เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อนุทิน ไฟเขียวให้ขยายงบสู้ ‘น้ำท่วม’ ถ้าไม่พอ เปิดช่อง “Work from Home”
Politics อนุทิน ไฟเขียวให้ขยายงบสู้ ‘น้ำท่วม’ ถ้าไม่พอ เปิดช่อง “Work from Home”
สายไหมต้องรอด! ชาวบ้านแห่กักตุนเสบียง ไข่ไก่เกลี้ยงแผง ร้านสะดวกซื้อบางสาขาไร้บะหมี่ฯ
News สายไหมต้องรอด! ชาวบ้านแห่กักตุนเสบียง ไข่ไก่เกลี้ยงแผง ร้านสะดวกซื้อบางสาขาไร้บะหมี่ฯ
“พจน์” เตือนธุรกิจวางแผนรับมือน้ำท่วม เช็กเครื่องจักร-ขนส่ง พร้อมปรับเวลางานพนักงาน
Economic “พจน์” เตือนธุรกิจวางแผนรับมือน้ำท่วม เช็กเครื่องจักร-ขนส่ง พร้อมปรับเวลางานพนักงาน
แชร์เทคนิค ขับรถลุยน้ำท่วม ขับอย่างไรไม่ให้เครื่องดับ-รถพัง ?
ไฮไลท์ประชาชาติ แชร์เทคนิค ขับรถลุยน้ำท่วม ขับอย่างไรไม่ให้เครื่องดับ-รถพัง ?
10 วิธีรับมือปฏิบัติ ให้อยู่รอดปลอดภัยในช่วงน้ำท่วม
Biz Movement 10 วิธีรับมือปฏิบัติ ให้อยู่รอดปลอดภัยในช่วงน้ำท่วม
สทนช.ปรับแผนเขื่อนใหญ่ คุมเจ้าพระยาไม่เกิน 2,300 ลบ.ม./วินาที เร่งผันน้ำเข้าทุ่ง
Economic สทนช.ปรับแผนเขื่อนใหญ่ คุมเจ้าพระยาไม่เกิน 2,300 ลบ.ม./วินาที เร่งผันน้ำเข้าทุ่ง
คพ.เตือน “ปั๊มน้ำมัน-สารเคมี” เสี่ยงรั่วช่วงน้ำท่วม กทม. ย้ำบทเรียนปี 54
Economic คพ.เตือน “ปั๊มน้ำมัน-สารเคมี” เสี่ยงรั่วช่วงน้ำท่วม กทม. ย้ำบทเรียนปี 54
“ชัชชาติ” ประชุมออนไลน์ “นายกฯ” ติดตามน้ำท่วม สั่งจัดงบแก้ปัญหา ช่วยเหลือประชาชน
News “ชัชชาติ” ประชุมออนไลน์ “นายกฯ” ติดตามน้ำท่วม สั่งจัดงบแก้ปัญหา ช่วยเหลือประชาชน
ทรงศักดิ์ รับคุมฝนยาก จาก ‘เอาอยู่’ กลายเป็น ‘เอาไม่อยู่’ – ยันไม่ถึงขั้น ‘มหาวาตภัย’
Economic ทรงศักดิ์ รับคุมฝนยาก จาก ‘เอาอยู่’ กลายเป็น ‘เอาไม่อยู่’ – ยันไม่ถึงขั้น ‘มหาวาตภัย’
น้ำท่วมเทศบาลเมืองอรัญฯ ประชาชนเดือดร้อนกว่า 7 พันคน คาดกระทบต่อเนื่อง 5 วัน
เศรษฐกิจภูมิภาค น้ำท่วมเทศบาลเมืองอรัญฯ ประชาชนเดือดร้อนกว่า 7 พันคน คาดกระทบต่อเนื่อง 5 วัน
ดูทั้งหมด

“ช่อง3” ขนทัพละครดังปั๊มรายได้ลุ้นโตดับเบิลดิจิต

10 มิ.ย. 2566 | 17:34น.
สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ ช่อง3

ช่อง 3 เร่งปั๊มรายได้ ส่งละครใหม่ “พรหมลิขิต-เกมรักทรยศ” โกยเรตติ้งต่อจาก “หมอหลวง” พร้อมทุ่มงบฯ 2-3 พันล้านผลิตละครใหม่ 25 เรื่องต่อปี ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการผลิตคอนเทนต์ เพิ่มความเข้มข้นขายลิขสิทธิ์ละครไปต่างประเทศ ตั้งเป้าสิ้นปีโตดับเบิลดิจิต

นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายธุรกิจโทรทัศน์ สำนักผู้บริหาร บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC เปิดเผยว่า ไตรมาส 1/2566 ที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานของของบริษัทอาจจะไม่ค่อยดีนักเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยในแง่รายได้อยู่ที่ 995.9 ล้านบาท ลดลง 245 ล้านบาท หรือลดลงประมาณ 19.7% จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา และมีกำไร 3.7 ล้านบาท หรือลดลง 97%

ทั้งนี้ ปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกและภาวะเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจกระทบความเชื่อมั่นในการลงทุนและการใช้จ่าย จากการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ส่งผลให้หลายธุรกิจชะลอใช้เม็ดเงินโฆษณา โดยเม็ดเงินโฆษณาในสื่อโทรทัศน์มีการปรับตัวลดลง 10.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา

“ไตรมาสแรกเราได้นำละครเก่ามารีรัน และเลื่อนออกอากาศละคร ‘หมอหลวง’จากเดิมที่จะออกอากาศในไตรมาสแรก มาเป็นไตรมาส 2 เนื่องจากดีมานด์ในอุตสาหกรรมมีไม่มาก และเป็นการลดต้นทุน ทำให้ไตรมาสแรกรายได้จากละครลดลง”

อย่างไรก็ตาม คาดว่าในไตรมาส 2 บริษัทจะกลับมามีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น โดยคาดว่ารายได้จะเติบโตดับเบิลดิจิต ส่วนหนึ่งจะมาจากละคร “หมอหลวง” ที่ผลการตอบรับค่อนข้างดี สะท้อนจากเรตติ้งที่สูงถึง 6.7-6.8 ในทุกตอนที่ออนแอร์ ซึ่งนับเป็นละครเรื่องแรกที่ประสบความสำเร็จในรอบ 3 ปีของช่อง 3 รวมถึงยังได้รายการข่าวที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง อย่างช่วงดีเบตระหว่างพรรคการเมืองที่สามารถดึงเรตติ้งผู้ชมได้มากกว่าช่องอื่น อีกทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มกลับมาก็ทำให้เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว ทำให้ห้างร้านซึ่งเป็นลูกค้าช่อง 3 ใช้งบฯโฆษณามากขึ้น

นอกจากนี้ ในครึ่งปีหลังยังมีแผนจะส่งละครใหม่ที่คาดหวังว่าจะมีเรตติ้งเหมือนหมอหลวง อย่างพรหมลิขิต (บุพเพสันนิวาส 2) และเกมรักทรยศ ที่เป็นการนำพลอตเรื่องจากต่างประเทศมาทำใหม่ในเวอร์ชั่นไทย นอกจากนี้ ก็ยังมีภาพยนตร์ที่ปีนี้จะสร้าง 3-4 เรื่อง และจะออกฉายในโรงภาพยนตร์ 2 เรื่องในไตรมาส 3 และ 4 จากปีก่อนออกฉาย 1 เรื่อง

“ปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้เป็นดับเบิลดิจิต จากปีก่อนที่มีรายได้ 5,115 ล้านบาท และเชื่อว่าหลังความชัดเจนทางการเมืองในไตรมาส 3 ทั้งการจัดตั้งรัฐบาล นโยบายรัฐบาล รายได้ก็ยังโตได้ 8-9%”

นายสุรินทร์กล่าวต่อว่า แนวโน้มในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า คาดว่ารายได้จากการขายเวลาโฆษณาจากสื่อโทรทัศน์จะลดลงมาที่ 70% จากปัจจุบันรายได้จากทีวีเป็นหลัก 85-88% ขณะที่รายได้จากสื่อดิจิทัล เช่น 3 plus, YouTube, Facebook, TikTok รวมถึงการขายลิขสิทธิ์ไปต่างประเทศ (GCL) มีสัดส่วนรวมกัน 12-15% จะเพิ่มมากขึ้นเป็น 25% และอีก 5% จะเป็นภาพยนตร์ที่สร้างเอง โดยใช้ศิลปินของช่อง 3 ร่วมแสดง รวมถึงธุรกิจเพลงที่ใช้ศิลปินช่อง 3

ในส่วนละคร ได้วางงบฯลงทุนสร้างละครปีละ 2,000-3,000 ล้านบาท หรือประมาณปีละ 25 เรื่อง โดยแนวโน้มจะทำละครแนวโมเดิร์นมากขึ้น จากที่ทำละครจากนวนิยาย ก็จะเพิ่มมาทำละครที่ซื้อลิขสิทธิ์จากละคร หรือซีรีส์ต่างประเทศมาทำในเวอร์ชั่นไทย ซึ่งการทำละครลักษณะนี้จะสามารถรู้ว่าควรจะขายโฆษณาอย่างไร และสามารถวางแผนการขายโฆษณาได้ง่าย รวมถึงจะนำดารามาเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าต่อเนื่องได้ ก็จะถือเป็นการบริหารศิลปินในค่ายด้วย

นอกจากนี้ จะจ้างทีมเขียนบทละครหาพลอตละครได้เอง ซึ่งจะทำให้ละครมีความทันสมัยมากขึ้น รวมทั้งละครที่ผลิตออกมาก็จะมีการนำไปออกอากาศผ่านช่อง 3, 3 Plus, 3 Plus Premium ซึ่งคาดว่าสิ้นปีนี้จะมีสมาชิก 3 แสนราย โดยไตรมาส 2 คาดมีจำนวน 1 แสนราย จากปัจจุบัน 7-8 หมื่นราย รวมทั้งผ่านสตรีมมิ่งอื่น เช่น Netflix ซึ่งถือเป็นรายได้หลักของบริษัท รวมถึงขายลิขสิทธิ์ละครไปต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันกระจายไป 20-30 ประเทศ

“ถ้าเน้นทำทีวีอย่างเดียวคงไม่มีทางรอด เพราะฉะนั้นทางรอดของเราก็คือการทำให้คอนเทนต์ เป็นคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ลงทุนครั้งเดียว แต่เราสามารถขายได้หลาย ๆ แพลตฟอร์ม ขณะที่วิธีการถ่ายทำ วิธีการนำเสนอ วิธีการหารายได้ก็จะเปลี่ยนไป เขียนบทให้พร้อมก็จะขายสปอนเซอร์ได้ง่าย ถ้าทำได้ทั้งหมดก็จะเป็นทางรอดได้” นายสุรินทร์กล่าว

ช่อง 3 เปิดละครใหม่ รายการเด็ด ส่งความสุขไม่รู้จบ ตลอดเดือนมิถุนายน

ช่อง 3 ส่งทัพละครไทย เจาะเอเชียใต้

สนั่น สภาหอการค้าไทย-ฮอนด้า-ทิพย-KTC-ช่อง 3-PEA ร่วมยินดี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ช่อง3 ทีวี ละครไทย