เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทุนใหญ่ปลุกเมืองใหม่ EEC บูมอสังหา-รับดาต้าเซ็นเตอร์
Real Estate ทุนใหญ่ปลุกเมืองใหม่ EEC บูมอสังหา-รับดาต้าเซ็นเตอร์
เอกนัฏ เร่งเครื่องลดค่าไฟ-โซลาร์หลังคาบ้าน ปลดล็อกตลาดไฟสะอาด ดันแผน PDP ใหม่
Economic เอกนัฏ เร่งเครื่องลดค่าไฟ-โซลาร์หลังคาบ้าน ปลดล็อกตลาดไฟสะอาด ดันแผน PDP ใหม่
กอบศักดิ์ วิเคราะห์ ‘ข้อตกลงชั่วนิรันดร์’ สหรัฐคุมความมั่นคง กรีนแลนด์
Finance กอบศักดิ์ วิเคราะห์ ‘ข้อตกลงชั่วนิรันดร์’ สหรัฐคุมความมั่นคง กรีนแลนด์
ถอดรหัส 7 กกต.เสียงแตก ลุ้นศาลชี้ชะตา ‘บาร์โค้ด’ บัตรเลือกตั้ง
Politics ถอดรหัส 7 กกต.เสียงแตก ลุ้นศาลชี้ชะตา ‘บาร์โค้ด’ บัตรเลือกตั้ง
ราคาทองวันนี้ (19 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 69,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 69,900 บาท
‘ทรัมป์’ ชี้สหรัฐบรรลุข้อตกลงกับเดนมาร์ก-กรีนแลนด์
World ‘ทรัมป์’ ชี้สหรัฐบรรลุข้อตกลงกับเดนมาร์ก-กรีนแลนด์
Hyundai STARIA Hybrid MPV 11 ที่นั่ง คันเดียวจบ
Automotive Hyundai STARIA Hybrid MPV 11 ที่นั่ง คันเดียวจบ
‘โทนี่ เฟอร์นานเดส’ ลั่นแอร์เอเชียยังบินได้
Business ‘โทนี่ เฟอร์นานเดส’ ลั่นแอร์เอเชียยังบินได้
EV จีนนำเข้ารับมือภาษีสูงปรี๊ด เร่งตั้งโรงงานผลิตในไทยเร็วขึ้น
Automotive EV จีนนำเข้ารับมือภาษีสูงปรี๊ด เร่งตั้งโรงงานผลิตในไทยเร็วขึ้น
สภาพอากาศวันนี้ (19 ก.ย.) ทั่วไทยมีฝน 60-80% ของพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (19 ก.ย.) ทั่วไทยมีฝน 60-80% ของพื้นที่
ดูทั้งหมด

Healthy Business เคล็ดลับ Sukishi โตฝ่าวิกฤต

20 มี.ค. 2569 | 08:55น.
Business

ร้านอาหารปิ้งย่างนับเป็นหนึ่งในเซ็กเมนต์ที่มีการแข่งขันสูงสุดของวงการร้านอาหาร ด้วยผู้เล่นจำนวนมหาศาลตั้งแต่ร้านข้างทางไปจนถึงร้านในห้าง ที่ต่างแย่งชิงฐานลูกค้าทุกเซ็กเมนท์ตั้งแต่แมสจนถึงพรีเมี่ยม โดยท่ามกลางสมรภูมิดุเดือดนี้ Sukishi (ซูกิชิ) เชนร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลี ซึ่งมี 57 สาขาทั่วประเทศ เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ไม่เพียงสามารถฝ่าฟันความท้าทายมาได้นานถึง 25 ปี แต่กำลังขยายธุรกิจเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นในไทยและต่างประเทศ พร้อมนำแบรนด์ใหม่ ๆ จากญี่ปุ่นมาเสริมพอร์ตธุรกิจ

โดย “ประชาชาติธุรกิจ” ได้พูดคุยกับ 2 ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารใหญ่ของร้านอาหารปิ้งย่างสไตล์เกาหลีแบรนด์ Sukishi ภายใต้บริษัท ซูกิชิ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด “นายนพดลจิระวราพันธ์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ “นางสาวรัตนวรรณ จิระวราพันธ์”ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ถึงแนวคิดการบริหารธุรกิจแบบ Healthy Business ที่สามารถพา Sukishi ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจ-กำลังซื้อ โรคระบาด ฯลฯ พร้อมสร้างการเติบโตต่อเนื่อง และการขยายธุรกิจทั้งในไทยและต่างประเทศฝ่าความท้าทายในปี 2569 นี้

ท้าทายไม่น้อยหน้าปี’68

นายนพดลกล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารทั้งปี 2569 นี้มีความท้าทายสูงมากจากการแข่งขันดุเดือด และต้นทุนที่จะสูงขึ้นจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ส่วนตลาดสินค้าอาหารในช่องทางค้าปลีกมีความท้าทายจากความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยเมื่อประเมินจากสถานการณ์ปัจจุบันคาดว่าน่าจะเหนื่อยพอ ๆ กับปี 2568

อย่างไรก็ตาม ในปี’68 ที่ผ่านมา รายได้ของบริษัทยังสามารถเติบโต 3% โดยมียอดขายรวม 1,600 ล้านบาท ด้วยแรงหนุนจากกลุ่มร้านอาหารและช่องทางค้าปลีกที่ขยายตัวต่อเนื่อง

แม้ตัวเลขนี้จะน้อยกว่าเป้าที่วางไว้แต่ปี’69 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ไว้ที่ 3-5% ด้วยการปรับตัว และทำธุรกิจเชิงรุกมากขึ้น ทั้งด้านการขยายสาขา เพิ่มจำนวนสินค้าที่ส่งเข้าค้าปลีก การคอลแลบส์กับพันธมิตรเพื่อสร้างแคมเปญดึงดูดผู้บริโภค ไปจนถึงการรุกตลาดต่างประเทศ และการนำแบรนด์ใหม่ ๆ เข้ามาเปิดในไทย พร้อมกับแนวทางการคุมต้นทุนที่ประสบความสำเร็จมาแล้วเมื่อปี’68

เปลี่ยนโมเดลตามสถานการณ์

โดยการปรับตัวและเปลี่ยนโมเดลธุรกิจตามสถานการณ์นับเป็นยุทธศาสตร์เด่นของ Sukishi เห็นได้จากจุดเริ่มต้นในการเป็นร้านสุกี้สายพานเจ้าแรกเมื่อ 25 ปีก่อน ก่อนจะปรับตัวครั้งใหญ่ในช่วงหลังโควิด-19 โดยเปลี่ยนรูปแบบร้านจาก A La Carte มาเป็นบุฟเฟต์ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า

สำหรับปัจจุบันนี้ที่เศรษฐกิจท้าทายและผู้บริโภคมีกำลังซื้อจำกัด บริษัทจึงสร้างร้านอาหารแบรนด์ไฟติ้งราคาจับต้องง่ายและร้านขนาดเล็กประมาณ 100 ตร.ม. ลงทุน 5-7 ล้านบาท จากปกติ 250 ตร.ม. ลงทุน 20 ล้านบาท ขึ้นมารับมือ ไม่ว่าจะเป็น Suki King ราคาเริ่มต้น 276 บาท NET, King Kaku อาหารชุดราคาเฉลี่ย 200 บาท/คน และ Bar B Q King เพื่อตอบโจทย์สภาพเศรษฐกิจทั้งฝั่งผู้บริโภคและของบริษัทเอง

โดยปี’69 นี้วางแผนขยายสาขา Sukishi, Charcoal Grill และ Bogeul Bogrill เพิ่มแบรนด์ละ 2-3 สาขา ส่วน King Kaku จะเปิดเพิ่มประมาณ 10 สาขา อาศัยความคล่องตัวเจาะทำเลออฟฟิศและต่างจังหวัด เช่น ขอนแก่น

“ความท้าทายและผันผวนปีนี้ ทำให้เราต้องลงทุนอย่างระมัดระวังมากกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา”Sukishi

ขยายพอร์ตค้าปลีกกระจายเสี่ยง

นายนพดลกล่าวต่อไปว่า นอกจากร้านอาหารแล้ว ปีนี้บริษัทจะกระจายความเสี่ยงสู่ธุรกิจค้าปลีก เพื่อรับมือการแข่งขันดุเดือดในตลาดร้านอาหาร โดยเร่งขยายพอร์ตสินค้าค้าปลีก เช่น กิมจิ, ซอส และอาหารพร้อมทาน ซึ่งมีสัดส่วนกำไรดีกว่าร้านอาหาร และยังเป็นการเพิ่มโอกาสการบริโภคของลูกค้า โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ธุรกิจค้าปลีกจาก 10% เป็น 20%

ด้วยแนวคิดเป็น “Korean Flavor Solution Partner” ยกระดับจากการเป็นคู่ค้าสู่การเป็น “Korean Flavor Solution” สร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ ร่วมกับพันธมิตรในกลุ่มอาหารสด เช่น หมู, วัว, ไก่, ไข่, เต้าหู้ และอื่น ๆ ในรูปแบบ Cobranding กับพันธมิตร รองรับทั้งลูกค้าครัวเรือนและผู้ประกอบการหรือ B2B อาศัยต่อยอดครัวกลางขนาด 7 ไร่ที่นอกจากผลิตสินค้าป้อนสาขาแล้ว ยังเป็นโรงงานผลิตสินค้าที่สามารถคุมรสชาติสินค้าอย่างซอสและกิมจิให้คงที่ 

โดยช่วงครึ่งหลังของปี’69 จะมีสินค้าใหม่อีก 16 รายการ ทั้งสินค้าของบริษัทเอง และผ่านการคอลแลบส์กับพันธมิตร เช่น แบรนด์ Farmsuk (ฟาร์มสุข) หลังก่อนหน้านี้ส่งซอสแบรนด์ aro จำนวน 3 รสชาติเข้าวางขายในแมคโคร ส่งน่องไก่ติดสะโพกหมักแช่แข็ง และอาหารสำเร็จรูปพร้อมทานเข้าวางขายในโลตัส พร้อมปรับไซซ์และดีไซน์ขวดซอสที่วางขายในร้านสะดวกซื้อจาก 170 มล. เป็น 250 มล. ให้รับกับการใช้งานของลูกค้าและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง รวมถึงเพิ่มไลน์กิมจิแบบไห ขนาด 300-500 กรัม ในแบรนด์ Sukishi Choice และกิมจิแบรนด์ Mattjang มุ่งจับคนรุ่นใหม่ผ่านดีไซน์แพ็กเกจ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังสร้างการรับรู้แบรนด์ในกลุ่ม Gen Z ผ่านการปรับลุกบรรจุภัณฑ์ใหม่ในโครงการให้เหล่านักศึกษามาออกแบบแพ็กเกจจิ้งที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เน้นความสะดวก ความสวยงาม และรักษาความสดใหม่ของรสชาติ เช่นเดียวกับการใช้จังหวะครบรอบ 25 ปีจัดอีเวนต์ใหญ่ช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4

“ด้วยความแข็งแกร่งของแบรนด์ Sukishi และนวัตกรรมที่เราพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เชื่อการขยายตัวสู่ธุรกิจ Retail ในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ Sukishi เติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะผู้นำด้านอาหารเกาหลีทั้งในไทยและระดับสากล มีน้ำจิ้มซูกิชิ, ซอสสไตล์เกาหลี และกิมจิ จะเป็นสินค้าฮีโร่ และหัวหอกในการเจาะตลาด B2B และ Modern Trade”

ข้อจำกัดสู่โอกาสส่งออก

ขณะเดียวกัน บริษัทยังต่อยอดประสบการณ์ในวงการอาหารเกาหลีกว่า 25 ปี เช่น ช่องว่างในตลาดกิมจิ อย่างการที่กิมจิเกือบทั้งหมดในตลาดทั้งไทยและทั่วโลกต่างใช้ผักของเกาหลีเป็นวัตถุดิบ ทำให้ขาดความหลากหลาย ขณะที่กิมจิมีดีมานด์จากทั่วโลกและยังมีผู้ผลิตน้อยรายกว่าสินค้าอาหารอื่น ๆ

จึงพลิกข้อจำกัดนี้เป็นโอกาสขยายธุรกิจส่งออก ด้วยการพัฒนากิมจิที่ใช้ผัก-ผลไม้ในไทย เช่น มะม่วงเป็นวัตถุดิบ เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง รวมถึงการพัฒนาระบบการผลิตให้รองรับมาตรฐานฮาลาล เพื่อส่งออกไปทั้งยุโรปและตะวันออกกลาง โดยเตรียมออกบูทนำเสนอไลน์สินค้า และนวัตกรรมของแบรนด์ในงาน THAIFEX-Anuga Asia 2026 ที่จะถึงนี้ เพื่อสร้างการรับรู้กับคู่ค้าต่างชาติขยายโอกาสส่งออกไปยังตลาดต่าง ๆ

“สถานการณ์ในตะวันออกกลางทำให้เราต้องปรับแผน หลังก่อนหน้านี้อยู่ระหว่างเจรจากับคู่ค้าจากยุโรปและตะวันออกกลางมาตั้งแต่ปลายปี’68 หลังที่ผ่านมาบริษัทส่งออกไปเพียงย่าน CLMV เท่านั้น”

นำเข้าแบรนด์เกาหลี-ญี่ปุ่น

นายนพดลยังแย้มว่า นอกจากส่งออกแล้ว บริษัทยังเตรียมนำแบรนด์สัญชาติเกาหลีและญี่ปุ่นเข้ามาเปิดสาขาในไทยด้วย โดยแบรนด์เกาหลีจะเป็นกลุ่มเบเกอรี่ ส่วนแบรนด์ญี่ปุ่นจะเป็นร้านอาหารฟาสต์แคสชวล ที่ดังในภูมิภาคเอเชียอยู่แล้ว นับเป็นครั้งแรกหลังที่ผ่านมาเน้นสร้างแบรนด์ขึ้นเอง 

ขณะเดียวกัน จะเดินสายคอลแลบส์กับแบรนด์ต่าง ๆ ในไทย เพื่อนำสินค้าเข้ามาวางขายในร้านซูกิชิและพัฒนาสินค้าร่วมกัน เพื่อแลกเปลี่ยนฐานลูกค้า และสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการใช้บริการในร้าน ล่าสุดจับมือกับ Molto นำไอศกรีม Molto ตัวท็อป 9 รสชาติมาให้บริการแบบไม่อั้นที่ร้าน Sukishi Korean Charcoal Grill และ Sukishi Prime ทุกสาขาทั่วประเทศ จนถึง 31 มี.ค. 69

บริหารต้นทุน-ซัพพลายเชน

ด้านหลังบ้านบริษัทมุ่งต้นทุนและซัพพลายเชน รับมือราคาวัตถุดิบที่ผันผวน โดยอาศัยการซื้อสินค้าปริมาณมากล่วงหน้า 6-12 เดือน เพื่อให้ได้ราคาที่ดี และล็อกราคาล่วงหน้า พร้อมจัดหาวัตถุดิบภายในประเทศมากขึ้นโดยไม่ให้กระทบต่อคุณภาพและรสชาติ

เช่นเดียวกับการมีศูนย์ฝึกอบรมของตนเอง เพื่อผลิตบุคลากรคุณภาพ ช่วยรักษามาตรฐานงานบริการร้าน และคุมต้นทุนในการหาบุคลากร