เบนซ์ตั้ง 32 ดีลเลอร์ขาย EQ โหมขยายลูกค้าอีวี กดราคาซื้อง่ายขึ้น

EQB

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เดินเกมรุกขยายกลุ่มลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้า กดราคาขายเหลือ 3 ล้านบาท ปูพรมให้ดีลเลอร์ขายได้หมดทั้ง 32 ราย ลั่นตลาดโลกรถยนต์ในกลุ่มอีวีโตกว่า 120% เติมเต็มพอร์ตในไทยอีก 3 รุ่น ประเดิม EQB ในงานมอเตอร์โชว์

นายมาร์ทิน ชเวงค์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงนโยบายหลังเข้ามารับตำแหน่งในประเทศไทยว่า ปีนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์จะเน้นการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ Ambition to Lead เพื่อทะยานไปสู่ความเป็นผู้นำใน 4 ด้านได้แก่ 1.ด้านความยั่งยืน 2.การนำเสนอรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 3.การนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย และ 4.การมอบประสบการณ์แบบลักชัวรี่ให้กับลูกค้า

โดยภายในปี 2030 เมอร์เซเดส-เบนซ์ไทยแลนด์จะมีการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้อย่างน้อย 50% ของยอดขายทั้งหมด จากปัจจุบันที่มีรถจำหน่ายอยู่ราว ๆ 25-30 โมเดลนั้น จะต้องเปลี่ยนมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้าให้มากที่สุด แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานหลาย ๆ ส่วนประกอบกันด้วย

สำหรับปีนี้มั่นใจว่ายอดขายจะกลับมาเติบโตในระดับตัวเลขสองหลักได้อย่างแน่นอน และบริษัทได้เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ถึง 8 รุ่น โดย 3 รุ่นจะเป็นรถยนต์ในกลุ่มไฟฟ้าหรือแบรนด์ EQ เริ่มจาก EQB 250AMG รุ่นซีบียู ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศทั้งคันก่อน โดยรถรุ่นนี้จะเข้ามาส่งเสริมการทำตลาดในกลุ่มรถยนต์เอสยูวีที่มียอดขายสูงถึง 35% ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานมอเตอร์โชว์ ซึ่งจำหน่ายในราคา 3,020,000 บาท และสามารถส่งมอบรถรุ่นนี้ได้ภายในครึ่งปีแรกอย่างแน่นอน

นายชเวงค์ยังกล่าวถึงแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่โรงงานธนบุรีประกอบยนต์ว่า ขณะนี้รถรุ่น EQB ยังไม่มีแผนที่จะขึ้นไลน์ประกอบในประเทศไทย ส่วนอนาคตยังจะมีการแนะนำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดคงต้องรอดูกันว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์จะมีแผนที่ชัดเจนในการประกอบรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่นอย่างไร ส่วนการลงทุนเพิ่มเติมในส่วนของการประกอบแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้านั้น เชื่อว่าอนาคตจะมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการผลิตรถยนต์รุ่นที่หลากหลายขึ้น

Advertisment

นอกจากนี้บริษัทยังเปิดโอกาสให้ตัวแทนจำหน่ายทั้ง 32 รายที่สนใจสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า EQ สามารถสมัครเข้ามาได้ จากที่ก่อนหน้านี้บริษัทได้เปิดให้ดีลเลอร์สามารถดูแลบริการหลังการขายรถยนต์ไฟฟ้าได้แล้ว

สำหรับการลงทุนเพิ่มเติมในประเทศไทยนั้น จากนี้ไปสำหรับปีนี้จะเป็นการลงทุนในส่วนของการประกอบรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ที่จะเปิดตัวมากกว่า แต่จะยังไม่ใช่การลงทุนหลัก

“เราเปิดโอกาสให้ดีลเลอร์ทั่วประเทศไทยขายรถ EQ เพราะเมื่อเราทำราคา EQB ออกมาได้ระดับนี้ก็เชื่อว่าจะมีลูกค้าให้ความสนใจและเข้าถึงรถของเรามากขึ้น และในอนาคตยังมีแผนจะส่งรุ่นอื่น ๆ ทำตลาดด้วย ขณะที่ปัญหาเซมิคอนดักเตอร์เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตและการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากบริษัทแม่ได้วางนโยบายให้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นไพโอลิตี้หลัก แต่สิ่งที่ต้องจับตาน่าจะเป็นเรื่องของกระบวนการโลจิสติกส์มากกว่า”

ด้านผลงานของเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วโลกในปี 2565 เมอร์เซเดส-เบนซ์ มีอัตราการเติบโตของยอดขายกว่า 15% จากปีที่ผ่านมา กวาดยอดขายรถในกลุ่ม Passenger Cars กว่า 2,043,900 คัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ภายใต้แบรนด์ Mercedes-EQ เติบโตสูงถึง 124% ด้วยยอดขายกว่า 117,800 คัน โดยมีรุ่นที่ขายดีเป็นอันดับต้น ๆ อย่าง EQA และ EQB ในด้านของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เติบโตถึง 34% ด้วยยอดจดทะเบียนสะสม 13,182 คัน ในปีที่ผ่านมา

Advertisment

ยอดขายรถในเซ็กเมนต์ Dream Cars โตขึ้น 28% จากยอดขาย CLS และ C-Coupe ยอดขายรถ SUV เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนรถเซ็กเมนต์ Contemporary Luxury อย่าง The new C-Class E-Class และ S-Class โตขึ้น 12% ตามด้วยรถ Top-end Luxury อย่าง Mercedes-Maybach ตัวเลขยอดขายโตขึ้นกว่า 3 เท่าจากปีที่ผ่านมา

ด้านนายบีเยิร์น กุซเทรา รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ปีนี้ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการนำเสนอยุคใหม่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับให้กับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมบูท ตั้งแต่ก้าวแรกที่ก้าวเข้ามาในบูทของเราไปจนถึงขั้นตอนที่ลูกค้าตัดสินใจเป็นเจ้าของยนตกรรรมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ นอกจากนี้ภายในบูทจะถูกแบ่งโซนในการจัดแสดงรถยนต์

ซึ่งมีให้ชมครบทุกรุ่นตั้งแต่รถยนต์ในแบรนด์ Mercedes-Benz ในกลุ่มของรถสันดาป และ PHEV รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ภายใต้แบรนด์ Mercedes-EQ รถยนต์สมรรถนะสูงในกลุ่ม Mercedes-AMG