“ห้าดาว” เจ้าสัวโกยหมื่นล้าน ปูพรมสาขาย้ำเจ้าแฟรนไชส์

“ธุรกิจห้าดาว” ย้ำเจ้าตลาดแฟรนไชส์ สปีดปูพรม 6 แบรนด์ดังในเครือ “ไก่ห้าดาว-ไฮพอร์ค-เป็ดเจ้าสัว-ข้าวมันไก่ไห่หนาน-กระทะเหล็ก-สตาร์คอฟฟี่” ตั้งเป้าโกยหมื่นล้าน ชูจุดเด่นทำเลทอง เกาะพื้นที่ “เซเว่นอีเลฟเว่น แม็คโคร โลตัส” ทราฟฟิกสูง ลงทุนต่ำ-คืนทุนเร็ว พร้อมกางแผนปั้นให้เป็นอินเตอร์แบรนด์ ครองตลาดเอเชีย

รายงานข่าวจากบริษัท ซีพีเอฟ เรสเทอรองท์ แอนด์ ฟู้ดเชน จำกัด บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CPF ผู้ดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์อาหาร “ธุรกิจห้าดาว” เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินงานจากนี้ไปว่า มีแผนจะเดินหน้าขยายสาขาแฟรนไชส์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำในตลาดแฟรนไชส์ โดยมีแฟรนไชส์ไก่ห้าดาวเป็นหัวหอก จากปัจจุบันที่มีสาขารวมทุกแบรนด์มากกว่า 5,000 สาขา และมีเป้าหมายจะสร้างรายได้ 10,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี จากปี 2566 ที่มีรายได้ประมาณ 7,800 ล้านบาท ซึ่งช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยมากกว่าปีละ 1,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกันก็จะมีการทุ่มงบประมาณในการทำตลาด โดยมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์และขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ สำหรับแผนในระยะกลาง บริษัทจะมีการพัฒนาแบรนด์ธุรกิจอาหารใหม่ ๆ ให้ผู้ลงทุนได้เลือกลงทุนมากขึ้น โดยเน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลางขึ้นไป รวมทั้งยังมีแผนจะพัฒนาแบรนด์ธุรกิจห้าดาวให้เป็น International Brand โดยมีประเทศไทยเป็น Head Quarter ซึ่งปัจจุบันได้มีการขยายสาขาไปยังประเทศต่าง ๆ ในเอเชียรวม 9 ประเทศ อาทิ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ บังกลาเทศ อินเดีย ฯลฯ รวมมากกว่า 3,000 สาขา

ส่ง 6 แบรนด์ดังย้ำแชมป์

สำหรับการขยายแฟรนไชส์ในประเทศ ปัจจุบันนอกจากร้านไก่ห้าดาว ที่มีเมนูยอดนิยมและติดตลาด เช่น ไก่ย่าง ไก่ทอด ไก่จ๊อ และอกไก่รมควัน ธุรกิจห้าดาวยังมีแบรนด์ในเครืออีก 5 แบรนด์ ประกอบด้วย 1.เป็ดเจ้าสัว แฟรนไชส์เป็ดพะโล้ เป็ดย่าง มาพร้อมกับสูตรลับเฉพาะที่ธุรกิจห้าดาวคิดค้น การันตีความอร่อยระดับภัตตาคาร กับเมนูที่ขายได้ทุกวัน เช่น เป็ดย่างเจ้าสัว เป็ดพะโล้ เป็ดย่างเกลือ และเป็ดทอดเยอรมัน

2.ข้าวมันไก่ไห่หนาน ข้าวมันไก่สไตล์ธุรกิจห้าดาวที่พัฒนาต่อยอดมาจากไก่ห้าดาว ด้วยแนวคิดข้าวมันไก่ที่ดีต่อสุขภาพ ด้วยการใช้เนื้อไก่เบญจา วัตถุดิบคุณภาพจากซีพีเอฟ ผนวกกับนวัตกรรมด้านการปรุงข้าวมัน น้ำซุป และน้ำจิ้มสูตรเด็ด ที่ธุรกิจห้าดาวได้พัฒนาขึ้น เพื่อให้รสชาติอาหารคงที่ทุกครั้งที่รับประทาน มีเมนูขึ้นชื่อ เช่น ข้าวมันไก่เบญจา (ต้ม ย่าง และทอด) ซุปไก่ตุ๋นมะนาวดอง และเมนูติ่มซำ

3.ไฮพอร์ค แฟรนไชส์เมนูหมูพรีเมี่ยม ด้วยเมนูร่วมสมัย รสชาติถูกปากคนไทยทุกวัย อย่างเมนูขายดีของร้าน เช่น ขาหมูเยอรมัน ชาชูหมูกรอบ ซี่โครงหมูรมควัน และหมูสามชั้นทอดน้ำปลา 4.กระทะเหล็ก แฟรนไชส์ Premium Thai Street Food ที่เป็นร้านอาหารตามสั่ง ด้วยสูตรต้นตำรับไทยแท้จากวัตถุดิบคุณภาพพรีเมี่ยม การปรุงที่ละเอียดอ่อนในทุกขั้นตอน ด้วยเมนูคู่คนไทย เช่น กะเพราหมูไข่ดาว ข้าวกะเพราฮ่องเต้ และปลากะพงผัดฉ่า

และ 5.ร้านกาแฟสตาร์คอฟฟี่ ร้านกาแฟสไตล์มินิมอลคาเฟ่ ที่ให้บริการกาแฟ เครื่องดื่ม เบเกอรี่ในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงง่าย

ชูจุดขาย ทำเลทอง-ลงทุนต่ำ

รายงานข่าวจากบริษัท ซีพีเอฟ เรสเทอรองท์ฯ ยังระบุด้วยว่า สำหรับในแง่ของการลงทุน ร้านไก่ห้าดาว ที่เป็นเรือธง การลงทุนเริ่มต้นประมาณ 180,000-700,000 บาท (ขึ้นอยู่กับขนาดร้าน) ส่วนไฮพอร์ค แฟรนไชส์เมนูหมู ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อช่วงต้นปี 2565 ที่ผ่านมา งบฯลงทุนเริ่มต้น 111,999-700,000 บาทขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับขนาดร้าน) เช่นเดียวกับเป็ดเจ้าสัว แฟรนไชส์เป็ดพะโล้ เป็ดย่าง ลงทุนเริ่มต้น 111,999-700,000 บาทขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับขนาดร้าน)

ขณะที่ข้าวมันไก่ไห่หนาน กระทะเหล็ก และร้านกาแฟสตาร์คอฟฟี่ การลงทุนราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 590,000-700,000 บาท (ร้านขนาด 40 ตร.ม.) จนถึง 1,200,000-1,500,000 บาท ที่เป็นร้านขนาดใหญ่

การขยายแฟรนไชส์ธุรกิจห้าดาวทุกแบรนด์ ยังชูจุดเด่นในเรื่องของทำเลการเปิดร้าน ด้วยบริการข้อมูลทำเลต่าง ๆ ที่มีอยู่ในมือทั้งหมดจากพันธมิตรในเครือ ไม่ว่าจะเป็นเซเว่นอีเลฟเว่น แม็คโคร โลตัส ให้ผู้ลงทุนได้พิจารณาเช่า ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีทีมงานมืออาชีพช่วยดีลเรื่องค่าเช่าให้ได้เรตที่ดีกว่าและคุ้มค่ากว่า ผู้ลงทุนไม่ต้องซื้อวัตถุดิบเอง โดยธุรกิจห้าดาวจะจัดส่งวัตถุดิบให้ถึงหน้าร้านทุกวัน รวมทั้งการมีทีมที่ช่วยโปรโมต ด้วยแคมเปญการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ รวมถึงการจัดโปรโมชั่นทุกเดือน เช่นเดียวกับดีลพิเศษในนาม Corporate สำหรับแฟลตฟอร์มดีลิเวอรี่ ออนไลน์ ที่ช่วยให้แฟรนไชซีเสียค่า GP น้อยกว่าสมัครเอง

“แฟรนไชส์ในเครือธุรกิจห้าดาวกว่า 90% เป็นลักษณะ Take Away Model ใช้พื้นที่น้อย บริหารจัดการง่าย และอีก 10% เป็น Full Service Model ซึ่งใช้งบฯลงทุนสูงขึ้น แต่ก็ยังน้อยกว่าธุรกิจในระดับเดียวกัน แต่สิ่งที่ผู้ลงทุนจะได้รับคือ กำไรที่มากกว่าและสามารถเข้าถึง Premium Area ได้ง่ายขึ้น ถือเป็นดีลการลงทุนที่คุ้มค่า และมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง ด้วยระบบที่มีการวางมาอย่างดีและครอบคลุมทุกด้าน ทั้งทำเล เมนู การจัดการวัตถุดิบ การเทรนพนักงานและการตลาด”

ที่สำคัญคือ บริษัทให้ความสำคัญกับเรื่องขององค์ความรู้ในการบริหารจัดการ ตลอดจนการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ เช่น การพัฒนาสินค้าใหม่ ระบบบัญชีและจัดการสินค้าคงคลัง การส่งเสริมการขาย การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การจัดการขนส่ง ให้ผู้ที่สนใจสามารถเริ่มธุรกิจได้แบบเทิร์นคีย์คือ ดำเนินการดูแลร้านของตนเองต่อไปได้อย่างมืออาชีพในระยะเวลาอันสั้น ด้วยการลงทุนที่ต่ำ ลดความเสี่ยงของผู้ลงทุน และสามารถคืนทุนได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธุรกิจห้าดาว ภายใต้การดำเนินการของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF เริ่มเปิดตัวเข้าสู่ตลาดเมื่อปี 2528 หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อไก่ย่างห้าดาว ที่เน้นการเปิดจุดขายตามตลาดและชุมชน ด้วยเมนูไก่ย่างที่เป็นจุดขาย และมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะโยกธุรกิจห้าดาวไปอยู่ในความดูแลของบริษัท ซีพีเอฟ ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ขณะเดียวกัน ก็มีการต่อยอดแบรนด์ห้าดาว ด้วยการแตกตัวออกไปเปิดเป็นร้านไก่ทอดห้าดาว ร้านข้าวมันไก่ห้าดาว และร้านบะหมี่เกี๊ยวกุ้งห้าดาว ซึ่งเป็นโมเดลร้านรถเข็นที่เปิดริมทาง หรือตามย่านชุมชนต่าง ๆ

จากนั้นเริ่มมีการพัฒนาเป็นระบบแฟรนไชส์ เมื่อช่วงปี 2543 ตามนโยบายของเจ้าสัวธนินท์ เจียวรนนท์ ที่ต้องการจะเห็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจของตนเอง ด้วยมาตรฐานอาหารที่ดีมีคุณภาพและขับเคลื่อนธุรกิจ