รพ.ทุ่มเปิดแนวรบใหม่ เปิดศึกแย่งเค้ก ‘สูงวัย’ แสนล้าน

รพ.ทุ่มเปิดแนวรบใหม่ เปิดศึกแย่งเค้ก ‘สูงวัย’ แสนล้าน

ยังเป็นน่านน้ำใหม่ที่ได้รับความสนใจจากธุรกิจต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง สำหรับตลาดผู้สูงอายุ ที่ว่ากันว่าวันนี้มีมูลค่าตลาดรวมนับแสนล้านบาท (รวมสินค้าอุปกรณ์ อาหารกับผู้สูงอายุ และการดูแลผู้สูงอายุ)

ทั้งนี้ จากจำนวนผู้สูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้ประเทศไทยก็ได้ก้าวสู่การเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Completed Aged Society) หรือสังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป เกินกว่า 20% ของประชากรทั้งหมดแล้ว

และอีกไม่นานไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) หรือสังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป เกินกว่า 25% ของประชากรทั้งหมด

อีกด้านหนึ่งจึงเป็นโอกาสของธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง หรือผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ

“ยันฮี-วิมุต” ทุ่มงบฯรับโอกาส

นายแพทย์สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลยันฮี กล่าวในเรื่องนี้ว่า ธุรกิจที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องและยังมีศักยภาพที่จะเติบโตอีกมาก ปัจจุบันธุรกิจนี้มีการแข่งขันค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเนิร์สซิ่งโฮมที่ปัจจุบันมีเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก

Advertisment
นายแพทย์สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา

สำหรับ รพ.ยันฮี เพื่อรองรับดีมานด์ของผู้สูงอายุที่มีมากขึ้น ล่าสุดมีแผนจะลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท เปิดศูนย์ผู้สูงอายุแห่งใหม่ จำนวน 200 เตียง บนพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ ในบริเวณด้านหลังโรงพยาบาล คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2568 และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปีถัดไป หรือปี 2569

“เดิมยันฮีมีศูนย์ผู้สูงอายุ อยู่แล้วไซซ์ขนาด 60 เตียง เต็มตลอด ต้องรอคิวกัน แต่ตอนนี้ถูกเวนคืน เพื่อก่อสร้างสะพานเกียกกาย เบื้องต้นจึงย้ายผู้สูงอายุทั้งหมดเข้ามาอยู่ในโรงพยาบาล”

โดยบริการของศูนย์ผู้สูงอายุยันฮี เป็นศูนย์ที่มีบริการครบวงจร เน้นจับกลุ่มเป้าหมาย 5 กลุ่มหลัก ๆ ประกอบด้วย 1) ผู้สูงอายุที่ช่วยตัวเองได้ แต่ลูกหลานไม่มีเวลาดูแล 2) ผู้สูงอายุที่เป็นอัลไซเมอร์ หรือหลงลืม และต้องกินยาเป็นประจํา ต้องกินอาหารตามมื้อ 3) ผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องการเดิน การเคลื่อนไหว นั่งวีลแชร์ แต่ก็ยังกินอาหารเองได้ อาบน้ำเองได้ 4) ผู้สูงอายุที่ลุกขึ้นได้ เดินได้ แต่กินอาหารเองไม่ได้ ต้องให้อาหารทางสายยาง และ 5) ผู้สูงอายุที่มีภาวะติดเตียง ลุกไม่ได้ต้องมีพยาบาลคอยพลิกตัวทุกสองชั่วโมง ไม่งั้นจะเป็นแผลกดทับ พวกนี้ต้องคอยฉีดยา คอยป้อนยา คอยพลิก คอยเปลี่ยนสายดูดเสมหะ

เช่นเดียวกับ นายแพทย์พิชิต กังวลกิจ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต จำกัด กล่าวในเรื่องนี้ว่า แผนในระยะยาวเพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ รพ.วิมุต จะเน้นการสร้างอีโคซิสเต็มด้านสุขภาพที่แข็งแกร่งและเข้าถึงคนจำนวนมาก อาทิ คลินิกสุขภาพ ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ศูนย์ดูแลและบริบาลผู้สูงอายุ รวมทั้งการให้บริการดูแลสุขภาพถึงบ้าน (Home Health Care)

Advertisment
นพ.พิชิต กังวลกิจ

ล่าสุดได้ปรับยุทธศาสตร์การดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุใหม่ ด้วยการให้ความสำคัญกับโรงพยาบาลผู้สูงอายุที่อยู่ระหว่างกลาง ระหว่าง เนิร์สซิ่งโฮมกับโรงพยาบาลทั่วไป หรือเรียกว่า Longterm acute care hospital ที่จะมีแพทย์ พยาบาล คอยดูแล เป็นการลงทุนร่วมกับบริษัท เค.พี.เอ็น.ซีเนียร์ ฮอสปิตัล จำกัด ที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้สูงอายุ เปิดโรงพยาบาลผู้สูงอายุภายใต้แบรนด์ Chersery Home เบื้องต้นจะเปิด 2 แห่ง ที่ย่านวัชรพลและซอยแบริ่ง เป็น รพ.ขนาด 59 เตียง ลงทุนประมาณสาขาละ 150 ล้านบาท

เพื่อรองรับผู้ป่วยที่จะส่งต่อมาจาก รพ.รัฐบาลและ รพ.เอกชน ซึ่งหลัก ๆ จะเป็นกลุ่มผู้ป่วยสูงอายุที่ผ่านอาการช่วงวิกฤตมาจาก รพ.แล้วจะต้องพักฟื้นอีกประมาณ 25 วันขึ้นไป หากจะอยู่ รพ.ต่อก็จะมีค่าใช้จ่ายสูง จะไปอยู่เนิร์สซิ่งโฮมก็ไม่ได้ เพราะไม่มีแพทย์พยาบาลคอยดูแล จึงต้องมาที่ Longterm acute care hospital

นอกจากนี้ หลังจากที่ได้ร่วมทุนกับบริษัท เค.พี.เอ็น.ซีเนียร์ ฮอสปิตัล แล้ว ปีที่ผ่านมาได้มีการยกระดับจาก วิมุต เวลเนส รพ.สำหรับดูแลผู้สูงอายุ (บางนา-วงแหวน) ให้กลายเป็นโรงพยาบาลแบบ Long-term Acute Care ภายใต้แบรนด์ Chersery Home International

พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ รุกหนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อปลายปี 2566 ที่ผ่านมา บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC ผู้ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนและธุรกิจสุขภาพ ในนามเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ ก็มีความเคลื่อนไหวในการรุกตลาดผู้สูงอายุเพิ่มอีกขั้นหนึ่ง ด้วยการใช้เงินลงทุน 135 ล้านบาท เข้าถือหุ้นในบริษัท บ้านลลิสา เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด ผู้ให้บริการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยครบวงจร ภายใต้แบรนด์ บ้านลลิสา ในสัดส่วน 45% ผ่านบริษัท พริ้นซิเพิล เน็กซ์ จำกัด จากเดิมมีธุรกิจศูนย์ฟื้นฟู ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ PNKG Recovery and Eldercare ที่เป็นการร่วมมือกับ NK Group ประเทศญี่ปุ่น

นายแพทย์กฤตวิทย์ เลิศอุตสาหกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุในปัจจุบันกำลังเติบโต พร้อมกับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และจากค่านิยมเปลี่ยนไป ส่งผลให้ผู้สูงอายุตัดสินใจรับบริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น จากการประเมินมูลค่าตลาดเนิร์สซิ่งโฮม มีแนวโน้มขยับขึ้น 10 เท่า อีก 10 ปีข้างหน้า หรือในปี 2576 การลงทุนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนในการขยายบริการด้านเฮลท์แคร์ให้ครอบคลุมและมุ่งขยายบริการไปยังพื้นที่ในต่างจังหวัด นอกจากนี้ยังมีแผนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯต่อไป

ปัจจุบัน โครงการบ้านลลิสาเนอร์สซิ่งโฮม มี 18 สาขาทั่วประเทศ โดยเน้นเจาะกลุ่มผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเอง ตั้งเป้าระยะ 5 ปี ขยายเพิ่มจากเดิมอีก 20 แห่ง ไม่นับรวมแฟรนไชส์ที่เปิดรับนักลงทุนที่สนใจ นอกจากนี้ยังมีธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ ธุรกิจโฮมแคร์ ที่พักอาศัยคอนโดฯสำหรับผู้สูงวัย (Baan Lalisa Active Living) รวมถึงธุรกิจพัฒนาบุคลากรด้านการดูแลผู้สูงอายุ

“เดอะ พาเร้นท์ส” ลุยครบเครื่อง

นายแพทย์นพดล นพคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีเอ็ม เนิร์สซิ่ง แคร์ จำกัด (TMNC) บริษัทในเครือบริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการดูแลผู้สูงอายุและโรงพยาบาลเฉพาะทางผู้สูงอายุ เดอะ พาเร้นท์ส (The Parents) กล่าวว่า ธุรกิจเนิร์สซิ่งโฮมเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่เป็นระดับบน ที่ผ่านมาบริษัทได้ลงทุนกว่า 500 ล้านบาท สร้างโครงการเดอะ พาเร้นท์ส เพื่อเป็นศูนย์รวมการดูแลสุขภาพของผู้สูงวัย บนพื้นที่กว่า 4 ไร่ (ถนนราษฎร์พัฒนา หรือซอยมิสทินเดิม ถนนรามคำแหง) เฟสแรกเริ่มจากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เดอะ พาเร้นท์สเนิร์สซิ่งโฮม ขนาด 107 เตียง เจาะกลุ่มพรีเมี่ยม มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและพยาบาลคอยดูแล 24 ชม.

นพ.นพดล นพคุณ

สำหรับปีนี้ มีแผนจะเปิด รพ. เดอะ พาเร้นท์ส รพ.เฉพาะทางสำหรับผู้สูงอายุ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดบริการได้ภายในไตรมาส 3/2567 เป็นอาคาร 7 ชั้น ขนาด 28 เตียง มุ่งดูแลรักษาด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด รองรับผู้ป่วยกลุ่มโรคเส้นเลือดในสมอง, กลุ่มอัมพฤกษ์ อัมพาต, กลุ่มพักฟื้นหลังการผ่าตัด, รวมถึงผู้ป่วยที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพให้แข็งแรงขึ้นก่อนกลับไปอยู่บ้าน ฯลฯ

รับดูแลผู้สูงอายุทั้งแบบรายวัน รายปักษ์ รายสัปดาห์ รายเดือน และระยะยาวด้วย รวมถึงมีบริการเดย์แคร์ ไปเช้า-เย็นกลับ และโฮมแคร์ เซอร์วิส ส่งนักบริบาลไปดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน นอกจากนี้ ล่าสุด ยังได้เพิ่มเซอร์วิส ด้วยการเปิดเป็นสหคลินิก ด้วยการนำแพทย์แผนจีน แพทย์แผนไทย เข้ามาให้บริการ รวมถึงนำเครื่องมือที่ทันสมัย Smart Medical Gym เข้ามาช่วยเสริม นอกจากนี้ยังมีแผนจะจับมือกับพันธมิตรในการส่งต่อผู้สูงอายุที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดในสมองมายังเดอะ พาเร้นท์สด้วย

แผนระยะยาวในอีก 2-3 ปีข้างหน้า มีแพลนจะจับมือกับพันธมิตรทำซีเนียร์เรซิเดนซ์ ที่เป็นในรูปแบบอพาร์ตเมนต์ ที่ตลาดยังเปิดกว้าง ในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง หรือในส่วนของเนิร์สซิ่งโฮม อาจจะขยายออกไปในต่างจังหวัด รวมถึงตลาดต่างประเทศ

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเปิดเกมรุกของธุรกิจเพื่อรองรับสังคมสูงวัยของประเทศที่นับวันจะมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง