สถานการณ์น้ำมันในจังหวัดสงขลายังน่ากังวล ปั๊มหลายแห่งเปิดขายเพียงครึ่งวันหมด ประชาชนต่างเดือดร้อนหนัก โดยเฉพาะกลุ่มคนขับรถบรรทุกและผู้ประกอบการขนส่งสินค้า จ่อปรับราคาขนส่งเพิ่ม
แหล่งข่าวพนักงานบริษัทขนส่งสินค้ารายหนึ่ง เปิดเผยว่า สถานการณ์กลุ่มรถบรรทุกขนสินค้าระหว่างสายใต้-กรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบแล้ว เนื่องจากหาน้ำมันเติมได้ยาก รวมถึงมีการจำกัดเติมครั้งละไม่ดกิน 1,000 บาท ซึ่งปริมาณเทียบเท่ากับรถปิคอัพเท่านั้น ทำให้รถบรรทุกหลายคันต้องจอดรถทิ้งไว้จนกว่าจะหาปั๊มได้
ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องลดจำนวนเที่ยวขนส่ง จากเดือนละ 5-6 เที่ยว เหลือเพียง 2-3 เที่ยวต่อเดือนเท่านั้น และมีแนวโน้มว่าในอนาคตผู้ประกอบการขนส่งจะต้องปรับราคาเพิ่มขึ้นด้วย
ปัจจุบันปั๊มหลายแห่งมีน้ำมันไม่พอขาย ส่วนใหญ่ขายเพียงครึ่งวันหมด ทำให้ต้องปิดปั๊ม ช่วงกลางคืนก็จะเงียบมาก เมื่อสอบถามเจ้าของปั๊มต่างให้คำตอบที่เหมือนกันว่าบริษัทแม่จำกัดโควตาส่งน้ำมัน เช่น ปั๊มเคยได้รับน้ำมันวันละ 1 คันรถบรรทุก 10 ล้อ หรือประมาณ 16,000 ลิตร ปัจจุบันได้รับน้ำมันเพียง 9,000 ลิตร ซึ่งเป้นปริมาณรวมทั้งดีเซล แก๊สโซฮอร์ 91และ 95 ทำให้ไม่พอขาย
นอกจากนี้ยังพบว่ารถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่วิ่งขนส่งสินค้าระหว่าง จ.สงขลา กับประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ ต่างมารอเติมน้ำมันที่หน้าปั๊มเพราะบริษัทไม่มีน้ำมัน เนื่องจากบริษัทผู้ค้าน้ำมันบางแห่งไม่เปิดขายในระบบบัญชีค้าส่งให้กับผู้ประกอบการ เพื่อสงวนน้ำมันไว้สำหรับลูกค้าที่เข้าเติมในปั๊มเท่านั้น
ส่วนบริษัทผู้ค้าน้ำมันต่างชาติ มีการขายบัญชีค้าส่งเป็นบางวันแต่ราคาสูง เช่น โดยเมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา บริษัทเชลล์เปิดบัญชีค้าส่งเพียงบริษัทเดียว โดยเฉพาะดีเซล และบี 7 ที่ราคาลิตรละ 37.90 บาท และ แก๊สโซฮอร์ 91 ลิตรละ 36 .90 บาท แต่เปิดขายเพียง 1-2 ชั่วโมง ก็จะต้องปิดการขายทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม บริษัทขนส่ง ผู้รับเหมาก่อสร้างฯลฯ ได้ส่งผลกระทบมาก
ส่วนเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนไม่ต่างกัน เพราะปั๊มอิสระที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน ทางหลวงชนบทต่างปิดตัวตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เกิดสงครามในตะวันออกกลาง เพราะคลังน้ำมันไม่ขายน้ำมันบัญชีค้าส่ง
สำหรับน้ำมันเถื่อนที่มีการนำเข้าจากมาเลเซียก็ไม่สามารถที่จะนำเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นใน จ.สงขลา เพราะน้ำมันเถื่อนได้ปรับราคาซื้อขาย 31 บาทต่อลิตร เมื่อรวมต้นทุนอื่น ๆ ราคาอยู่ที่ 35 บาท / ลิตร ส่งผลทำให้น้ำมันเถื่อนลดจำนวนการนำเข้าด้วย
ด้าน นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล เลขานุการและโฆษกกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐวุฒิสภา (สว.) อดีตเจ้าของและผู้บริหาร ห้างหุ้นส่วนจำกัด วันไชยปิโตรเลีย แอนด์ เซอร์วิส ผู้ค้าส่งน้ำมันภาคใต้ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในความเป็นจริงแล้วประเทศไทยไม่ควรเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันภายใน 90 วัน เพราะมีโรงกลั่นน้ำมันดิบ 6 แห่ง และมีการสำรองน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปไว้อยู่แล้ว
ส่วนน้ำมันที่นำเข้ามาก่อนการเกิดสงครามจะไม่ต้องปรับราคาขึ้น เพราะไม่มีผลกระทบกับต้นทุน แต่ปรากฎว่ารัฐบาลกลับปล่อยให้โรงกลั่นปรับขึ้นราคาโดยอ้างถึงภาวะสงคราม อีกทั้งรัฐบาลยังให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยให้กับโรงกลั่นอีกกว่า 17 บาทกว่าต่อลิตร จึงเท่ากับว่ารัฐบาลไปอุดหนุนโรงกลั่นให้มีกำไรเพิ่มขึ้น
นายไชยยงค์ กล่าวต่อว่า ในขณะที่ประชาชนเดือดร้อนแต่ โรงกลั่นกลับมาทำกำไรมากขึ้นและไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม เมื่อโรงกลั่นมีกำไรที่มากขึ้น ไม่มีการขาดทุนจึงไม่สมควรที่จะทำให้น้ำมันขาดแคลน หรือนอกจากจะเก็บไว้เพื่อรอราคาใหม่