เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ฉางอานผุดศูนย์ซ่อมแบตฯอีวี จ่อรุกธุรกิจยูสคาร์-บุก 4 ภูมิภาคทั่วปท. 
Automotive ฉางอานผุดศูนย์ซ่อมแบตฯอีวี จ่อรุกธุรกิจยูสคาร์-บุก 4 ภูมิภาคทั่วปท. 
‘ไดสุเกะ โตโยดะ’ กลับสู่สปอตไลต์ สู่บัลลังก์ ‘โตโยต้า’
Automotive ‘ไดสุเกะ โตโยดะ’ กลับสู่สปอตไลต์ สู่บัลลังก์ ‘โตโยต้า’
คนไทยถือดอลลาร์พุ่ง 8.6 แสนล้าน แห่เปิด ‘บัญชี FCD’ ลงทุนนอก
Finance คนไทยถือดอลลาร์พุ่ง 8.6 แสนล้าน แห่เปิด ‘บัญชี FCD’ ลงทุนนอก
รีเซตบิ๊กกระทรวงเศรษฐกิจ ‘อนุทิน’ แต่งตั้ง-โยกย้าย 90 ตำแหน่ง
Politics รีเซตบิ๊กกระทรวงเศรษฐกิจ ‘อนุทิน’ แต่งตั้ง-โยกย้าย 90 ตำแหน่ง
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
News สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
Business อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
Business รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
Politics ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
เศรษฐกิจภูมิภาค ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
ดูทั้งหมด

เชียงใหม่พบโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า 11 ราย เร่งยกระดับควบคุมโรค 

30 มิ.ย. 2564 | 20:51น.
โควิด

เชียงใหม่แถลงสถานการณ์โควิด-19 พบสายพันธุ์เดลต้า 11 ราย เร่งยกระดับควบคุมโรค 

วันที่ 30 มิถุนายน 2564 นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงสถานการณ์การระบาดของโรค Covid-19 จังหวัดเชียงใหม่ประจำวัน 

ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า วันนี้จังหวัดเชียงใหม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 4 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเป็น 4,169 ราย รักษาหายแล้ว 4,097 ราย ยังคงมีผู้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทุกประเภท จำนวน 46 ราย แยกเป็นโรงพยาบาลรัฐ 37 ราย โรงพยาบาลเอกชน 9 ราย โดยในวันนี้ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมของจังหวัดเชียงใหม่ยังอยู่ที่  26 ราย ขณะที่กลุ่มผู้ติดเชื้อที่ยังรักษาตัวอยู่นั้น แยกเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย (สีเขียว) 28 ราย อาการปานกลาง (สีเหลือง) 14 ราย อาการค่อนข้างหนัก (สีส้ม) 3 ราย และผู้ป่วยอาการหนัก (สีแดง) 1 ราย

การตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มผู้สัมผัสหรือผู้เสี่ยงสูง เมื่อวานนี้ (29 มิ.ย. 64) ตรวจไป 951 ราย พบเชื้อ 4 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.40 ส่วนปัจจัยเสี่ยงยังคงเป็นการนำเชื้อเข้ามาจากต่างจังหวัด ซึ่งผู้ติดเชื้อ 3 รายสัมผัสโรคมาจากต่างจังหวัด และอีก 1 ราย เป็นผู้สัมผัสในครอบครัวต่อจากผู้ที่เดินทางเข้ามาจากต่างจังหวัด จึงขอย้ำเตือนให้ผู้ที่เดินทางเข้าพื้นที่ปฏิบัติตนตามมาตรการของจังหวัดเชียงใหม่อย่างเคร่งครัดจริงจัง ทั้งการสแกน CM CHANA และกักตนเอง ซึ่งหากกักตัวที่บ้านต้องแยกห่างจากคนในครอบครัว เพื่อความปลอดภัยของญาติพี่น้อง แต่ถ้าไม่ปฏิบัติตาม ก็จะพบผู้สัมผัสจำนวนมาก และอาจเกิดการแพร่ระบาดไปในวงกว้างจนกลายเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ได้ 

ด้านการตรวจคัดกรองเชิงรุก ในแคมป์คนงานต่างด้าว ได้ลงพื้นที่สุ่มตรวจไปแล้ว 93 ราย ใน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอจอมทอง ฮอด แม่แจ่ม กัลยาณิวัฒนา และอำเภอไชยปราการ ทั้งหมดผลเป็นลบ ขณะที่คลัสเตอร์ในจังหวัดเชียงใหม่ เหลือคลัสเตอร์ที่เฝ้าระวังอยู่ 4 คลัสเตอร์ ไม่พบผู้ติดเชื้อต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายวันแล้ว 2 คลัสเตอร์ และมีคลัสเตอร์ที่ยังต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดอีก 2 คลัสเตอร์ 

กรณีปรากฏข่าวในโซเชียล ว่า จังหวัดเชียงใหม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้านั้น ได้ชี้แจงว่า เป็นการตรวจพบในครั้งแรกจำนวน 2 ราย และได้แพร่ระบาดในวงญาติใกล้ชิด เพิ่มอีก 9 ราย รวมเป็น 11 ราย ซึ่งเป็นการติดเชื้อจากการนำเข้าแล้วแพร่กระจายในวงเครือญาติ โดยทางสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ได้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด 

รายละเอียดของผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4 ราย คือ CM 4249 ชายอายุ 45 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงของ CM 4220 ที่เป็นบาทหลวงศาสนาคริสต์ที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร แล้วกักตัวที่บ้านโดยมีเพื่อน 3 คน อาศัยอยู่ร่วมกัน ซึ่งเพื่อนได้ตรวจพบเชื้อไปก่อนหน้าแล้ว ส่วนรายนี้ได้กักตัวอยู่ที่บ้าน กระทั่งวันที่ 29 มิถุนายน เริ่มมีอาการไอ จึงเข้ารับการตรวจครั้งที่ 2 และพบเชื้อ ไม่มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเพิ่ม

CM 4250 และ CM 4252 เป็นพ่อลูกชาวเชียงใหม่ที่เดินทางไปค้าขายในกรุงเทพมหานคร โดยพ่ออายุ 75 ปี และลูกชายอายุ 41 ปี ซึ่งลูกชายขายกาแฟอยู่แขวงศรีจันทร์ โดยวันที่ 14 มิถุนายน เริ่มมีอาการไข้ ปวดหัว และวันที่ 18 มิถุนายน เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวกลับมาจังหวัดเชียงใหม่ และเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลแม่แตง ซึ่งพ่อมีอาการทางปอดได้ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสันทรายก่อนที่จะทราบผลว่าติดเชื้อโควิด-19 จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 1 ราย คือ มารดา อยู่ระหว่างรอผลตรวจ และผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำในชุมชน 1 ราย ให้เฝ้าสังเกตอาการ

ส่วน CM 4251 มีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ด้วยสายการบิน Vietjet เที่ยวบินที่ VZ114 ที่นั่ง 27F และได้ใช้บริการรถแท็กซี่สนามบิน แวะปั๊ม ปตท.แม่ริม ก่อนที่จะเข้าพักที่ธารกล่อมโฮมสเตย์ และมีเพื่อนมาหา จากนั้นเช้าวันที่ 29 มิถุนายน อสม.เห็นข้อมูลใน CM CHANA เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปตรวจคัดกรอง และพบเชื้อในวันนี้ (30 มิ.ย. 64) โดยไม่มีอาการ

สำหรับผู้เดินทางเข้ามาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด มียอดสแกน CM CHANA สะสม 21,045 ราย ติดตามตัวได้ 18,055 ราย คิดเป็นร้อยละ 85.79 มีผู้ที่ไม่สแกน CM CHANA ที่ทีมโควิดหมู่บ้านติดตามได้เพิ่มขึ้นพบถึง 72 ราย และยังมีผู้ที่ทีมโควิดหมู่บ้านยังหาตัวไม่พบอีกจำนวนมาก จึงขอให้เจ้าบ้าน ผู้ให้ที่พักอาศัย โรงแรม คอนโดฯ หอพักต่าง ๆ แจ้งต่อผู้ที่เข้าพักให้ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อ พร้อมแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าพนักงานในพื้นที่ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดขึ้นอีกครั้ง หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดตามกฎหมาย 

ทั้งนี้ ประชากรกลุ่มเป้าหมายฉีดวัคซีนของจังหวัดเชียงใหม่อยู่ที่ 1,200,000 คน ขณะนี้มีผู้ประสงค์ฉีดแล้ว 841,825 คน คิดเป็นร้อยละ 70 คงค้างอีกร้อยละ 30 จะถึงเป้าหมายในการเกิดภูมิคุ้มกันหมู่

นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ด้วยกระทรวงมหาดไทย และกรมควบคุมโรค ได้ประสานเน้นย้ำมายังคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ให้กำชับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ ออกคำสั่งเป็นหนังสือแก่ผู้ประกันตนที่ถูก “แยกกัก” หรือ “กักกัน” จากกรณีโรคโควิด-19 เพื่อเป็นเอกสารประกอบการขอรับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย อันเกิดจากการระบาดของโรคติดต่ออันตราย ตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ พ.ศ. 2563 อาทิ ถูกสั่งให้กักตัว สถานประกอบการ/ร้านค้า ถูกสั่งให้ปิดชั่วคราว หรือสถานประกอบการปิดตัวลงในห้วงสถานการณ์โควิด-19

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้มีหนังสือสั่งการไปยังทุกอำเภอแล้ว เพื่อกำชับให้เจ้าพนักงานโรคติดต่อดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว ทั้งนี้ ลูกจ้างจะได้รับสิทธิในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวัน ตลอดระยะเวลาที่มีการกักตัวหรือเฝ้าระวังการระบาด หรือกรณีที่มีคำสั่งปิดสถานที่/สถานประกอบการ แล้วแต่กรณี แต่ไม่เกิน 90 วัน

และจากมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 โดยเฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานหรือคนต่างจังหวัดที่เข้าไปทำงานในพื้นที่ดังกล่าว กลับมายังภูมิลำเนามากขึ้น ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดเชียงใหม่ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้มีมติออกคำสั่งที่ 69/2564 เรื่องห้ามบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านและบริเวณต่อเนื่อง เพื่อให้การควบคุมและป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีสาระสำคัญคือ ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากกรมสรรพสามิต สามารถบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านและบริเวณต่อเนื่อง ได้ถึงเวลา 21.00 น. และให้ปิดร้านในเวลา 22.30 น. ส่วนการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ให้จำหน่ายได้ระหว่างเวลา 11.00-14.00 น. และเวลา 17.00-21.00 น. ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2564