คนไทยชื่นชอบไฮบริดมากกว่า EV

Peugeot 408 Plug-in Hybrid
คอลัมน์ : ออโต อัพเดต

ผลวิจัยชี้คนไทยเชื่อมั่นในรถยนต์ค่ายญี่ปุ่นมากที่สุด แซงค่ายจีน-อเมริกา ย้ำจุดยืนความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ และการบริการ 70% ของผู้ตอบแบบสำรวจตัดสินใจเปลี่ยนรถยนต์เมื่อรถมีอายุโดยเฉลี่ย 9 ปี

ศิรส สาตราภัย กรรมการผู้จัดการ ดิฟเฟอเรนเชียล ประจำประเทศไทย บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยการตลาดเปิดเผยข้อมูลการสำรวจวิจัยความภักดีของเจ้าของรถชาวไทยต่อแบรนด์รถยนต์ในปัจจุบัน พบว่าลูกค้ารถยนต์ค่ายญี่ปุ่น มีความเชื่อมั่นและภักดีต่อแบรนด์ พร้อมเลือกซื้อรถยนต์ยี่ห้อเดิมมากที่สุดถึง 48% รองลงมาคือจากอเมริกา 39% และจากจีนน้อยที่สุด 28%

ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดความภักดีและผูกพันต่อแบรนด์ ได้แก่ ความพึงพอใจต่อคุณภาพและการออกแบบ, ภาพลักษณ์ของแบรนด์, ความคุ้นเคยและความสะดวกสบาย โดยผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 72% ระบุถึงเหตุผลหลักในการเปลี่ยนยี่ห้อเมื่อต้องตัดสินใจซื้อรถยนต์คันใหม่ คือความต้องการและความชื่นชอบที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

เปลี่ยนรถ

ส่วนแนวโน้มพฤติกรรมการเลือกซื้อรถยนต์คันใหม่ของกลุ่มเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (BEV) พบว่า 42% ของกลุ่มเจ้าของรถยนต์ในปัจจุบันวางแผนที่จะเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าต่อไป ในขณะที่อีก 58% พร้อมเลือกซื้อรถน้ำมันและรถไฮบริด

Advertisment

ส่วนเจ้าของรถยนต์น้ำมันและรถไฮบริด 48% ยืนยันที่จะเลือกซื้อรถน้ำมัน (ICE) ต่อไป โดยปัจจัยหลักที่มีผลต่อการเลือกซื้อรถ ได้แก่ การออกแบบรูปลักษณ์ภายนอก ยี่ห้อรถยนต์ และการตกแต่งภายใน ตามลำดับ

เมื่อเจาะลึกลงไปถึงเหตุผลการตัดสินใจเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่ พบว่า 38% เลือกที่จะเปลี่ยนรถ เนื่องจากรถที่ใช้งานปัจจุบันเริ่มเสีย หรือไม่สามารถใช้งานต่อได้ รองลงมา 17% เปลี่ยนรถไปตามไลฟ์สไตล์หรือความต้องการการใช้รถที่เปลี่ยนแปลงไป 16% เปลี่ยนเพราะกังวลเรื่องค่าบำรุงรักษาที่สูงขึ้น 16% เปลี่ยนเพราะรถถึงอายุการใช้งานที่กำหนดไว้ 9% เปลี่ยนเพราะรุ่นใหม่มีรูปแบบ หรือฟังก์ชั่นที่น่าสนใจมากกว่า และ 4% เปลี่ยนเพราะรถถึงระยะที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ 70% ของผู้ตอบแบบสำรวจตัดสินใจเปลี่ยนรถยนต์เมื่อรถมีอายุโดยเฉลี่ย 9 ปี

“ตลาดรถยนต์ในไทยมีการแข่งขันสูงมาก การวิเคราะห์เรียนรู้พฤติกรรมของผู้บริโภคจึงมีความสำคัญและความจำเป็น เราได้ทำแบบสำรวจจากคนไทยในปี 2567 จำนวนกว่า 2,500 ราย”

ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า แบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นยังเป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในการสร้างความเชื่อมั่นและภักดีในกลุ่มผู้บริโภค ด้วยความพึงพอใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการบริการ ดังนั้นการส่งมอบประสบการณ์และความพึงพอใจของลูกค้าตลอดช่วงเวลาการเป็นเจ้าของรถยนต์ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการขาย เป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้เล่นรายใหม่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคำนึงถึง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นความภักดีของลูกค้าต่อแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืน”

Advertisment