ผู้ว่าฯสมุทรสาคร เล็งสั่งปิดโรงงานในสมุทรสาครไม่ทำ รพ.สนาม FAI 10%

ผู้ว่าฯสมุทรสาคร

ผู้ว่าฯสมุทรสาครเล็ง ”สั่งปิดโรงงาน” ไม่ทำ รพ.สนาม FAI 10% ภายใน 7 วัน เผย โรงงานทั้งจังหวัดเกือบ 7 พันแห่ง แจ้งทำ FAI 674 แห่ง รวม 16,445 เตียง ชี้หากโรงงานใดทำแค่โชว์ แต่ไม่มีมาตรการดูแลรักษา ต้องถูกสั่งปิดทันทีเช่นกัน

วันที่ 31 กรกฎาคม 2564 รายงานข่าวจากสมุทรสาคร เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 วันที่ 30 กรกฎาคม 2564 เวลา 24.00 น. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 1,178 ราย แบ่งเป็น ผู้ติดเชื้อจากการค้นหาเชิงรุก 240 ราย โรงพยาบาล 938 ราย ในจำนวนนี้แบ่งเป็นในจังหวัด 728 ราย และนอกจังหวัด 210 ราย เสียชีวิต 4 ราย เสียชีวิตสะสม 127 ราย รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสม 48,389 ราย ขณะนี้มีผู้ป่วยอยู่ระหว่างรักษา 17,831 ราย รักษาหาย 13,144 ราย

วานนี้ (30 ก.ค.) นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ที่ประชุมได้มีการหารือติดตามปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการจัดทำสถานที่กักตัว หรือโรงพยาบาลสนามในสถานประกอบการ ( Factory Accommodation Isolation : FAI ) หลังจากที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครได้สั่งการให้สถานประกอบการทุกแห่งที่มีคนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป หรือใช้เครื่องจักร 50 แรงม้าขึ้นไปต้องจัดทำพื้นที่รองรับการกักตัวผู้ติดเชื้อของโรงงานให้มีเตียงไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 และต้องเพียงพอต่อการแยกกักตัวของผู้ติดเชื้อในโรงงานตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข โดยให้เร่งจัดทำ FAI ให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ หรือขีดเส้นตายภายในวันที่ 30 กรกฎาคม 2564

ในที่ประชุมได้มีรายงานว่า ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีสถานประกอบการต่าง ๆ ได้แจ้งสถานที่เพื่อจัดทำ FAI มาแล้วประมาณ 674 แห่ง มีเตียงโดยรวมราว ๆ 16,445 เตียง ซึ่งสถานประกอบการหลาย ๆ แห่งใช้วิธีการรวมตัวกันแล้วจัดตั้ง FAI ขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียว เพื่อให้สะดวกในการวางมาตรการด้านสาธารณสุขทั้งเรื่องระบบการให้บริการทางการแพทย์ ลดจำนวนแพทย์-พยาบาลที่ต้องมาดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ และการกำจัดขยะติดเชื้อ เป็นต้น ส่วนโรงงานที่อ้างว่าไม่มีสถานที่จัดทำ FAI หรือ ยังไม่พร้อมนั้น ทางคณะกรรมการโรคติดต่ออยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อสั่งปิดโรงงานตามมาตรการต่อไป

นอกจากนี้ที่ประชุมได้มีการหารือถึงสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของจังหวัดสมุทรสาคร และการปรับมาตรการเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อในชุมชนเข้าสู่ศูนย์พักคอยคนสาคร หรือโรงพยาบาล สนามในชุมชน CI – Community Isolation และการดูแลกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการที่ยังนอนรอเตียงอยู่ในที่พัก หรือกักตัวอยู่ที่บ้าน เพื่อรักษาตนเองตามมาตรการ HI – Home Isolation โดยในส่วนของการรับผู้ติดเชื้อเข้าสู่ศูนย์พักคอยคนสาคร CI – Community Isolation นั้น ที่ประชุมเห็นสมควรว่า ผู้ที่จะเข้าสู่ศูนย์ CI จะต้องผ่านการตรวจด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kits (ATK) มีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เป็นผู้ตรวจให้เท่านั้น

ส่วนประชาชนที่ซื้อมาตรวจเอง ไม่สามารถนำมายืนยันเพื่อขอเข้าศูนย์ CI ได้โดยตรง เพียงแต่เป็นตัวแสดงที่บ่งบอกว่า มีความเสี่ยงสูงเป็นผู้ติดเชื้อเท่านั้น และจะได้รับการตรวจยืนยันอีกครั้งจากเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ทั้งนี้เพื่อให้ รพ.สต.ที่เป็นเสมือนโรงพยาบาลด่านหน้า เป็นผู้ทำหน้าที่คัดกรองอาการของผู้ติดเชื้อก่อนว่า มีอาการอยู่ในระดับใด สมควรให้เข้าสู่ศูนย์ CI หรือ HI หรือ โรงพยาบาลสนาม หรือเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล

อีกทั้งผู้ที่ผ่านการตรวจหาเชื้อจาก รพ.สต. นั้น ทางเจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลเข้าสู่ระบบได้ทันที รวมถึงยังสามารถระบุได้ด้วยว่า สมควรที่จะได้รับยาหรือไม่ หากต้องรับยาจะเป็นฟ้าทะลายโจร หรือ ฟาวิพิราเวีย ที่ต้องสั่งโดยแพทย์ ซึ่งจะได้ส่งข้อมูลต่อไปยังโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์สั่งยาฟาวิพิราเวีย ให้กับผู้ติดเชื้อต่อไป นับเป็นการดำเนินงานเชิงรุกและรวดเร็วต่อการรับยาเพื่อการยับยั้งความรุนแรงโรคไม่ให้กลุ่มสีเขียวกลายเป็นสีเหลือง

ในช่วงต้นเดือนนี้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครจะได้รับยาฟาวิพิราเวีย เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เพียงพอต่อการให้ยากับผู้ติดเชื้อบางส่วน ดังนั้นเรื่องของการคัดกรองจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำแบบเข้าถึง และรวดเร็วมากที่สุด


นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาครไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการปิดเมือง แต่เน้นไปที่มาตรการควบคุมสถานประกอบการหรือโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อให้ปฏิบัติตามคำสั่งการจัดตั้ง FAI หรือสถานที่กักตัวของโรงงาน เพราะทุกวันนี้พบกลุ่มผู้ติดเชื้อในโรงงานเป็นจำนวนมาก จึงต้องควบคุมกลุ่มคนเหล่านี้ก่อน ไม่ให้ออกมาปะปนกับคนในชุมชน

การทำ FAI ในโรงงานนั้น ไม่จำเป็นว่าจะต้องทำ 1 สถานประกอบการต่อ 1 แห่ง แต่หลาย ๆ สถานประกอบการอาจจะรวมตัวกันจัดทำ FAI หรือสถานที่กักตัวเพียง 1 แห่งก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรการฐานของสาธารณสุขคือ มีจำนวนเตียงที่เพียงพอต่อการรองรับผู้ติดเชื้อไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 หรือให้เพียงพอต่อจำนวนผู้ติดเชื้อนั่นเอง และถ้าในโรงงานมีสถานที่ไม่เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องทำในโรงงาน แต่ต้องหาสถานที่ ๆ เหมาะสมจัดทำเพื่อรองรับพนักงานของโรงงานตัวเองให้ได้ โดยการประชุมในวันนี้ได้มีการพิจารณาว่า จะมีสถานประกอบการใดถูกสั่งปิดหรือไม่นั้น จะต้องรอให้การประชุมเสร็จสิ้นลงและออกคำสั่งให้เป็นที่เรียบร้อยก่อน จึงจะประกาศให้ทราบต่อไป

นายวีระศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า อยากจะบอกถึงสถานประกอบการทุกแห่งว่า การทำ FAI หรือสถานที่กักตัวของโรงงานนั้น คือความรับผิดชอบของสถานประกอบการทุกแห่งที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง และต้องปฏิบัติตามให้เห็นผลเป็นรูปธรรมด้วย อีกทั้งจะต้องมีมาตรการในการดูแลผู้ติดเชื้อตามมาตรการของสาธารณสุขและคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ไม่ใช่ทำขึ้นมาเพื่อถ่ายภาพ หรือทำขึ้นมาเพียงแค่ต้องการแสดงให้เห็นว่าโรงงานได้ทำแล้ว จากนั้นปล่อยปละละเลย โดยหากโรงงานใดปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดยังสามารถเปิดโรงงานทำงานได้ต่อไป แต่หากโรงงานใดทำขึ้นมาเพียงแค่ถ่ายภาพโชว์ หรือทำแล้ว แต่ไม่มีมาตรการในการดูแลรักษา จะต้องถูกสั่งปิดทันที

นายวีระศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นสูงมากทุกวันนั้น ไม่อยากให้ทุกคนไปกังวลใจกับยอดตัวเลขที่เพิ่มขึ้น เพราะตัวเลขที่สูงขึ้นมาจากการเร่งตรวจเพิ่มมากขึ้นและทำงานเชิงรุกมากขึ้น เพื่อแยกคัดกรองและแยกผู้ติดเชื้อออกมาให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ