เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
Finance บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
Real Estate แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1.114 พันล้าน
Real Estate อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1.114 พันล้าน
YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
Business YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
กรุงศรี เร่งเคลื่อน AI พลิกโฉมแบงก์ ยกระดับบริการ สินเชื่อ บริหารความเสี่ยง
Finance กรุงศรี เร่งเคลื่อน AI พลิกโฉมแบงก์ ยกระดับบริการ สินเชื่อ บริหารความเสี่ยง
เอกชนชี้เดโมแครตชนะกลางเทอม สหรัฐเข้าสู่สมดุลอำนาจใหม่ จับตาภาษี-พลังงาน
Economic เอกชนชี้เดโมแครตชนะกลางเทอม สหรัฐเข้าสู่สมดุลอำนาจใหม่ จับตาภาษี-พลังงาน
เดโมแครตคุมสภา! ศุภจีชี้สหรัฐอาจระวังเกมภาษีมากขึ้น แต่ ART ไทยยังเดินหน้าต่อ
Economic เดโมแครตคุมสภา! ศุภจีชี้สหรัฐอาจระวังเกมภาษีมากขึ้น แต่ ART ไทยยังเดินหน้าต่อ
ไทย-ญี่ปุ่นขยับเกมใหม่ ‘ศุภจี’ ดัน Co-Creation ปั้นอุตสาหกรรมอนาคต 
Economic ไทย-ญี่ปุ่นขยับเกมใหม่ ‘ศุภจี’ ดัน Co-Creation ปั้นอุตสาหกรรมอนาคต 
XPG กำไร Q3 พุ่ง 109% ดัน 9 เดือนแตะ 250 ล้าน สินเชื่อ-KTX หนุน
Finance XPG กำไร Q3 พุ่ง 109% ดัน 9 เดือนแตะ 250 ล้าน สินเชื่อ-KTX หนุน
ดูทั้งหมด

ดีเบต “ขนส่งมวลชนเชียงใหม่”  ติดกรอบปัญหาเรื้อรัง ไร้นโยบายเชิงโครงสร้าง

26 ม.ค. 2569 | 21:40น.
นพ.ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล

เวทีดีเบตผู้สมัคร สส. จังหวัดเชียงใหม่ ชี้ชัดปัญหาขนส่งสาธารณะเป็นโจทย์เรื้อรังของเมือง แม้ทุกพรรคเห็นตรงกัน แต่ข้อเสนอยังแตกต่างกัน ทั้ง“ด้านอำนาจ-งบประมาณ-รูปแบบการลงทุน” ขณะที่นักวิชาการ มช. ชี้ ปัญหาแท้จริงคือโครงสร้างเมืองและอำนาจการตัดสินใจที่ยังไม่อยู่ในมือท้องถิ่น แนะผลักดันเป็นนโยบายระดับชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาสิทธิการเดินทางจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับภาคีเครือข่าย และ TheNorth องศาเหนือ – Localist จัดเวทีสาธารณะ “ขนส่งสาธารณะเชียงใหม่กับ PM2.5” เปิดพื้นที่ให้ตัวแทนผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และแนวทางเชิงนโยบายในการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ให้เป็นเมืองน่าอยู่ ณ โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา อ.เมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมุ่งเชื่อมโยงประเด็น ขนส่งสาธารณะ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่

ประกอบด้วนคำถามสำคัญ 3 ข้อเกี่ยวกับการพัฒนาขนส่งสาธารณะ ได้แก่ 1.จะผลักดันให้เชียงใหม่มีระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพได้อย่างไร 2.จะปรับแก้กฎหมายหรือพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการขนส่งได้อย่างเต็มรูปแบบหรือไม่ 3.จะสามารถปรับโครงสร้างงบประมาณ จากการลงทุนสร้างถนน มาสนับสนุนระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างไร

โดยข้อเสนอและข้อถกเถียงจากเวทีนี้จะถูกรวบรวมเป็น “วาระสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่” เพื่อส่งมอบให้ สส. ที่ได้รับเลือกตั้งนำไปผลักดันต่อในระดับรัฐสภา โดยมีเป้าหมายร่วมคือการยกระดับเชียงใหม่ให้เป็นเมืองน่าอยู่ ลดปัญหารถติด มลพิษ และต้นทุนคุณภาพชีวิตของประชาชน

นพ.ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล ผู้สมัคร สส. เชียงใหม่ เขต 1 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อุปสรรคหลักของการพัฒนาขนส่งมวลชนเชียงใหม่ยังคงอยู่ที่ข้อจำกัดด้านกฎหมายและการปลดล็อกงบประมาณจากส่วนกลาง แม้ท้องถิ่นอย่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่จะเริ่มขยับด้วยโครงการรถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) แล้วก็ตาม แต่ระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะระบบราง ยังจำเป็นต้องอาศัยการตัดสินใจและงบลงทุนจากรัฐบาลกลาง พร้อมระบุว่าบทบาทของ สส. ในสมัยหน้าคือ การผลักดันให้โครงการเหล่านี้ “เกิดขึ้นจริง” ไม่ใช่เพียงคงอยู่ในแผนแม่บท

นพ.ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล

นายยุทธนา สุวรรณ ผู้สมัคร สส. เชียงใหม่ เขต 2 พรรคภูมิใจไทย เสนอแนวคิดรักษา “รถสี่ล้อแดง” ให้ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเดินทางในเชียงใหม่ โดยปรับเปลี่ยนเป็นรถ EV และให้สมาชิกสหกรณ์นครลานนาเป็นผู้เดินรถ ผ่านการกู้เงินเพื่อจัดซื้อรถใหม่ แนวทางดังกล่าวสะท้อนความพยายามลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยและรักษาอาชีพดั้งเดิมของเมือง แต่ยังไม่ชัดเจนว่ารถสี่ล้อแดง EV จะถูกยกระดับให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบขนส่งมวลชนที่มีเส้นทาง ตารางเวลา และการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ หรือยังคงเป็นเพียงการเปลี่ยนรูปแบบยานพาหนะโดยไม่เปลี่ยนโครงสร้างระบบ

ด้านนายธนากร สุภาษา ผู้สมัคร สส. เชียงใหม่ เขต 3 พรรคกล้าธรรม มองว่า ปัญหาขนส่งสาธารณะของเชียงใหม่เป็นปัญหาเรื้อรัง และเสนอให้เลือกระบบที่มีต้นทุนเหมาะสมกับบริบทพื้นที่ โดยชูเทคโนโลยี EV เป็นคำตอบหลัก ทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และภาพลักษณ์การท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอยังอยู่ในระดับเป้าหมายเชิงเทคโนโลยี โดยยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจนของโครงข่าย เส้นทาง แหล่งงบประมาณ และกลไกการดำเนินงานในเชิงระบบ

ขณะที่นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมพู ผู้สมัคร สส. เชียงใหม่ เขต 1 พรรคประชาชน เสนอการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ด้วยการปลดล็อกอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถลงทุนเฉพาะกิจเพื่อจัดทำระบบขนส่งมวลชนได้โดยตรง ลดการพึ่งพาการตัดสินใจจากส่วนกลาง เพื่อแก้ปัญหารถติดและมลพิษในระยะยาว แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการแตะปัญหาเชิงโครงสร้างโดยตรง แต่ยังต้องการความชัดเจนเพิ่มเติมในเรื่องแหล่งเงินลงทุน การกำกับดูแล และการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งขนาดใหญ่ในอนาคต

ผศ.ดร.ณัฐกร วิทิตานนท์ อาจารย์ประจำ สำนักวิชาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัญหาขนส่งสาธารณะของจังหวัดเชียงใหม่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างเมืองที่สำคัญ เนื่องจากเมืองขาดโครงข่ายการเดินทางที่เชื่อมโยงสถานที่ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการไม่มีระบบขนส่งสาธารณะที่สามารถดึงคนออกจากพื้นที่การจราจรหนาแน่น เช่น บริเวณโรงเรียนปริ้นส์–สี่แยกศาลเด็ก ซึ่งมีสถานศึกษาหลายแห่งและเกิดปัญหารถติดจากการรับ–ส่งนักเรียนเป็นประจำ และนำไปสู่ปัญหามลพิษซ้ำซ้อน ขณะที่ปัญหาในลักษณะเดียวกันยังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่สำคัญของเชียงใหม่ โดยไม่มีระบบขนส่งสาธารณะที่สามารถดึงคนออกจากจุดคอขวดเหล่านี้ได้อย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง แต่สะท้อนภาพรวมของเชียงใหม่ในฐานะเมืองที่ขยายตัวอย่างกระจัดกระจาย พึ่งพารถยนต์ส่วนตัวสูง และมีระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่เพียงพอต่อพฤติกรรมการเดินทางในปัจจุบัน ขณะที่ข้อเสนอในเวทีมีตั้งแต่การลงทุนระบบรางที่ต้องใช้งบประมาณมหาศาล รถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) ไปจนถึงการปรับโครงสร้างระบบรถสี่ล้อแดงและรถสองแถวจากต่างอำเภอให้เข้าสู่ระบบเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม การออกแบบระบบขนส่งมวลชนในเชียงใหม่มีความซับซ้อน เนื่องจากมีผู้มีส่วนได้เสียจำนวนมาก ทั้งผู้ประกอบการเดิมและองค์กรที่ถือครองเส้นทาง ทำให้การกำหนดเส้นทางหรือปรับโครงสร้างระบบกระทบต่อกลุ่มต่างๆ โดยตรง

ทั้งนี้ การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการตัดสินใจ เพราะหากเป็นการเดินรถภายในจังหวัด การอนุมัติควรอยู่ในระดับจังหวัด ไม่ต้องผ่านคณะกรรมการจากส่วนกลางหลายชั้นเหมือนในปัจจุบัน

ผศ.ดร.ณัฐกร ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้สมัคร สส. หลายรายในเวทีครั้งนี้ แสดงความเห็นในฐานะปัจเจก มากกว่านโยบายระดับพรรค ซึ่งสะท้อนว่าประเด็นขนส่งสาธารณะยังไม่ถูกยกระดับเป็นนโยบายหลักทางการเมือง ทั้งที่ปัญหานี้ไม่ใช่เฉพาะเชียงใหม่ แต่เป็นปัญหาของเมืองทั่วประเทศที่เติบโตและขยายตัวเกินกว่าระบบเดิมจะรองรับได้ จึงควรผลักดันให้เป็นนโยบายระดับชาติที่ชัดเจน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและโครงสร้างเมืองในระยะยาว

ดีเบต "ขนส่งมวลชนเชียงใหม่"  ติดกรอบปัญหาเรื้อรัง ไร้นโยบายเชิงโครงสร้าง

ดีเบต "ขนส่งมวลชนเชียงใหม่"  ติดกรอบปัญหาเรื้อรัง ไร้นโยบายเชิงโครงสร้าง

ดีเบต "ขนส่งมวลชนเชียงใหม่"  ติดกรอบปัญหาเรื้อรัง ไร้นโยบายเชิงโครงสร้าง