทำเมนูอาหาร เช่น ดอกดาหลา ใบบัวบก ผักกาดนกเขา ยอดผักกูด ใบมะกอก ผักน้ำ กินคู่กับน้ำสลัดปลากุเลาที่ขึ้นชื่อเช่นเดียวกัน สำหรับปลากุเลาที่นำมาใช้เป็นปลากุเลาจากบางตาวา และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ของดีจากจังหวัดปัตตานี มาทำเป็นน้ำสลัด เพื่อให้เกิดความมัน คลุกเคล้ากับผักท้องถิ่นที่มีรสขม หวาน และฝาด เพิ่มอรรถรสในการกิน

อีกหนึ่งเมนูที่อยากแนะนำคือ ซอเลาะ โดยนำปลา 2 ชนิด ปลาทูกับเนื้อปลากราย มาเป็น Signature สอดไส้เนื้อปลากรายในปลาทู นำไปทอดและกินคู่กับอาจาด ยังมี Main Course เป็นนาซิดาแฆ โดยใช้ข้าว 3 ชนิดมาเป็นนาซิดาแฆ มีข้าวสังฆ์หยดจากคอกกระบือของปะนาเระ ข้าวมือลอของบุดี และข้าวเหนียวที่ชาวบ้านปลูก มาหุง กินคู่กับ เนื้อย่างกอและจากจังหวัดนราธิวาส

เชฟแอลลี่กล่าวอีกว่า รู้สึกดีใจและประทับใจมากที่ได้รับคัดเลือกให้ทำเมนูอาหาร ต้อนรับคณะทูต OIC ในครั้งนี้ ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวเชฟคนเดียว แต่รวมไปถึงน้อง ๆ ทีมงาน รู้สึกตื่นเต้นประทับใจ ปกติคนภายนอกมอง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะนึกถึงความรุนแรง ระเบิด เสียงปืน ดีใจมากที่เป็นส่วนหนึ่ง เป็นกระบอกเสียงหนึ่งที่จะสะท้อนเรื่องราวสิ่งดี ๆ ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

Advertisment

ให้ทุกคนภายนอกได้เห็นว่าในพื้นที่ จชต. มีสิ่งสวยงาม สิ่งที่หลากหลาย ความเป็นพหุวัฒนธรรมความสวยงาม วัฒนธรรมทางด้านอาหาร ภาษา การแต่งกาย ที่อยู่ในพื้นที่อีกมากมายที่ทุกคนภายนอกไม่เคยสัมผัส ตื่นเต้นมากที่ได้นำวัฒนธรรมอาหาร ความอร่อยไปเผยแพร่ให้ชาวต่างชาติได้ลองชิม เป็น Soft Power ในพื้นที่ให้คนได้รู้จักมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้เมนูอาหารที่จะหยิบเสิร์ฟขึ้นโต๊ะอาหารให้คณะทูตประเทศมุสลิมได้ลิ้มลอง ได้แก่ Welcome Drink เสิร์ฟเป็นโซดาซ่าตาลโตนด, Appetizer เป็นเมี่ยงลูกมุดหน้าปู ซำบูซะไส้ปลาอินทรีย์ ตูปะซูตง, Main Course เป็นสลัดผักพื้นบ้าน ซอสปลากุเลาตานี ต้มพริมพรำปลากะพง นาซิดาแฆข้าวหุงสมุนไพร (ข้าวอย่างเดียวไม่มีแกง กินคู่กับกอและนราธิวาสและซอเลาะ) เนื้อย่างกอและนราธิวาส, Dessert (ของหวาน) เป็นหวานเย็นโตนดตานีทรงเครื่อง และกล้วยหินบางลางทอด