“ไอริสโอยามะ” ปักธงในไทย ขนเครื่องใช้ไฟฟ้า-เฟอร์นิเจอร์บุก

“ไอริส โอยามะ” แบรนด์ดังญี่ปุ่น บุกเมืองไทย ขนทัพสารพัดสินค้าเปิดตลาด ชูเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กหัวหอกหลัก เสริมด้วยเฟอร์นิเจอร์ เน้นจุดขายราคาจับต้องได้ ถูกกว่าคู่แข่งร่วมชาติ 10-15% พร้อมนวัตกรรม-คุณภาพเจแปนควอลิตี้ ก่อนทุ่มงบฯ 20% ของยอดขายระดมการตลาดออนไลน์สร้างรับรู้-เชื่อมั่น ชิงฐานลูกค้ากระทบไหล่ผู้เล่นรายเก๋า

นายโยชิกิ โมริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอริส โอยามะ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิต นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ในบ้าน แบรนด์ “ไอริส โอยามะ” จากประเทศญี่ปุ่น เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ประเทศไทยเป็นประเทศล่าสุดที่บริษัทเข้าปักธงทำธุรกิจเมื่อช่วงต้นปี 2563 ที่ผ่านมา และไทยเป็นประเทศแรกในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่บริษัทเข้ามาทำธุรกิจ

หลังจากก่อนหน้านี้มีเพียงการเข้าไปจัดหาซัพพลายเออร์ในเวียดนามเท่านั้น ทั้งนี้ เนื่องจากเล็งเห็นศักยภาพของตลาดประเทศไทย ซึ่งผู้บริโภคลงทุนกับเครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ส่วนบุคคล รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ที่มีนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานและคุณภาพการผลิตดีในราคาที่จับต้องได้

นอกจากนี้ จากการเติบโตก้าวกระโดดของอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยยังช่วยให้บริษัทสามารถเข้ามาทำธุรกิจได้โดยตรง ไม่ต้องตั้งตัวแทนจำหน่าย แม้ตลาดจะมีการแข่งขันสูง แต่บริษัทจะรับมือด้วยจุดเด่นด้านนวัตกรรม และคุณภาพการผลิตที่ทัดเทียมแบรนด์ญี่ปุ่นอื่น ๆ พร้อมราคาจับต้องได้ โดยจะถูกกว่าประมาณ 10-15% ซึ่งเป็นผลจากแนวคิดการทำธุรกิจแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยสินค้าทุกชิ้นนอกจากจะออกแบบและผลิตในโรงงานของบริษัทเองแล้ว ยังขนส่งและจัดจำหน่ายเองอีกด้วย จึงทำให้สามารถควบคุมคุณภาพ และเฉลี่ยต้นทุนการผลิต-ขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ปัจจุบันบริษัทสามารถรับมือกับต้นทุนการขนส่งที่พุ่งสูงและปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ด้วยการใช้ข้อได้เปรียบของการมีบริษัทเทรดดิ้ง และศูนย์กระจายสินค้าแบบอัตโนมัติ รวมสินค้าหลายชนิดลงในตู้คอนเทนเนอร์เดียวกัน เพื่อให้ขนส่งได้เต็มทุกรอบ ช่วยให้สามารถเฉลี่ยต้นทุนค่าขนส่ง และดูดซับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้ โดยไม่ต้องปรับขึ้นราคาสินค้า”

นายโยชิกิระบุว่า สำหรับสินค้าที่จะนำเข้ามาจำหน่ายในช่วงแรก จะเน้นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กที่สามารถโชว์ฟังก์ชั่นและนวัตกรรมได้ชัดเจน รวมถึงมีการทำยอดขายได้ดีในประเทศอื่น ๆ อย่าง พัดลม 5 รุ่น ราคา 590-2,690 บาท เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย 3 รุ่น ราคา 3,490-5,990 บาท เครื่องดูดไรฝุ่น 2 รุ่น ราคา 2,790-4,490 บาท เครื่องฟอกอากาศ 2 รุ่น ราคา 2,990-5,990 บาท และเสริมด้วยของใช้ส่วนบุคคลที่กำลังมีดีมานด์สูง เช่น หน้ากากอนามัย รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ เช่น ราวตากผ้า กล่องและชั้นวางของ และอื่น ๆ

โดยแต่ละกลุ่มจะมีนวัตกรรมของตัวเอง เช่น พัดลมสามารถปรับส่ายได้ 360 องศาทั้งซ้าย-ขวา บน-ล่าง เครื่องดูดฝุ่นมีระบบปรับความแรงอัตโนมัติตามปริมาณฝุ่น ส่วนเครื่องดูดไรฝุ่นสามารถปล่อยลมร้อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดไรฝุ่น ในขณะที่หน้ากากอนามัยมีรูปทรงที่สวมแล้วจะแนบกับใบหน้ามากกว่าปกติ เป็นต้น

หลังจากนี้จะทยอยนำสินค้าอื่น ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง เช่น หม้ออัดแรงดันไฟฟ้า ซึ่งใช้แรงดันเพิ่มอุณหภูมิภายในหม้อให้สูงขึ้น ทำให้อาหารสุกเร็วกว่าการใช้หม้อต้มปกติ รวมถึงใช้งานง่ายกว่าหม้ออัดแรงดันแบบแก๊ส เพื่อตอบโจทย์พ่อครัว-แม่ครัวมือใหม่ที่เพิ่มขึ้น หลังเทรนด์ทำอาหารเองที่บูมขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยอยู่ระหว่างร่วมมือกับเชฟชื่อดังของไทย เพื่อพัฒนาเมนูอาหารไทยสำหรับหม้อ รวมถึงทำการตลาดร่วมกัน ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่างทีวี หรือแอร์นั้น ต้องรอให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากกว่านี้ก่อน

ส่วนกลุ่มธุรกิจ B2B ปลายปีนี้เตรียมเปิดตัวหุ่นยนต์สำหรับใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม และธุรกิจบริการอย่างโรงแรม โรงพยาบาล เพื่อตอบรับเทรนด์การนำระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้กับธุรกิจต่าง ๆ เพิ่มจากปัจจุบันที่นำหลอดและโคมไฟแอลอีดีเข้ามาทำตลาดกับผู้ประกอบการโรงงานต่าง ๆ

ด้านการทำตลาด บริษัทเร่งสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นกับผู้บริโภคชาวไทยเป็นอันดับแรก โดยจะใช้งบฯในสัดส่วน 20% ของยอดขายเพื่อทำตลาด เน้นสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียต่าง ๆ และการใช้อินฟลูเอนเซอร์รีวิวสินค้า เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง ร่วมกับจะใช้ประสบการณ์ด้านอีคอมเมิร์ซที่ยาวนานกว่า 20 ปีมาชิงความได้เปรียบ ไม่ว่าจะเป็นความเร็วในการรับมือการแข่งขันและการจัดการยิงโฆษณา มุ่งให้ผู้บริโภคเห็นสินค้าและเกิดการเปรียบเทียบ ซึ่งจะทำให้จุดเด่นด้านนวัตกรรมและราคาโดดเด่นขึ้น พร้อมเพิ่มช่องทางจำหน่ายแบบออฟไลน์ที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อค่อนข้างสูง เช่น ไทวัสดุ จากปัจจุบันที่มีจำหน่ายในเพาเวอร์มอลล์ ดองดองดองกิ ซูรูฮะ และอาคิโยชิแล้ว

ทั้งนี้ วางเป้ายอดขายปี 2564 นี้ไว้ที่ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 165 ล้านบาท) ก่อนจะเติบโตเป็น 10 และ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (332 ล้านบาท และ 498 ล้านบาท) ในปี 2565 และ 2566 ตามลำดับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ไอริส โอยามะ” เป็นบริษัทในกลุ่ม “ไอริสกรุ๊ป” เครืออุตสาหกรรมสัญชาติญี่ปุ่น อายุกว่า 50 ปี ซึ่งเริ่มต้นจากโรงงานรับจ้างผลิตสินค้าพลาสติก ก่อนจะตั้งแบรนด์ของตนเอง และขยายไลน์ธุรกิจต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสินค้าหลากหลายกว่า 2.5 หมื่นเอสเคยู ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ เครื่องครัว หน้ากากอนามัย หลอดแอลอีดี อาหาร-เครื่องดื่ม อาหารสัตว์เลี้ยง หุ่นยนต์สำหรับภาคบริการและอุตสาหกรรม


รวมไปถึงธุรกิจต่าง ๆ อาทิ ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยมีโรงงาน 32 แห่งทั้งในญี่ปุ่น, จีน, สหรัฐ, ยุโรป และเกาหลีใต้ ที่ผ่านมาได้เข้าทำธุรกิจจำหน่ายสินค้า และจัดหาซัพพลายเออร์ในหลายภูมิภาค ทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป เกาหลีใต้ จีน และเวียดนาม โดยปี 2562 ไอริส โอยามะ มียอดขาย 1.6 แสนล้านเยน (4.89 หมื่นล้านบาท) ส่วนยอดขายของไอริสกรุ๊ปอยู่ที่ 5 แสนล้านเยน (1.52 แสนล้านบาท)

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ