เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ตราดชงแผนรับมือผลไม้ล้นตลาด แก้ปัญหาราคาตก-แรงงานขาดแคลน
เศรษฐกิจภูมิภาค ตราดชงแผนรับมือผลไม้ล้นตลาด แก้ปัญหาราคาตก-แรงงานขาดแคลน
“ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
เศรษฐกิจภูมิภาค “ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
เศรษฐกิจภูมิภาค ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
“ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
News “ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
World ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
SD 64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
Real Estate 10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
SD ‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
Real Estate ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
ดูทั้งหมด

รุกแผน สนามบินเชียงใหม่ โตก้าวกระโดด รับ 25 ล้านคน

20 ส.ค. 2568 | 09:52น.
Rannakorn

Rannakorn

คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

การคาดการณ์แนวโน้มจำนวนผู้โดยสารที่จะใช้บริการผ่านท่าอากาศยานเชียงใหม่ในอีก 7 ปีข้างหน้า จะขึ้นไปแตะที่ 25 ล้านคนต่อปี เป็นตัวเลขที่มีแนวโน้มเป็นจริง ด้วยเพราะอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมเส้นทางบินเมืองต่อเมือง (Point-to-Point) ในภูมิภาคอาเซียนและเอเชียเข้าสู่เชียงใหม่ที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ของสนามบินเชียงใหม่สำหรับเส้นทางระยะไกลอย่างยุโรปและสหรัฐอเมริกาได้ในอนาคต

“นาวาอากาศโท รณกร เฉลิมแสนยากร” ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแผนการพัฒนาสนามบินเชียงใหม่ทุกมิติ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแผนการพัฒนาที่จะรองรับการเติบโตแบบ “เขย่งก้าวกระโดด” จากขีดความสามารถรับผู้โดยสารได้ 8.5 ล้านคน เป็น 25 ล้านคนในอีก 7 ปีข้างหน้า

ผู้โดยสารกลับมาเกือบ 100%

นาวาอากาศโท รณกร กล่าวว่า จำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการสนามบินเชียงใหม่กลับมาใกล้เคียงกับช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุการณ์การระบาดของโรค COVID-19 โดยผู้โดยสารในประเทศกลับมา 100% เต็ม มีเส้นทาง (Route) การบินในประเทศ 12 เส้นทาง ส่วนผู้โดยสารระหว่างประเทศอยู่ที่ราว 85-90% บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่ดีขึ้นของการเดินทางและการขนส่ง

ทั้งนี้ ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีความคงที่ของสนามบินเชียงใหม่ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ช่วง คือ 1.ช่วงฤดูร้อน (Summer) ระยะเวลา 7 เดือน (มีนาคม-กันยายน)

2.ช่วงฤดูหนาว (Winter) ระยะเวลา 5 เดือน (ตุลาคม-กุมภาพันธ์) โดยช่วง Summer อัตราการเดินทางของผู้โดยสารจะอยู่ที่ประมาณ 20,000-25,000 คนต่อวัน และจำนวนเที่ยวบินอยู่ที่ 160-170 ไฟลต์ต่อวัน ส่วนช่วง Winter อัตราของผู้โดยสารประมาณ 30,000-35,000 คนต่อวัน จำนวนเที่ยวบินเฉลี่ย 200-230 ไฟลต์ต่อวัน ถือเป็นภาวะปกติของเชียงใหม่

สนามบินเชียงใหม่

โดยมีผู้โดยสารชาวเกาหลีใต้และจีน เป็นกลุ่มตลาดหลักที่สลับกันขึ้นอันดับ 1 และ 2 ซึ่งปัจจุบันจำนวนผู้โดยสารเกาหลีใต้ยังครองอันดับ 1 ส่วนอันดับ 2 คือ จีน อันดับ 3 คือ ไต้หวัน และอันดับ 4 คือ มาเลเซีย ซึ่งตามศักยภาพของสนามบินเชียงใหม่รับผู้โดยสารได้ 8.5 ล้านคนต่อปี แต่ตอนนี้ทะลุไปที่ 11 ล้านคนต่อปีแล้ว

โดยใช้วิธีการบริหารเวลา หรือการเกลี่ยตารางการบิน ปัจจุบันสนามบินเชียงใหม่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ซึ่งจำนวนผู้โดยสารที่พุ่งไป 11 ล้านคนต่อปี ถือว่าเกินศักยภาพของสนามบินที่รับได้ 8.5 ล้านคน จึงต้องมีวิธีการบริหารจัดการด้วยการเกลี่ยเวลา เพื่อลดความคับคั่งและแออัด เช่น ไฟลต์ตีสอง-ตีสาม จากเชียงใหม่-ปักกิ่ง หรือเชียงใหม่-ไทเป ส่วนไฟลต์เช้า จากเชียงใหม่-ฮ่องกง เครื่องออก 6 โมงเช้า แต่ตีสามผู้โดยสารจะทยอยมารอขึ้นเครื่องแล้ว ดังนั้น สนามบินจะมีเวลาที่ไม่มีผู้โดยสารอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ๆ ของทุกวัน โดยช่วงเวลาที่ผู้โดยสารคับคั่งจะอยู่ในช่วง 1 ทุ่มถึง 4 ทุ่ม

โตแบบ “เขย่งก้าวกระโดด”

หลังจากสถานการณ์โควิด มีแนวโน้มที่จำนวนเที่ยวบิน เส้นทางบิน และผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 10-20% จึงต้องเร่งแผนพัฒนาท่าอากาศยานทีละ 5 ปี เพื่อรองรับการบริการให้ครอบคลุมทุก Supply Chain ซึ่งแผนพัฒนาสนามบินเชียงใหม่เป็นการปรับปรุงและขยายสนามบินเดิม มีการดำเนินโครงการพัฒนาใน 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 สร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ เป็นอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศโดยเฉพาะ ซึ่งขนาดของอาคารจะใหญ่เพิ่มเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับอาคารหลังเดิม หลุมจอดจากเดิมมี 24 หลุม จะเพิ่มเป็น 31 หลุมจอด สามารถรองรับเที่ยวบินได้ 31 เที่ยวบินต่อชั่วโมง จากปัจจุบันรับได้ 24 เที่ยวบินต่อชั่วโมง

โดยเสาเข็มต้นแรกจะเริ่มตอกในปี 2569 มีกำหนดเสร็จภายใน 5 ปี รองรับผู้โดยสารได้ราว 16 ล้านคนต่อปี เมื่อโครงการระยะที่ 1 เสร็จ จากนั้นอีก 2 ปีจะเริ่มทำการปรับปรุง (Renovate) อาคารหลังเก่าทั้งหมดที่ใช้อยู่ปัจจุบัน โดยจะทำเป็นอาคารผู้โดยสารภายในประเทศทั้งหมด ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเป็น 20-25 ล้านคนต่อปี

นาวาอากาศโท รณกร กล่าวว่า แผนการพัฒนาที่จะเริ่มในปี 2569 จะรองรับการเติบโตของสนามบินเชียงใหม่แบบเขย่งก้าวกระโดด และเป็นการพัฒนาที่ครอบคลุมทุกมิติ โดยทั่วไปสนามบินมีขีดจำกัด 3 ส่วน คือ 1.รันเวย์ ตอนนี้มีความพร้อมรองรับโบอิ้ง 747 เป็นเครื่องบินขนาดใหญ่ รองรับเที่ยวบินระยะไกล (Long Haul) ใช้เวลาบินนาน 2.ลานจอดเครื่องบิน ซึ่งยังไม่พร้อมจึงต้องทำเป็นลานจอด 2 ชั้น จะมีการเชื่อมต่อกับอาคารผู้โดยสารโดยใช้สะพานเทียบเครื่องบินหรือทางเดินเชื่อม

เพื่ออำนวยความสะดวกในการขึ้นลงเครื่องบิน จะช่วยเพิ่มพื้นที่จอดเครื่องบินในสนามบินที่มีพื้นที่จำกัด และช่วยให้การจัดการผู้โดยสารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 3.อาคารผู้โดยสารที่รองรับไม่เพียงพอ จึงต้องสร้างอาคารใหม่ให้ใหญ่เป็น 2 เท่า ทั้ง 3 สิ่งนี้ถ้าดำเนินการอย่างสมบูรณ์แล้ว สนามบินเชียงใหม่จะมีความพร้อมที่จะรองรับเที่ยวบินและผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเชื่อว่าในอีก 7 ปีข้างหน้า จำนวนผู้โดยสารจะขึ้นไปถึง 25 ล้านคนต่อปี

ดันขนส่งสาธารณะแก้จราจร

นาวาอากาศโท รณกร กล่าวต่อว่า ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ ความคับคั่งของการจราจรที่เข้าสู่บริเวณสนามบินในระยะ 5-7 ปีข้างหน้า จากสนามบินจะเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ หรือสถานที่ต่าง ๆ จะเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะอย่างไร เพราะปัจจุบันยังไม่มีโครงข่ายขนส่งสาธารณะที่เป็นระบบที่จะให้บริการผู้โดยสารจากสนามบินเชียงใหม่ไปยังที่ต่าง ๆ โดยถนนสายหลักที่เชื่อมกับสนามบินมี 2 เส้นทาง คือ ถนนมหิดลและถนนสายหางดง ซึ่งเป็นเส้นทางหลักผ่านหน้าสนามบิน

ปัจจุบันมีรถผ่านวันละ 20,000-30,000 คัน กล่าวคือ ถ้าสนามบินมีผู้โดยสารเพิ่มเป็น 20 ล้านคน รถที่จะเข้าออกสนามบินจะเพิ่มเป็น 50,000-60,000 คันต่อวัน เพิ่มเป็น 2 เท่า สนามบินกลายเป็นคอขวดการจราจรจะแน่นมาก จึงอยากให้ทางจังหวัด ขนส่งจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาคุยกันเรื่องนี้ ทำให้มีขนส่งสาธารณะที่เป็นระบบเพิ่มขึ้น และอาจจะต้องมีการทำทางยกระดับหรือทางลอดในอนาคต

สนามบินเชียงใหม่

ต่างประเทศบินคึกคัก

สำหรับเส้นทางการบินต่างประเทศที่บินตรงเข้าสู่เชียงใหม่ ปัจจุบันมี 20 เส้นทาง ครอบคลุมในกลุ่มประเทศภูมิภาคอาเซียนและเอเชีย อย่างเส้นทางกัวลาลัมเปอร์เคยบิน 10 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ปรับเพิ่มเป็น 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ หรือสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ก็เพิ่มเส้นทางบินเชียงใหม่-เกาสง และเชียงใหม่-ไต้หวัน และไชน่าเซาเทิร์นแอร์ไลน์ เพิ่มเส้นทางบินเชียงใหม่-เสิ่นเจิ้น

ส่วนเดือนตุลาคม 2568 สายการบิน Etihad เตรียมเปิดเส้นทางบินตรงจากอาบูดาบี-เชียงใหม่ จะทำการบิน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ภาพรวมทั้งหมดของ Route ต่างประเทศจะเพิ่มเป็น 22 Route

‘เกาหลีใต้’ แอ่วเหนืออันดับ 1

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ได้พาคณะสื่อมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ศึกษาดูงานเส้นทางการบิน ณ สาธารณรัฐเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 13-16 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา นาวาอากาศโท รณกร เฉลิมแสนยากร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันการเดินทางเชื่อมเส้นทางบินเมืองต่อเมืองไม่มีพรมแดน และเกาหลีใต้เป็นฮับทางการบินขนาดใหญ่ เป็นจุดเชื่อมเส้นทางบินจากหลายเมือง หลายประเทศ เชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางหนึ่งของเกาหลีใต้ และเกาหลีใต้ก็เป็นจุดหมายของเชียงใหม่ ที่สามารถส่งเสริมในด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจการค้าระหว่างกัน

ทั้งนี้ พบว่าการบริหารจัดการของท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน ผู้โดยสารส่วนใหญ่ค่อนข้างมีวินัย เคารพในกฎกติกา ขณะที่ปริมาณผู้โดยสารที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น มีวิธีบริหารจัดการโดยใช้กำลังบุคลากรในการจัดการในช่วงเวลาที่มีการเดินทางคับคั่ง

โดยเน้นความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในการให้บริการเต็มประสิทธิภาพ จึงทำให้การบริการสะดวกและรวดเร็ว ขณะเดียวกันเส้นทางเชื่อมของสนามบินกับขนส่งสาธารณะมีประสิทธิภาพมาก มีทั้งรถไฟ รถบัส รถแท็กซี่ ซึ่งสนามบินกับขนส่งสาธารณะคือองค์ประกอบสำคัญที่ต้องหาจุดสมดุล เป็นโจทย์ที่เราต้องมาคิดในประเด็นนี้

ปัจจุบันธุรกิจการบินในภูมิภาคเอเชียเจริญเติบโตมากขึ้น เป็นผลจากการขยายตัวของการท่องเที่ยวและการลงทุนทางธุรกิจ ประกอบกับแนวโน้มของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนจากกลุ่มที่เดินทางกับทัวร์ เป็นกลุ่มวัยรุ่น วัยเริ่มทำงาน หรือผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศครั้งแรก ทำให้มีการเชื่อมโยงเส้นทางบินตรงในกลุ่มประเทศเอเชียกับอาเซียนมากขึ้น กล่าวได้ว่า ณ ปัจจุบันเชียงใหม่และเกาหลีใต้ กลายเป็นประตูที่เชื่อมโยงการเดินทางระหว่างสองประเทศ

สนามบินอินชอนมี 5 สายการบินที่บินสู่เชียงใหม่ คือ โคเรียนแอร์ เอเชียนาแอร์ไลน์ จินแอร์ เจจูแอร์ และอีสตาร์เจ็ท การเดินทางมาศึกษาดูงานที่ประเทศเกาหลีใต้ครั้งนี้ อยากให้เห็นว่าเสน่ห์อยู่ที่เมือง ซึ่งสนามบินเป็นเพียงส่วนรับ-ส่ง อำนวยความสะดวก ดังนั้น สิ่งที่สนามบินเชียงใหม่ต้องเตรียมตัวคือ ประเมินว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้เท่าไหร่

สนามบินเชียงใหม่

นาวาอากาศโท รณกร กล่าวต่อว่า เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีศักยภาพมาก ลักษณะเมืองกับระยะ Route 5-7 ชั่วโมง จากเกาหลี-เชียงใหม่ การเดินทางกำลังสบาย ไม่ไกลเกินไปนัก การนั่งเครื่องไม่ลำบาก และเป็นบินตรง ที่สำคัญคือ เกาหลีใต้ เป็นประเทศที่มีหลายฤดู ช่วงฤดูหนาวคนเกาหลีใต้จะหนีหนาวไปบ้านเรา เราก็หนีร้อนมาบ้านเขา อัตราการใช้เงินประจำวันต่อหัวใกล้กัน อาหารใกล้กัน นอกจากผู้โดยสารแล้ว ใต้ท้องเครื่องก็เป็นโลจิสติกส์ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศได้ ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มขึ้นมาก

ชาวเกาหลีใต้นิยมมาเที่ยวเชียงใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขึ้นแท่นอันดับ 1 มาทดแทนตลาดจีนที่ยังไม่กลับมาเป็นปกติ เพราะเสน่ห์ของเชียงใหม่ที่เป็นเมืองวัฒนธรรม-ประวัติศาสตร์ ผู้คนเฟรนด์ลี่ อาหารอุดมสมบูรณ์ เป็นเมืองปลอดภัย มีวัฒนธรรมเป็นจุดขายเหมือนกัน

โดยเฉลี่ยนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้อยู่ในเชียงใหม่ราว 1 สัปดาห์ เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป อีกกลุ่มหนึ่งคือ นักท่องเที่ยวที่มาตีกอล์ฟ จะอยู่สนามกอล์ฟอย่างเดียว มีกำลังซื้อสูง ปัจจุบันผู้โดยสารชาวเกาหลีใต้เดินทางเข้าเชียงใหม่ช่วง 7 เดือนของปี 2568 (มกราคม-กรกฎาคม) ประมาณ 160,000-170,000 คน ส่วนคนเชียงใหม่ไปเกาหลีใต้ยังค่อนข้างน้อยราว 30% เมื่อเทียบสัดส่วนของเกาหลีใต้ที่มาเชียงใหม่

นาวาอากาศโท รณกร บอกว่า เมื่อแผนการพัฒนาสนามบินเชียงใหม่ทำครบทุกระยะเต็มระบบ จะเสริมศักยภาพให้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางทางการบิน หรือ “ฮับการบิน” (Aviation Hub) ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางหลักในการเชื่อมต่อเที่ยวบินจำนวนมาก อย่างผู้โดยสารที่จะเดินทางไปยุโรป-สหรัฐอเมริกา จะนิยมไปเปลี่ยนเครื่องที่ไต้หวัน หรือที่อินชอน และโตเกียว และต่อไปยุโรป-สหรัฐอเมริกา

สนามบินเชียงใหม่

ซึ่ง Route การต่อเชื่อมของสายการบินจะทำให้เชียงใหม่ดูมีศักยภาพมากขึ้น ต่อไปหากจะไปยุโรป หรือสหรัฐอเมริกา อาจไม่ต้องไปสุวรรณภูมิ หรือดอนเมือง ซึ่งแนวโน้มมีความเป็นไปได้สูงว่า ตลาดกลุ่มตะวันออกกลาง เอเชียใต้ (อินเดีย) ยุโรป และสหรัฐอเมริกา จะเป็นตลาดที่สำคัญของเชียงใหม่ในอนาคต

นอกจากนี้ เชียงใหม่ต้องมาดูตัวเองว่านอกจากเป็นฮับทางการบินแล้ว จะเป็นฮับด้านไหนอีกและมีอะไรที่แข็งแรงบ้าง อาทิ การเป็นฮับด้านการศึกษา เป็นฮับด้านสุขภาพ ซึ่งจะทำให้เพิ่มมูลค่าท้องถิ่น เพราะในข้อเท็จจริงผู้โดยสารหรือนักท่องเที่ยวไม่ได้อยากมาเที่ยวสนามบิน แต่มาเพราะเราเป็นฮับทางการแพทย์ เพราะมีการแพทย์ดี หรือมาเพราะเราเป็นฮับด้านการศึกษา ต้องเอาศักยภาพของเชียงใหม่ขุดขึ้นมาและมาร่วมมือกัน

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) พร้อมเติบโตไปควบคู่กับอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวโลกในอนาคต ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่