Skip to content

“สยามพิวรรธน์” อัพสปีดธุรกิจ ขยายอีโคซิสเต็มย้ำ “โกลบอลเดสติเนชั่น”

21 มิ.ย. 2566 | 12:34น.
“สยามพิวรรธน์” อัพสปีดธุรกิจ ขยายอีโคซิสเต็มย้ำ “โกลบอลเดสติเนชั่น”

สยามพิวรรธน์เพิ่มดีกรีบุกรับโลกเปลี่ยนเร็ว เดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติดีดกลับ-นักช็อปชาวไทย ซื้อสินค้ากลุ่มลักเซอรี่แบรนด์ในประเทศเพิ่มขึ้น คาดสยามพารากอนโฉมใหม่เปิดกลางปี 2567 เพิ่มพื้นที่ชั้น M ให้กว้างขึ้น ขยายพื้นที่สินค้าแบรนด์เนมขึ้นไปชั้น 1 ชูกลยุทธ์ Co-creation ผนึกพันธมิตรขยาย ecosystem เติมแม่เหล็กดึงดูดลูกค้า และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ใหม่ ๆ ตอบโจทย์ “โกลบอล เดสติเนชั่น” ย้ำจุดยืนผู้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลก

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจค้าปลีก ทั้งสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และหนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม ไอซีเอส และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ เดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง รองรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และกำลังซื้อของนักช็อปชาวไทยที่หันมาซื้อสินค้ากลุ่มลักเซอรี่แบรนด์ในประเทศเพิ่มขึ้น แม้หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลายแล้ว โดยใช้งบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท รีโนเวตสยามพารากอน ซึ่งเริ่มดำเนินการไปแล้วเป็นตั้งแต่ปลายปี 2565 ที่ผ่านมา เป็นการเพิ่มพื้นที่บริเวณชั้น M ให้กว้างขึ้น และขยายพื้นที่สินค้าแบรนด์เนมขึ้นไปบนชั้น 1 คาดว่าจะใช้เวลา 18 เดือน มีกำหนดเสร็จในกลางปี 2567

ลักเซอรี่แบรนด์ยอดกระฉูด

นางมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายองค์กรสัมพันธ์ และสื่อสารองค์กร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันพารากอนถือได้ว่าเป็นลักเซอรี่เดสติเนชั่นอย่างแท้จริง จากความหลากหลายในเรื่องของแบรนด์สินค้าในกลุ่มลักเซอรี่ทำให้บางแบรนด์สามารถทำยอดขายในประเทศไทยได้ดีมากติดอันดับท็อปเทน หรือท็อปไฟฟ์ของโลกเลยทีเดียว

“ปีที่แล้วยอดขายลักเซอรี่แบรนด์โตขึ้นมากกว่าก่อนโควิด และโตจากปีก่อนหน้าถึง 50% เราจึงเพิ่มพื้นที่ในพารากอน อีก 1 ชั้น จากชั้น M ขึ้นไปชั้น 1 ด้วย ซึ่งก็จะมีแบรนด์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20 แบรนด์”

ขณะเดียวกัน บริษัทจะเดินหน้าขยายระบบนิเวศธุรกิจ (อีโคซิสเต็ม) ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลายวงการ ภายใต้กลยุทธ์ Co-create & Collaboration to Win เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักในทุกแพลตฟอร์มให้แข่งขันได้บนเวทีโลก และสร้างการเติบโตในรูปแบบใหม่ ๆ รวมถึงการเพิ่มช่องทางหารายได้ใหม่ ๆ

“การผนึกกำลังกับพันธมิตรธุรกิจก็เพื่อสร้างโอกาสธุรกิจ หรือ business model ที่ตอบโจทย์การเติบโตอย่างยั่งยืน เราจะไม่ได้เป็นแค่ศูนย์การค้าแต่จะเป็นแพลตฟอร์มหรือเวทีระดับโลกที่เชื่อมต่อ และยกระดับชีวิตผู้คนให้ได้รับประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย”

พันธมิตรกุญแจการเปิดเกมรุกเร็ว

กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายองค์กรสัมพันธ์ และสื่อสารองค์กร บริษัท สยามพิวรรธน์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ที่ผ่านมาได้ร่วมกับพันธมิตรปฏิวัติวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการค้าปลีกหลายโครงการ เช่น เปิดตัวแพลตฟอร์ม ONESIAM SuperApp ปลายปี 2564, ร่วมกับทรู และกันตนากรุ๊ป เปิดพื้นที่ True 5G PRO HUB คอมมิวนิตี้ e-Sport สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่ชั้น 4 สยามดิสคัฟเวอรี่ รวมถึงส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วยการขยายสู่ตลาดไลฟ์สไตล์ ทราเวล ร่วมกับ TAGTHAI แพลตฟอร์มบริการด้านการท่องเที่ยวไทย เปิดตัว ONESIAM Pass และจัดงาน Bangkok Pride 2023 ร่วมกับองค์กรบางกอกนฤมิตไพรด์ และกรุงเทพมหานคร เป็นต้น

“การมีพันธมิตรทำให้เราไม่ต้องเริ่มทุกอย่างใหม่ด้วยตนเอง จึง speed to market รับมือ และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในโลกธุรกิจปัจจุบัน การดำเนินธุรกิจไม่จำเป็นต้องวางกรอบอยู่ในอุตสาหกรรมแบบเดิมอีกต่อไป”

กางแผนขยายความร่วมมือ

นางมยุรียังระบุด้วยว่า ปีนี้จะขยายความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ที่จะทยอยให้เห็นในครึ่งหลังของปี 2556 อีกหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการผลงานศิลปินระดับโลก Van Gogh Alive Bangkok ในรูปแบบ immersive multisensory experience ที่ไอคอนสยาม (ตั้งแต่วันนี้-31 ก.ค.), ไลฟ์สไตล์พ็อปอัพช็อป “BTS Pop-Up Space of BTS” (10 มิ.ย.-31 มิ.ย.) และ “Boggle Boggle K-Ramyun Pop-up Shop” (24 มิ.ย.-31 ก.ค.) ที่ร่วมกับ INNOCEAN ในเครือฮุนไดมอเตอร์กรุ๊ป, ร่วมกับบริษัท แม็กซ์อิมเมจ จำกัด จัดงาน “THONBURI PHANICH GROUP PROUNDLY PRESENTS HITMAN DAVID FOSTER AND FRIENDS BANGKOK 2023” (ส.ค.)

นอกจากนี้ ยังจะส่งมอบประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้า โดยร่วมกับพันธมิตรสายการบิน และเอเยนซี่ด้านการเดินทาง travel tech จัดทริประดับ world class ให้สมาชิกระดับท็อปสเปนเดอร์ เป็นต้น

“เราจะมีความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอีกมากมาย และอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างปรากฏการณ์แปลกใหม่ และส่งมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมาย เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้พัฒนาโกลบอล เดสติเนชั่น ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลก”