GFC รุกตลาดผู้มีบุตรยาก ปักหมุดอีสาน-ลาว-เวียดนาม ลุ้นโตระยะยาว

ตลาดรักษาผู้มีบุตรยาก 5,000 ล้าน ยังฮอต GFC เดินหน้าลงทุนเพิ่มสาขา ปักธงภาคอีสาน เจาะลูกค้าลาว-เวียดนาม พร้อมขยายแลปเลี้ยงตัวอ่อน เสริมแกร่งการเติบโตระยะยาว คาดปี 64 โควิดยังหนัก ลดแผนการเติบโตลงเหลือ 10%

วันที่ 24 สิงหาคม 2564 แม้ตลาดรักษาผู้มีบุตรยากในประเทศไทยมูลค่า 5,000 ล้านบาท จะมีมาร์เก็ตไซซ์ไม่ใหญ่มากนัก แต่ทว่ายังมีแนวโน้มเติบโตได้อยู่ จากพฤติกรรมคนไทยที่หันมามีลูกในช่วงอายุมากขึ้น หรือราว 35-40 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ความสมบูรณ์ของไข่มีคุณภาพน้อยลง รวมทั้งมีภาวะความเครียดจากการทำงาน ส่งผลให้คู่สมรสหลายคู่หันมาพึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์มากขึ้น

นายกรพัส อัจฉริยมานีกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเนซีฟ เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด หรือ GFC ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก เปิดเผยว่า ปัจจุบันความก้าวหน้าของวิทยาการทางการแพทย์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญด้านการเจริญพันธุ์มากขึ้น จึงได้ใช้งบลงทุนราว 7-8 ล้านบาท นำเข้าเทคโนโลยีการเลือกตัวอ่อน (automated embryo evaluation) สำหรับเลี้ยงและดูแลตัวอ่อน ควบคู่กับการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ช่วยวิเคราะห์และเลือกตัวอ่อนที่มีคุณภาพมากที่สุด

กรพัส อัจฉริยมานีกูล
กรพัส อัจฉริยมานีกูล

ทั้งนี้ เมื่อทำเด็กหลอดแก้วร่วมกับการตรวจ NGS จะสามารถเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์สูงถึง 73% เมื่อเทียบกับมาตรฐานที่อื่นซึ่งมีอัตราตั้งครรภ์อยู่ที่ประมาณ 30-50%

อย่างไรก็ดี เพื่อรองรับความต้องการผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง GFC ได้มีแผนลงทุนขยายสาขาโซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เจาะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว และเวียดนาม จากเดิมที่มีสัดส่วนลูกค้าไทย 90% และลูกค้าชาวต่างชาติ 10%

พร้อมกันนี้ ยังเตรียมขยายห้องแลปเลี้ยงตัวอ่อน และห้องตรวจเพิ่มเติม เพื่อรองรับปริมาณคนไข้ที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา GFC การเติบโตขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ โดยปี 2561 มีรายได้ 129 ล้านบาท ปี 2562 มีรายได้ 250 ล้านบาท ส่วนปี 2563 ตัวเลขลดลงประมาณ 10% เหลือ 218 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งปีแรก 2564 ยังเติบโตได้ดีราว 30% แต่เมื่อเจอผลกระทบจากการระบาดโควิดสายพันธุ์เดลตา ทำให้คาดการณ์ได้ว่า การเติบโตจะเหลือเพียง 10%”


คีย์แมน GFC ขยายความว่า แม้โควิดจะส่งผลกระทบกับหลายอุตสาหกรรม ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจเฮลท์แคร์ แต่สำหรับ GFC ถือว่าได้รับปัจจัยลบน้อย เนื่องจากศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากตั้งในรูปแบบสแตนด์อโลนจึงไม่โดนปิดกิจการชั่วคราว

ประกอบกับที่ผ่านมาเริ่มปรับตัวสู่ความเป็นดิจิทัลเฮลท์มากขึ้น ผ่านการรับการปรึกษาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ zoom รับปรึกษาลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่กับการเน้นการทำคอนเทนต์ออนไลน์ทางเฟซบุ๊ก สร้างการรับรู้ในหมู่ผู้บริโภค เปรียบเสมือนคอมมูนิตี้รวมตัวผู้มีปัญหาด้านการมีบุตร ซึ่งจะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยตอบปัญหาข้อสงสัยอย่างใกล้ชิด

ด้าน รศ.นพ.พิทักษ์ เลาห์เกริกเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศิริราชและประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมา GFC ได้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำจุดยืนผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยาก ล่าสุดบุคลากรของ GFC สามารถสอบผ่านและได้รับการรับรองด้าน CLINICAL EMBRYOLOGY CERTIFICATION จากสมาคมด้านการเจริญพันธุ์และการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนแห่งยุโรป (ESHRE)


ซึ่งเป็นสมาพันธ์เกี่ยวกับการเจริญพันธุ์หรือการมีบุตรยากของแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก โดยตั้งแต่ปี 2558-ปัจจุบัน มีนักวิทยาศาสตร์คนไทยสอบผ่านแค่เพียง 42 คน เท่านั้น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการผลักดันศูนย์การรักษาบุตรยากของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลมากขึ้น

รศ.นพ.พิทักษ์ เลาห์เกริกเกียรติ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ