เปิดประวัติ แป้งตรางู แป้งเย็นที่คู่คนไทย ทุกวัย ทุกฤดูร้อน

แป้งตรางู แป้งเย็นตรางู อังกฤษตรางู แป้งเย็น

เปิดประวัติ แป้งเย็นตรางู หนึ่งในแป้งเย็นยอดนิยม ไอเท็มคลายร้อนยอดฮิตคู่คนไทย

แป้งเย็น หนึ่งในไอเท็มยอดนิยมสำหรับหน้าร้อนของใครหลายคน และเป็นไอเท็มประจำตัวของผู้ที่ต้องฝ่าฟันกับอากาศร้อนในเมืองไทยเป็นประจำ

หนึ่งในแบรนด์แป้งเย็นที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย คือ ตรางู (Snake Brand) หรืออีกชื่อเล่นของแป้งเย็นยี่ห้อนี้ที่หลายคนอาจคุ้นเคยคือ แป้งเย็นปริกลี่ฮีท (Prickly Heat) หรือแป้งตรางูเซนลุกซ์ (St.Luke’s) ซึ่งอยู่คู่คนไทย ให้ความเย็นและคลายความร้อนให้กับคนไทยมาแล้วหลายยุค หลายสมัย

วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” ต้อนรับช่วงฤดูร้อนในประเทศไทยที่ร้อนสุดขีด ชวนย้อนเรื่องราวความเย็นสุดอมตะที่อยู่คู่คนไทยมาแล้วหลายยุคสมัย

จุดเริ่มต้นแบรนด์ “ตรางู”

จุดเริ่มต้นของแบรนด์ดังกล่าว ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2435 นายแพทย์โธมัส เฮย์วาร์ด เฮส์ นายแพทย์ชาวอังกฤษ ร่วมทุนกับ ดร.ปีเตอร์ กาแวน เปิดห้างขายยาอังกฤษตรางู (British Dispensary) เพื่อจำหน่ายยาแผนปัจจุบัน และสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ และเป็นร้านขายยาสมัยใหม่แห่งแรกในสยามประเทศ ที่มีเภสัชกรอยู่ประจำร้าน

Advertisment

สำหรับชื่อ “ห้างขายยาอังกฤษตรางู” ที่มีการเรียกว่าตรางูด้วยนั้น มาจากโลโก้ “งูมีลูกศรปัก” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำห้างขายยาแห่งนี้ โดยมีความหมายว่า “งูเป็นอสรพิษ” เปรียบเสมือน โรคภัยไข้เจ็บ ขณะที่ “ลูกศร” เปรียบเสมือน ยารักษาโรค

สัญลักษณ์ดังกล่าว จึงเป็นการสื่อความหมายว่า การรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ซึ่งตรงกับความเป็นห้างขายยา

สินค้าหลัก ๆ ของห้างขายยาแห่งนี้ นอกจากยาแผนปัจจุบันแล้ว ยังเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของเซนลุกซ์ ของประเทศอังกฤษ เช่น สบู่เซนลุกซ์ น้ำมันเซนลุกซ์ รวมไปถึงน้ำมันตับปลา (Scott’s Emulsion) ยาแก้ปวดเพอร์รี่เดวิส (Perry Davis’s Painkiller)

กิจการของห้างขายยาอังกฤษตรางูดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง มีการขยายสาขา และเปลี่ยนมือเจ้าของกิจการ ซึ่งเป็นหมอชาวอังกฤษด้วยกัน ให้เข้ามาดูแลกิจการแห่งนี้ต่อ

Advertisment

กระทั่งเข้าสู่การเปลี่ยนมือเจ้าของกิจการครั้งสำคัญ เมื่อ มร.แมคเบธ (Mr. Mcbeth) เจ้าของกิจการรุ่นที่ 2 ผู้อยู่กับห้างขายยาแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2441 ต้องการเดินทางกลับประเทศของตน จึงดำริที่จะขายกิจการทั้งหมด โดยทั้งมูลค่าของทรัพย์สิน ตลอดจนตำรับยาต่าง ๆ พร้อมลิขสิทธิ์ในการเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เซนลุกซ์ เป็นเงินทั้งสิ้น 100,000 บาท โดย นายล้วน ว่องวานิช เป็นผู้รับซื้อกิจการทั้งหมดมาดำเนินการต่อ เมื่อ ปี 2471

จุดกำเนิด “แป้งเย็น” ตำรับแรกของโลก

หลังจากห้างขายยาอังกฤษตรางู ถูกเปลี่ยนมือมาเป็นของคนไทยโดยตระกูล “ว่องวานิช” กิจการยังคงดำเนินการไปตามที่เคยเป็น แต่มีการปรับปรุงและเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น แป้งน้ำมะโนลา ที่ภายหลังกลายเป็น แป้งน้ำควินนา ที่เพิ่มความหอมและความเย็นเข้าไปในแป้งน้ำด้วย หรือแม้แต่แป้งเด็กเซนลุกซ์ และแป้งเย็น ที่กลายเป็นตำนานบทใหม่ของห้างขายยาแห่งนี้

จุดกำเนิดแป้งเย็นเจ้าแรกของโลก เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2490 มีทนายความชื่อนายบริสเบน มาหาหมอ Oakley (โอคเลย์) หมอประจำห้างขายยาอังกฤษตรางู เนื่องจากเมืองไทยอากาศร้อน จึงเป็นผดผื่นคัน หมอให้คาลาไมน์โลชั่นไปทา แต่ใช้แล้วไม่หาย

หมอล้วนจึงผสมแป้งและเพิ่มความเย็นให้นายบริสเบนใช้ ปรากฏว่าได้ผลดี ผดผื่นคันหายและยังสบายตัว สรรพคุณของแป้งเย็นตรางูจึงเป็นที่เลื่องลือกันไปปากต่อปาก และได้รับความนิยมมาก จึงกลายเป็นสูตรของแป้งเย็นปริกลี่ฮีท (Prickly Heat) ของตรางู ที่เป็นตำรับแรก ๆ ของโลก และวางขายทั่วไป

เวลาผ่านไป การตอบรับยิ่งดีขึ้น ปี 2495 หมอล้วนจึงคิดค้นวิธีเก็บความเย็นให้นานยิ่งขึ้น และใช้สะดวก จึงเป็นที่มาของกระป๋องเหล็กอันเป็นเอกลักษณ์ของแป้งตรางู ที่ยังคงรูปแบบที่คนไทยเห็นก็ต้องรู้จักมายาวนาน

โดยในช่วงแรกนั้นกระป๋องต้องนำเข้าจากฮ่องกง จนกระทั่งประสบภาวะกระป๋องขาดแคลน ประกอบกับประเทศไทยสามารถผลิตกระป๋องได้เอง จึงเปลี่ยนมาใช้กระป๋องที่ผลิตภายในประเทศไทย

จวบจนวันนี้ เป็นเวลากว่า 70 ปี ที่แป้งเย็นแบรนด์นี้ ตำรับนี้ และกระป๋องเหล็กที่เราทุกคนคุ้นเคย ก็ยังคงอยู่และให้ความเย็นสบายแบบไทย ๆ กับคนไทยและคนต่างชาติ

“นึกถึงทีไร…เย็นซ่าจับใจ”

ความเย็นของแป้งตรางู กลายเป็นจุดเด่นและจุดขายสำคัญของแป้งเย็นแบรนด์นี้ ที่มความเย็นซ่า เย็นสบาย สู้กับอากาศในเมืองไทย และโฆษณาคือหนึ่งในเครื่องมือของแป้งตรางูที่สื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างการจดจำในเรื่องความเย็นซ่า ผ่านท่าทางและเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงคีย์เวิร์ดสำคัญ “นึกถึงทีไร…เย็นซ่าจับใจ” แบบในโฆษณาด้านล่างนี้

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้าโฆษณาชุดที่ยกมาให้ได้รับชมนั้น แป้งตรางูเคยทำโฆษณาในแบบการ์ตูน ซึ่งเป็นครั้งแรก ๆ ในประเทศไทยที่มีการทำโฆษณาแบบการ์ตูน โดยผลงานดังกล่าวมาจากฝีมือการวาดของ อ.สรรพสิริ วิรยศิริ ผู้บุกเบิกงานโฆษณาของประเทศไทย

“ตรางู” ที่ไม่ได้มีแค่แป้งเย็น

ในยุคก่อนหน้านี้ ผลิตภัณฑ์ภายใต้อังกฤษตรางู นอกจากแป้งเย็น แป้งเด็ก แป้งน้ำแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ยารักษาโรคต่าง ๆ โดยในขณะนั้นจะใช้แบรนด์หลัก 2 แบรนด์คือ เซนลุกซ์ (ST.Luke’s) และควินนา (Quina)

นับตั้งแต่การเข้ามาดูแลธุรกิจของ อนิรุธ ว่องวานิช ในปี 2528 การเกิดขึ้นของผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เริ่มมีมากขึ้น ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เด็ก สบู่เย็น แชมพูเย็น และผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อีกมากมาย

มาจนถึงปัจจุบันที่ความเย็นแบบแป้งตรางู มีให้เลือกหลากหลายกว่าเดิม ตั้งแต่แป้งเย็น สเปรย์เย็น ทิชชู่เปียก คูลลิ่งมิสท์ (Cooling Mist) แป้งน้ำ และเจลอาบน้ำ-สบู่อาบน้ำ รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น หน้ากากอนามัย สเปรย์สำหรับพ่นในช่องปาก

ภาพจาก snakebrand.co.th
ภาพจาก snakebrand.co.th

นอกจากนี้ยังมี แบรนด์ อื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ “อังกฤษตรางู” ทั้ง เซนลุกซ์ (แป้งเด็ก, ยา), ที ทรี (TEA TREE), สกาแคร์ (Scacare), ไลฟ์ทูน (Lifetune), สกีโทลีน (Sketolene) และแบรนด์น้องใหม่อย่าง สเนคแบรนด์ เฮอร์บาซูติค (Snakebrand Herbaceutic) ที่ใช้สารสกัด CBD จากกัญชง

ภาพจาก snakebrand.com

เปิดรายได้ “อังกฤษตรางู”

ปัจจุบัน “อังกฤษตรางู” ดำเนินการภายใต้กลุ่มธุรกิจอังกฤษตรางู โดยแยกเป็น 6 บริษัท คือ

  • บริษัท ห้างขายยาอังกฤษ (ตรางู) จำกัด
  • บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) จำกัด
  • บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) สาย 5 จำกัด
  • บริษัท บริทิช ดิสเพนซารี่ คอนซูมเมอร์ จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท บริทิช ดิสเพนซารี่ เฮลท์แคร์ จำกัด
  • บริษัท บริทิช ดิสเพนซารี่ โฮลดิ้ง จำกัด

โดยรายได้ของแต่ละบริษัท จากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นดังนี้

บริษัท ห้างขายยาอังกฤษ (ตรางู) จำกัด

จดทะเบียนเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2491 ทุนจดทะเบียน 60,000,000.00 บาท ประกอบธุรกิจขายปลีกสินค้าอุปโภค บริโภคขายส่งสินค้าทางเภสัชกรรมและเวชภัณฑ์

ปี 2563

  • รายได้รวม 79,088,916.47 บาท
  • รายจ่ายรวม 76,592,213.19 บาท
  • กำไรสุทธิ 1,763,528.72 บาท

ปี 2564

  • รายได้รวม 70,396,563.81 บาท
  • รายจ่ายรวม 67,318,958.57 บาท
  • กำไรสุทธิ 2,387,361.58 บาท

บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) จำกัด

จดทะเบียนเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2506 ทุนจดทะเบียน 120,000,000.00 บาท ประกอบธุรกิจการผลิตเภสัชภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ที่ใช้รักษาโรค

ปี 2563

  • รายได้รวม 409,701,180.50 บาท
  • รายจ่ายรวม 395,639,227.99 บาท
  • ขาดทุนสุทธิ 4,061,018.89 บาท

ปี 2564

  • รายได้รวม 478,890,459.16 บาท
  • รายจ่ายรวม 425,007,563.16 บาท
  • กำไรสุทธิ 39,108,228.97 บาท

บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) สาย 5 จำกัด

จดทะเบียนเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2542 ทุนจดทะเบียน 30,000,000.00 บาท ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องสำอาง

ปี 2563

  • รายได้รวม 95,440,223.03 บาท
  • รายจ่ายรวม 98,156,042.87 บาท
  • ขาดทุนสุทธิ 3,826,573.36 บาท

ปี 2564

  • รายได้รวม 81,009,975.78 บาท
  • รายจ่ายรวม 81,009,975.78 บาท
  • ขาดทุนสุทธิ 1,692,400.81 บาท

บริษัท บริทิช ดิสเพนซารี่ คอนซูมเมอร์ จำกัด (มหาชน)

จดทะเบียนมาตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2533 ในชื่อ บริษัท ฟาร์มาคอสเม็ท จำกัด และแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2548 และเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อปัจจุบัน เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2558

สำหรับ บริทิช ดิสเพนซารี่ คอนซูมเมอร์ ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 270,000,000.00 บาท ประกอบธุรกิจจำหน่ายเครื่องสำอาง เวชภัณฑ์ ครีมบำรุงต่าง ๆ ภายใต้แบรนด์ ที ทรี (TEA TREE) และสกาแคร์ (Scacare)

ปี 2563

  • รายได้รวม 360,639,414.00 บาท
  • รายจ่ายรวม 361,010,335.00 บาท
  • ขาดทุนสุทธิ 4,132,158.00 บาท

ปี 2564

  • รายได้รวม 333,641,309.00 บาท
  • รายจ่ายรวม 307,479,090.00 บาท
  • กำไรสุทธิ 19,216,483.00 บาท

บริษัท บริทิช ดิสเพนซารี่ เฮลท์แคร์ จำกัด

จดทะเบียนเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2553 ทุนจดทะเบียน 10,000,000.00 บาท ประกอบธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องสำอาง

ปี 2563

  • รายได้รวม 168,426,538.04 บาท
  • รายจ่ายรวม 151,008,251.30 บาท
  • กำไรสุทธิ 13,201,033.48 บาท

ปี 2564

  • รายได้รวม 188,400,335.27 บาท
  • รายจ่ายรวม 188,400,335.27 บาท
  • ขาดทุนสุทธิ 10,543,166.50 บาท

บริษัท บริทิช ดิสเพนซารี่ โฮลดิ้ง จำกัด

จดทะเบียนเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2538 ทุนจดทะเบียน 250,000,000.00 บาท ประกอบธุรกิจบริการให้เช่าอาคารสถานที่

ปี 2563

  • รายได้รวม 870,519.81 บาท
  • รายจ่ายรวม 821,275.85 บาท
  • กำไรสุทธิ 49,243.96 บาท

ปี 2564

  • รายได้รวม 1,331,872.35 บาท
  • รายจ่ายรวม 670,559.13 บาท
  • ขาดทุนสุทธิ 10,543,166.50 บาท

ข้อมูลจาก britishdispensary.com, snakebrand.co.th, BrandAge, ศิลปวัฒนธรรม, YouTube Snake Brand,