ซิงเกอร์ ปรับลุกสู่ไลฟ์สไตล์แบรนด์ ประเดิมบิวตี้โปรดักต์จับคนรุ่นใหม่

กลุ่มผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม-ม้วน-หนีบ-เป่า-ไดร์

ซิงเกอร์ เดินหน้าทรานส์ฟอร์มสู่ไลฟ์สไตล์แบรนด์แตกไลน์ “บิวตี้โปรดักต์” ชูดีไซน์เรียบหรู-ฟังก์ชั่นครบ ในราคาจับต้องได้ หวังจับกลุ่มคนรุ่นใหม่

วันที่ 1 ธันวาคม 2565 นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER กล่าวว่า เตรียมทุ่มงบฯ ปีละ 100 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าปรับภาพลักษณ์ซิงเกอร์เป็น Lifestyle Brand ให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Millennials เพื่อเชื่อมต่อแบรนด์เข้ากับผู้บริโภครุ่นใหม่ และสร้างความผูกพันระยะยาว

ด้วยกลยุทธ์ Brand Modernization หรือการเพิ่มความทันสมัยให้แบรนด์ แต่ยังคงจุดแข็งในเรื่องคุณภาพ ความคงทน ราคาเข้าถึงได้ บริการที่เข้าถึงง่ายและความเป็นกันเองเอาไว้

ด้วยการเพิ่มสินค้ากลุ่ม “บิวตี้โปรดักต์” หวังให้เป็นสะพานเชื่อมแบรนด์ SINGER กับผู้บริโภครุ่นใหม่ เนื่องจากปัจจุบันความงามไม่มีเพศ หลังคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับความงามและบุคลิกภาพที่ดี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชายที่หันมาสนใจเรื่องการพัฒนาบุคลิกภาพและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ด้วย

สำหรับสินค้าบิวตี้โปรดักต์ชุดแรกนี้จะเป็นอุปกรณ์ทำผม ซึ่งยังมีช่องว่างให้เข้าไปทำตลาดได้ เนื่องจากผู้บริโภคยังมองหาสินค้าคุณภาพ มีความคงทน ใช้งานได้นานในราคาจับต้องได้ พร้อมประกันสินค้าและบริการหลังการขาย

Advertisment

โดยสินค้าชุดแรกในไลน์บิวตี้โปรดักต์ ประกอบด้วยเครื่องม้วนผมอัตโนมัติ ราคา 1,990 บาท, เครื่องทำผมลอนมาม่า ราคา 1,850 บาท, เครื่องหนีบผม 2 In 1 ราคา 1,890 บาท และไดร์เป่าผม ราคา 1,490 บาท ซึ่งมาพร้อมฟังก์ชั่นความปลอดภัย อาทิ ตัดไฟอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้นาน 30 นาที รวมถึงฟังก์ชั่นเสริมอย่าง การปล่อยประจุไอออน ทำความร้อนได้เร็ว ฯลฯ และรับประกันสินค้านาน 2 ปี พร้อมบริการหลังการขายจาก SINGER

นอกจากนี้ยังเตรียมกระตุ้นการขายด้วยแคมเปญ-โปรโมชั่นในช่วงเทศกาล อาทิ Flash Sales, Double Day, Gift Festival โดยมีส่วนลดสูงสุดถึง 40% ก่อนจะเปิดตัวสินค้าใหม่เพิ่มอีกในปี 2566 ที่จะถึง

พร้อมสร้างการรับรู้ด้วยแคมเปญ “จริตจะกล้า” สะท้อนความคิดกล้าสวย หล่อ ในแบบของตัวเอง ก้าวข้ามค่านิยมเดิม เจาะไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ผ่านช่องทาง Omnichannel ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ และการสื่อสารผ่าน KOL อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ได้สัมผัสและเข้าถึงสินค้าและแบรนด์