สธ.เปิดรายละเอียด UCEP PLUS กลุ่มสีเขียวรักษาตามสิทธิ ส่วนสีเหลือง-แดงรักษาได้ทั้งรพ.รัฐ-เอกชน ด้าน สพฉ.เผยหลักเกณฑ์พิจารณาอาการเข้าข่ายฉุกเฉิน
วันที่ 9 มีนาคม 2565 นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงสาธารณสุข ได้นำเสนอเมื่อวาน ครม. เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการดำเนินการผู้ป่วยโควิด-19 ฉุกเฉินวิกฤต ที่ผ่านการเห็นชอบจาก ครม. แล้ว
เท้าความว่า ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ตอนนั้นที่โรคโควิดมาใหม่ ๆ จึงระกาศให้ไปรักษาที่ไหนก็ได้ ตามยูเซป แต่ตอนนี้ลักษณะโรครุนแรงน้อยลง จึงปรับเปลี่ยนวิธีการรักษา
โดยเริ่มเรื่อง HI (Home Isolation) ล่าสุดได้ใช้กระบวนการรักษาผู้ป่วยนอก OPI เป็นไปตามสถานการณ์ของโรค
อีกทั้งขณะนี้เมื่อไปรักษาที่ไหนก็ได้ ประชาชนส่วนใหญ่จะไปรักษาที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ ทำให้โรงพยาบาลใหญ่ที่เตรียมรักษาโรคอื่น ๆ โรคมะเร็ง โรคตับ โรคไต ต้องมาดูแลโควิดเป็นหลัก จึงได้ปรับระบบการรักษาไปรักษาตามสิทธิ เช่น ประกันสังคม บัตรทอง เป็นต้น มีผล 16 มีนาคม 2565
เมื่อถามต่อว่า ผู้ป่วยฉุกเฉินกรณีโควิดจะทำอย่างไร โดยคณะกรรมการผู้เกี่ยวข้องเห็นว่า จะให้ใช้สิทธิกรณีที่ฉุกเฉินวิกฤตทุกที่ หรือตัวย่อว่า UCEP สามารถไปรักษาได้ทุกโรงพยาบาล จึงเป็นที่มาของการนำหลักเกณฑ์เข้า ครม.เมื่อวาน (8 มีนาคม 2565) และได้รับความเห็นชอบ
กล่าวต่อถึงรายละเอียด UCEP สมัยก่อน เมื่อฉุกเฉินวิกฤต สามารถเข้ารักษาทั้งรัฐบาลและเอกชน ต้องรักษาครบ 72 ชั่วโมง แล้วส่งต่อไปที่ต้นสังกัด ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
ส่วนในระบบใหม่ UCEP PLUS กรณีผู้ป่วยโควิด สีเหลือง แดง เข้ารักษาได้ทุกโรงพยาบาล ข้อดี คือ รวมผู้ป่วยสีเหลืองแดง ต้องดูแลเป็นพิเศษ และสามารถอยู่รักษาจนหาย ไม่มีการส่งต่อ
สิ่งสำคัญ คือ เป็นหน้าที่ของสถานพยาบาลต้องมีการประเมินการคัดแยกผู้ป่วย หลังจากคัดแล้ว ผู้ป่วยสีเหลือง แดง สามารถเข้าสู่ระบบรักษาจนหายได้ทันที ยกเว้นกรณีผู้ป่วยหรือญาติ ปฏิเสธตามรักษาที่กำหนด หรือประสงค์ไปรักษาที่อื่น ผู้ป่วยจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง รวมทั้งหากมีประกันก็ให้ใช้สิทธิ์ไปก่อน เพื่อแบ่งเบาภาระกองทุนรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยสีเขียวระบบกองทุนต่าง ๆ ยังมีระบบปกติรักษาอยู่ ทั้ง Home Isolation หรือฮอสพิเทล ยังไม่ยกเลิก
ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวต่อถึงเกณฑ์คัดแยกผู้ป่วยกรณีฉุกเฉินวิกฤต เช่น หมดสติ ไม่รู้ตัว มีภาวะหัวใจหยุดเต้น หายใจหอบเหนื่อย หรืออาการแขนขาอ่อนแรง เป็นต้น เป็นกลุ่มอาการหลักที่ใช้ในกรณีที่เป็น UCEP อยู่แล้ว แต่ทั้งหมดจะเป็นกรณีไม่มีผลตรวจ UCEP ว่าเป็นโพซิทีฟ ใช้ได้ทั้งอุบัติเหตุและเจ็บป่วยฉุกเฉินทุกกรณี
ดังนั้น กรณีนี้ สบส.จึงจัดทำเกณฑ์การประเมินคัดแยกผู้ป่วยโควิด-19 ฉุกเฉินวิกฤตเพิ่มเติม จากเดิมมี 15 กลุ่มอาการ เพิ่มเติม 26 อาการ หลัก ๆ คือ มีการตรวจพบบวก ทั้ง ATK และ PCR ร่วมกับมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ มีภาวะหัวใจหยุดเต้น, มีสิ่งอุดกั้นทางเดินหายใจ, หายใจลำบากเฉียบพลัน, มีภาวะโคม่า
มีอาการซึมลง, หรือมีการชักเป็นต้น, มีไข้สูงเกิน 39 องศา มากกว่า 24 ชั่วโมง, หอบเหนื่อยหายใจเร็ว, โรคประจำตัวเรื้อรัง ทั้งหมดเป็นเกณฑ์เข้าสู่เงื่อนไขการรักษา แต่ให้เป็นไปตามคณะกรรมการสถานพยาบาลกำหนด เข้าไปแล้วเดิม 72 ชั่วโมง แต่โควิดรักษาจนกว่าอาการจะดีขึ้นหรือหายดี
ถัดมา คือขั้นตอนการบริการ UCEP PLUS คล้ายกับ UCEP ต้องโทร.แจ้ง 1669 แล้วจะนำส่งโรงพยาบาลเอกชน ทางโรงพยาบาลจะประเมินอาการและรักษาเบื้องต้น
ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ระบุรายละเอียดเมื่อเข้าสู่ระบบ UCEP PLUS
1.ผู้ที่มีสิทธิตามหลักประกันสุขภาพล่วงหน้าป่วย และอยู่ในเกณฑ์สีเขียว สามารถไปรับบริการโรงพยาบาลตามสิทธิได้ทันที
2.หากเป็นกลุ่มอาการสีเหลือง แดง สามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาลไม่เสียค่าใช้จ่าย
เมื่อถามต่อว่า หากอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว หากรักษาไปแล้วเปลี่ยนเป็นผู้ป่วยสีเหลือง แดง สามารถเข้ารักษาเอกชนได้ทันที โดยไม่มีค่าใช้จ่าย